เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 2883 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด

JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ที่อยู่    อาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล ชั้น 29-30, 200 หมู่ 4 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120

เบอร์โทรศัพท์    0-2100-3000
เบอร์โทรสาร    0-2100-3150-2

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

แบ่งเป็น 4 ธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Business) 2. ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecom Network & Service Provider Business) 3. ธุรกิจงานจัดหา ออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม (System Integration Business) 4. ธุรกิจอื่นๆ (Other Businesses)

นโยบายการจ่ายปันผล:
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ตามงบการเงินเฉพาะกิจการในแต่ละปี

เว็บไซต์    http://www.jasmine.com
กราฟและข้อมูล  http://www.ruayhoon.com/stock/JAS/
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 06, 2016, 09:31:32 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Nomura

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000285116/151225_JAS_QN.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2016, 10:25:34 pm »

JAS ลุ้นเงินกู้ 4G สุดตัว-กองทุนลดหุ้นสื่อสาร

updated: 01 ก.พ. 2559 เวลา 19:30:09 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"แจส" ลุ้นสุดตัว แบงก์ยังไม่ตอบรับปล่อยกู้ "ชาติศิริ" ธ.กรุงเทพเผยยังไม่มีข้อสรุป "เอสซีบี" อนุมัติเงินกู้กลุ่มทรูเรียบร้อย กสทช.ชี้หากผู้ชนะไม่จ่ายเงินต้องเปิดประมูลใหม่ กองทุนหุ้นหนีเสี่ยง พาเหรดปรับลดสัดส่วนลงทุนกลุ่มสื่อสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่บริษัท แจสโมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ด้วยราคา 75,654 ล้านบาท และ 76,298 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีกำหนดจ่ายเงินงวดแรกภายใน 90 วัน จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมแบงก์การันตีส่วนที่เหลือทั้งหมด ด้วยมูลค่าใบอนุญาตคลื่นที่สูงมากกับความเสี่ยงทางธุรกิจของแจส ทำให้ขณะนี้มีกระแสข่าวว่ายังไม่มีธนาคารพาณิชย์รายใดที่ตกลงปล่อยกู้และออก แบงก์การันตีให้

BBL-KBANK ไม่เคาะปล่อยกู้

นาย ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงเรื่องการสนับสนุนเงินกู้แก่ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS ว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการหารือกันอยู่

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เท็จจริงอย่างไรที่บอร์ดธนาคารจะไม่ออกแบงก์การันตีและไม่ให้เงินกู้กับ JAS แล้ว นายชาติศิริกล่าวว่า "ตอนนี้ยังไม่ได้คุยถึงขั้นนั้น เรากำลังคุยกันอยู่ และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร"

ด้านนายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลกลุ่มลูกค้าสหบรรษัทธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารยังไม่ได้รับการติดต่อจาก JAS เพื่อให้ธนาคารเข้าไปปล่อยสินเชื่อและออกหนังสือค้ำประกัน และธนาคารก็ไม่ได้ติดต่อไปที่ JAS ตอนนี้ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณา ปล่อยสินเชื่อให้กับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่วนจะเป็นวงเงินกู้เท่าไหร่ ต้องให้คณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ตัดสินใจ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะมีธนาคารเข้าไปร่วมปล่อยกู้ให้กับโครงการนี้ 3-4 แบงก์ โดย 1 ในนั้นมีแบงก์ต่างชาติที่มีผู้ถือหุ้นจากจีน

"ตอนนี้รอเฟิร์มตัวเลขการอนุมัติให้กับทรูอยู่ ส่วนแจสธนาคารยังไม่ได้รับการติดต่อ ซึ่งตัวเขาเองก็อาจรอให้สถานการณ์และแผนธุรกิจของเขานิ่งด้วย หากถามถึงศักยภาพก็มองว่ามีศักยภาพในอนาคต แต่สิ่งที่ทุกคนต้องพิจารณาคือ รอให้ธุรกิจนิ่งและทุกอย่างลงตัวก่อน" นายสุวัฒน์กล่าว

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1454324540
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2016, 11:21:27 pm »

กูรูมองJASส่อคืนไลเซนส์ 900MHz
**ADVANC-DTAC-TRUE ยิ้มรับอานิสงส์ถ้วนหน้า
           โบรกเกอร์ชี้ "จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล" มีความเสี่ยงสูงที่จะคืนใบอนุญาต 4G คลื่น 900MHz หลัง BBL ไม่ยอมปล่อยกู้รายเดียว แถมบีบให้บริษัทเพิ่มทุนก่อนออกแบงก์การันตี เข้าทาง 3 ค่ายมือถือเจ้าตลาด หลังการแข่งขันส่อไม่รุนแรง แถมมีโอกาสได้ใบอนุญาตราคาถูก กูรูจ่อปรับขึ้นราคาเป้าหมาย ADVANC ทันที เป็น 185 บาท DTAC ขึ้นเป็น 43 บาท ด้านวงการมอง"พิชญ์ โพธารามิก" อาจต้องหาเงินส่วนตัว 1 หมื่นลบ. เพิ่มทุนให้ JAS
 
           สถานการณ์ทางธุรกิจล่าสุดของ บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ JAS กำลังอยู่ในจุดชี้เป็นชี้ตายอีกครั้ง หลังแผนการหาเงินมาจ่ายค่าใบอนุญาต 4G คลื่น 900MHz ไม่ราบรื่นเสียแล้ว หลังมีแหล่งข่าวจาก ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ระบุว่า จะไม่ปล่อยกู้เพียงรายเดียวเต็มจำนวนเว้นแต่ว่า JAS จะยอมเพิ่มทุนให้ฐานะการเงินดีกว่านี้ก่อน ซึ่งขัดกับแผนธุรกิจที่นายพิชญ์ โพธารามิก เคยวางไว้ก่อนหน้านี้

**เสี่ยงไม่สามารถชำระค่าคลื่นได้ก่อนเส้นตาย 21 มี.ค.
            บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า JAS มีโอกาสสูงที่จะคืนใบอนุญาต 4G ย่าน 900 MHz ให้กับ กสทช. เพราะความเป็นไปได้ที่จะได้รับแบงก์การันตีค่อนข้างน้อย อีกทั้งขณะนี้ยังไม่ประกาศพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นผลจากค่าใบอนุญาตที่สูงมากกว่า 7 หมื่นล้านบาท  
"ถ้าหากJAS ไม่นำเงินประมูลงวดแรก 8,040 ล้านบาทและหนังสือค้ำประกันทางการเงินจากธนาคารมาจ่ายภายในกำหนดคือวันที่ 21 มี.ค.ก็จะถูกริบหลักประกัน 644 ล้านบาทและต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการประมูล 4G และอาจเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในใบอนุญาตประกอบการที่ได้รับจากกสทช.ที่ใช้ทำธุรกิจในปัจจุบันด้วย" บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์  
           อย่างไรก็ตาม ในกรณีผิดคาดหาก JAS หาเงินมาได้ทันกำหนด คาดว่า JAS จะประสบความยากลำบากในการทำธุรกิจ เพราะอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) มีเพียง 2.3% ใน 3 ปี หากทำธุรกิจมือถือ แม้ว่าจะมีสมมุติฐานแง่ดีในประมาณการแล้วก็ตาม
           ปัจจุบัน JAS มีรายได้ต่ำกว่า 14 พันล้านบาท สินทรัยพ์รวมต่ำกว่า 51 พันล้านบาท ในงวดปี 58

**หุ้น ADVANC & DTAC กลับมาน่าสนใจ
           บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ยังระบุต่ออีกว่า หุ้น ADVANCและ DTAC กลับมาน่าสนใจ เมื่อ JAS เข้าสู่ธุรกิจมือถือไม่สำเร็จ สำหรับ ADVANC มีสมมุติฐานว่าเมื่อ JASไม่สามารถนำเงินมาจ่ายค่าใบอนุญาต 900 MHz ที่ 75 พันล้านบาท และบริษัทมีการเช่าเสาโทรคมนาคมจาก ทีโอทีปีละ 10 พันล้านบาท จึงได้ปรับ Terminal Growth เป็น 2% จากเดิม 0% จะได้ราคาพื้นฐานใหม่เป็น 185.00 บาท ผนวกกับคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 59 ที่ดีคือ 7.3% ส่วน DTAC ก็มีสมมุติฐานเช่นเดียวกับ ADVANC ได้ราคาพื้นฐานใหม่ที่ 43.00 บาท และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลปี 59 ที่สูงมากถึง 10%
           ขณะที่ ADVANC ก็มีแนวโน้มจะให้ความสนใจ หากมีการประมูลใหม่แต่ราคาประมูลไม่ควรจะสูงเท่าครั้งก่อน
           พร้อมกันนี้ มีรายงานระบุว่า TRUE ได้มีการศึกษากับ กสทช.ว่าในกรณีราคาประมูลใหม่ต่ำกว่าราคาที่ TRUE ได้คือ 76.3 พันล้านบาท TRUE ควรจะได้รับคืนส่วนต่าง แต่หากไม่ได้ ก็อาจจะมีการฟ้องร้อง กสทช.ตามมา

**จำเป็นต้องเพิ่มทุน ภายใต้ความเสียเปรียบ
           บทวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า JASมีแนวโน้มเพิ่มทุน เพราะการเข้าสู่ธุรกิจมือถือครั้งนี้เสียเปรียบ Operator 3 รายเดิมแทบทุกด้าน จากการแย่งชิงลูกค้า โครงข่ายให้บริการที่ต้องลงทุนใหม่ ยังไม่รวมถึงค่าประมูลคลื่น 900 MHz ที่มีมูลค่าสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาท
           ทั้งนี้ ช่องทางในการระดมทุนของ JAS ในเบื้องต้นน่าจะมาจากการใช้เงินสดที่เหลือจากการตั้งกองทุน JASIF ราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะนำไปเพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ (JMBB) บริษัทย่อย เป็น 5.0 พันล้านบาท (จากปัจจุบัน 350 ล้านบาท) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ที่ JMBB ต้องจ่ายงวดแรก ที่ 8.04 พันล้านบาท
           ส่วนที่เหลือ 3.04 พันล้านบาท คาดว่าจะมาจากการก่อหนี้ก่อน ขณะที่การจ่ายค่าใบอนุญาตที่เหลือ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด คือ งวดละ 4.02 พันล้านบาทเท่าๆกันในปีที่ 2 และ 3 ภายหลังชำระค่าประมูลงวดแรก ส่วนงวดสุดท้าย คือ มูลค่าคลื่นส่วนที่เหลือจากที่ชำระไปแล้วใน 3 งวดแรก
           โดยในกรณีของ JAS จะชำระงวดสุดท้ายที่ 5.95 หมื่นล้านบาท) JAS กำหนดทางเลือกแหล่งเงินทุนไว้ 4 ทาง เช่น การนำบริษัทย่อย JMBB เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์, การขายหุ้นเพิ่มทุน JMBB ให้กับพันธมิตรต่างประเทศ, การระดมทุนโดยนำสินทรัพย์โทรคมนาคมที่ลงทุนเพิ่มขายให้กับ JASIF รวมทั้งเงินทุนจากการแปลงสภาพ JAS-W3 ซึ่งหากแปลงสภาพทั้งหมด JAS จะได้เงินทุนเข้ามาทั้งสิ้นราว 1.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งมีโอกาสการแปลงสภาพ น้อยเพราะราคาหุ้นที่ต่ำกว่าราคาแปลงสภาพค่อนข้างมาก ซึ่งในแต่ละทางเลือกนั้น ณ ขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน หรือ ไม่สามารถระดมเงินทุนเข้ามาได้ในระยะเวลาอันจำกัด
           ในส่วนของฐานลูกค้านั้น อยู่ภายใต้สมมติฐานที่ว่าให้มีลูกค้าอินเตอร์เน็ตเดิมราว 30% ใช้งานบริการมือถือของ JAS โดยเสนอราคาถูก บวกกับการให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า เบื้องต้นคาดว่าจะมี ARPU เฉลี่ย 500 บาทต่อเดือน ซึ่งโดยภาพรวม พอจะประเมินได้ว่า ต้นทุนใบอนุญาต กับส่วนแบ่งรายได้เฉลี่ย 5 ปีของ JAS จะสูงถึง 110% ของรายได้ ภายใต้สมมติฐานให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 ล้านราย เท่ากับลูกค้าที่ใช้อินเตอร์เน็ต ภายในปีที่ 5 ซึ่งอาจทำให้ JAS ต้องเผชิญภาวะขาดทุนไปอีกหลายปี

**กสทช.ขู่ ถ้าไม่จ่ายต้องออกจากวงการโทรคมนาคม
           นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยกับว่า แม้จะยังไม่ได้รับการติดต่อจาก JAS เพื่อชำระค่าใบอนุญาต อีกทั้งมีกระแสข้อกังวลเกี่ยวกับแหล่งเงินเพื่อจะมาชำระเงิน แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าสุดท้าย JAS จะชำระค่าใบอนุญาต 4G อย่างแน่นอน เพราะหาก JAS ไม่ชำระค่าใบอนุญาตก็จะมีผลกระทบต่อการให้บริการอินเทอร์เน็ต 3BB เพราะเป็นบริษัทเดียวกัน  
           JAS มาถึงจุดที่ต้องเลือกว่า จะเพิ่มทุน หรือจะออกจากธุรกิจโทรคมนาคมไทยไปเลย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นแต่ BBL จะใจดีปล่อยกู้เต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข  ถ้ายอมเพิ่มทุนเท่ากับว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ นำโดย พิชญ์ โพธารามิก จะต้องเร่งระดมเงินส่วนตัวก้อนโตหลักหมื่นล้านมาสำรองไว้
           ทั้งนี้ผลกระทบหาก JAS จ่ายเงินไม่ทันเวลาคือ จะถูกยึดเงินประกัน 644 ล้านบาท อีกทั้งจะขาดคุณสมบัติประกอบกิจการธุรกิจโทรคมนาคม

**วงการมอง"พิชญ์ โพธารามิก" อาจต้องหาเงินส่วนตัว 1 หมื่นลบ. เพิ่มทุนให้ JAS
           JAS มาถึงจุดที่ต้องเลือกว่า จะเพิ่มทุน หรือจะออกจากธุรกิจโทรคมนาคมไทยไปเลย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เว้นแต่ BBL จะใจดีปล่อยกู้เต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข ถ้ายอมเพิ่มทุนเท่ากับว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ นำโดย พิชญ์ โพธารามิก จะต้องเร่งระดมเงินส่วนตัวก้อนโตหลักหมื่นล้านมาสำรองไว้   
           บนสมมุติฐานว่า ธนาคารใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการปล่อยกู้ให้ TRUE คือหนี้สินต่อ EBITDA ต้องไม่เกิน 2 เท่า ซึ่งปัจจุบัน JAS มีภาระหนี้อยู่แล้วราว 1.5 หมื่นล้านบาท   
           เท่ากับว่าที่ดีสุด JAS จะได้เงินกู้วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท นั่นหมายถึง JAS ต้องใช้เงินตัวเองอีก 5 หมื่นล้านบาท แต่ในงบการเงินล่าสุด JAS มีเงินสดในมือราว 6,300 ล้านบาท จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเพิ่มทุนอีกไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท  
           แม้นายพิชญ์ โพธารามิก จะถูกจัดอันดับจาก นิตยสารฟอร์บส ไทยแลนด์ ให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 36 ของประเทศเมื่อกลางปี 58 ด้วยระดับความมั่งคั่ง 2.18 หมื่นล้านบาท แต่ในปัจจุบันราคาหุ้นในมือทั้ง JAS MONO และ JASIF ปรับลดลง ทำให้ความมั่งคั่งของ "พิชญ์" ณ ราคาหุ้นล่าสุดเหลือเพียง 1.2 หมื่นล้านบาท
  ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่า "พิชญ์" ถือหุ้นใหญ่ใน 3 บริษัท ดังนี้ 
           1. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS จำนวน 1,844 ล้านหุ้น หรือ 25.85%  
           2.บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MONO จำนวน 2,217 ล้านหุ้น หรือ 71.99%  
           3. กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน JASIF จำนวน 225 ล้านหุ้น หรือ 4.09%  
           หาก "พิชญ์" ขายหุ้นทั้งหมดที่ตัวเองถืออยู่ออกมาที่ราคาปัจจุบัน จะมีมูลค่าราว 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นการต้องหาเงินมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทมาเพิ่มทุนใน JAS จึงถือว่าเป็นเรื่องยากมากในทางปฏิบัติ

ที่มา https://www.efinancethai.com/hotnews/hot/index.aspx?name=h_020216h&release=y
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2016, 12:05:17 pm »

กสทช.ขู่เบี้ยวจ่าย 4G ยึดใบอนุญาตยกแผง
ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

          "กสทช." พลิกตำรากฎหมายลั่นเบี้ยวจ่ายเงินประมูลคลื่นไม่ใช่แค่ยึดเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท มีสิทธิลามถึงเพิกถอนใบอนุญาตอื่น ชูกรณี "ไทยทีวี" เป็นตัวอย่าง

          ยังมั่นใจ "แจส-ทรู" ไม่ทิ้งไลเซนส์
          รายงานข่าวแจ้งว่า หลังการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz สิ้นสุดลงเมื่อ วันที่ 19 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา ทั้งบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลต้องนำเงินมาชำระค่าประมูลงวดแรก จำนวน 8,040 ล้านบาท พร้อมหนังสือค้ำประกันวงเงินที่เหลืออีกกว่า 60,000 ล้านบาท ภายใน 90 วัน โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง เดือนเศษจะครบกำหนดในวันที่ 21 มี.ค.นี้

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่าแม้จะเชื่อมั่นว่าทั้งสองบริษัทจะนำเงินมาชำระได้ภายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ แต่ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ของทั้ง 2 บริษัทไว้ด้วย เพราะถ้าไม่จ่ายจะกลายเป็นผู้ทิ้งงาน และกระทบคุณสมบัติในการถือครอง ใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น ๆ ที่บริษัท และบริษัทในเครือถืออยู่ทั้งหมด เช่น แจส มีทั้งใบอนุญาตช่องดิจิทัลทีวี โมโน 29, ทริปเปิลทรี บรอดแบนด์ เป็นต้น เช่นกันกับที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลของบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่กระทบไปยังสิทธิในไลเซนส์อื่นของบริษัท รวมถึงกรรมการทุกคนในบริษัทจะกลายเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช. ทุกประเภท

          ด้านนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตนพยายามค้นข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อหาช่องว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้างกับบริษัทที่ไม่มาชำระเงินค่าประมูล นอกจากการริบเงินค้ำประกันการประมูล จำนวน 644 ล้านบาท และการเรียกค่าเสียหายจากการจัดประมูลครั้งก่อนและครั้งใหม่ที่ต้องจัดขึ้นแต่ยังไม่เจอว่าจะมีช่องทางหรือเงื่อนไขใดระบุว่าจะกระทบไปถึงสิทธิ์ในการถือครองใบอนุญาตประกอบกิจการอื่น

          "ตามหลักกฎหมาย เมื่อทำผิดเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาต ผลที่จะเกิดขึ้น คือไม่ได้รับใบอนุญาตที่ยื่นขอ แต่ผลจะกว้างไปกว่านั้นต้องมีกฎหมายรองรับ กรณีไทยทีวีที่โดนเพิกถอนใบอนุญาตแล้วกระทบไปถึงใบอนุญาตอื่น เพราะมีทั้ง พ.ร.บ. และประกาศ กสทช. รองรับไว้แล้ว แต่กับกรณีไม่จ่ายเงินประมูลคลื่น 900 MHz ยังหา ไม่เจอ" นายประวิทย์กล่าว

          และข้อกฎหมายที่ใกล้เคียงสุด คือ ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ที่ระบุคุณสมบัติของผู้ขอรับ ใบอนุญาตว่า กรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ ซึ่งหากใช้ช่องทางนี้ต้องฟ้อง ต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาออกมาก่อน ไม่ได้มีผลบังคับในทันที

          ขณะที่นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจโทรคมนาคม ยืนยันกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ถ้าผู้ชนะประมูลคลื่นไม่มาจ่ายเงินค่าประมูลจะมีผลกระทบถึงการถือครองใบอนุญาตอื่น ๆ ด้วยอย่างแน่นอน แม้ในเงื่อนไขการประมูลคลื่นในครั้งนี้จะไม่ได้ระบุไว้ แต่เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตเดิมที่แต่ละบริษัทถือครองอยู่มีระบุหน้าที่การต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กสทช. ไว้อยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายกฎหมายของสำนักงาน กสทช.เอง และภายนอกยืนยันว่ามีการระบุไว้แน่นอน และไม่ต่างจากการขึ้นแบล็กลิสต์

          อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 บริษัทมีเวลาอีก 40 วัน ก่อนถึงวันครบกำหนด 90 วัน ซึ่งในภายหลังถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง ทางสำนักงาน กสทช.จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทุกช่องทางอยู่แล้ว และมั่นใจว่ากติกาต่าง ๆ รัดกุมเพียงพอ"

          สำหรับกรณีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัท ไทยทีวี จำกัด นายฐากรเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา ตน ได้ลงนามในหนังสือแจ้งไปยังบริษัท ไทยทีวี จำกัด ผู้รับ ใบอนุญาตให้บริการ 2 ช่องทีวีดิจิทัล ได้แก่ ช่องไทยทีวี และช่อง MVTV Family ให้ทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ (กสท.) ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยมีผลตั้งแต่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ชำระเงินประมูลงวดที่ 2 รวม 288.472 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยให้แจ้งให้บริษัทชำระเงินประมูลที่ยังค้างอยู่อีก 5 งวด รวม 1,634 ล้านบาท รวมกับค่าปรับที่ชำระล่าช้าอีก 7.5% จนกว่าจะชำระหรือราว 14.26 ล้านบาท (ณ วันที่ 3 ก.พ.) รวมถึงค่าธรรมเนียมประกอบกิจการรายปี 2% ของรายได้ที่บริษัทไม่เคยจ่ายตั้งแต่ปี 2557 ทั้งหมดต้องชำระภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดจะแจ้งให้ธนาคารกรุงเทพ ผู้ค้ำประกันรับทราบ และชำระแทนภายใน 30 วันด้วย

          ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า การเพิกถอน ใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 8 และ 14 ระบุว่า ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่รวมความไปถึง ตัวนิติบุคคล กรรมการ และบุคคลผู้มีอำนาจกระทำการผู้ผูกพันต้องไม่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการแล้วไม่ครบ 3 ปี ซึ่งคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตต้องคงอยู่ตลอดที่เวลาที่รับใบอนุญาตประกอบกิจการอยู่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถประกอบกิจการได้

          "เมื่อไทยทีวี โดนเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทและกรรมการทุกคนจะกลายเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั้งหมด แม้ไม่ได้รวมไปถึงบริษัทในเครือแต่กระทบไปถึงบริษัทอื่น ๆ ที่มีกรรมการของไทยทีวีเข้าไปเป็นกรรมการของบริษัทด้วย ซึ่งในเบื้องต้นที่มีการตรวจสอบเฉพาะตัวบริษัทไทยทีวี ไม่ได้ถือไลเซนส์อื่นของ กสทช. นอกจาก 2 ช่องทีวีดิจิทัล เพราะก่อนนี้เคยมาขอใบอนุญาตให้บริการช่องทีวีดาวเทียมแต่บอร์ดไม่ได้อนุมัติ ในส่วนของกรรมการจะต้องมีการตรวจสอบเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป"

          นอกจากนี้ในส่วนของไทยทีวี ยังมีประเด็นต้องพิจารณาในเรื่องที่ทางบริษัทเข้าไปเช่าเวลาช่องทีวีดาวเทียมเพื่อออกอากาศรายการ ซึ่งตามมติบอร์ด กสท. เดิมเคยพิจารณาแล้วว่าผู้ให้บริการช่องทีวีดาวเทียมไม่สามารถแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินการได้ จากนี้คงต้องมีนำประเด็นนี้ให้บอร์ดฯ พิจารณาอีกครั้ง

          "สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการเรียกเงินประมูลจากไทยทีวี ในฐานะลูกหนี้ก่อน เมื่อไม่จ่ายจะไปใช้มาตรการกับธนาคารกรุงเทพในฐานะผู้ค้ำ ซึ่ง กสทช.จะยึดแบงก์การันตีไม่ได้ เฉพาะเมื่อมี คำสั่งศาลไม่ให้ยึด"


แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 (หน้า 4)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มีนาคม 11, 2016, 12:37:18 pm »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Nomura

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000290827/160308_JAS_QN.pdf

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ RHB

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000290780/TH_Jasmine%20International_Corporate%20New%20Flash_20160308_RHBTH.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มีนาคม 15, 2016, 09:10:44 pm »

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 มี.ค. 59 10:15 น.

เหลือเวลาไม่ถึง 7 วัน ที่บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล(JAS) จะต้องรีบหาเงินจำนวน 8,040 ล้านบาท และหนังสือค้ำประกันทางการเงินวงเงินกว่า 7 หมื่นล้านบาทจากธนาคาร(แบงก์การันตี) มาชำระค่าไลเซนส์คลื่น 900MHz ให้กับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ซึ่งมีกำหนดเส้นตายในวันที่ 21 มี.ค.นี้ แต่ทาง JAS ได้เข้าหารือกับ กสทช.และยืนยันว่าจะให้คำตอบเกี่ยวกับการชำระค่าไลเซนส์ดังกล่าวภายในวันที่ 18 มี.ค.นี้
ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า JAS คงวิ่งเต้นขาขวิด เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤติและหมิ่นเหม่ต่อการล่มสลายของกิจการ เพราะหาก JAS "เบี้ยวหนี้" ครั้งนี้ นอกจากจะถูกริบเงินประกัน 644 ล้านบาทที่วางไว้ก่อนประมูลแล้ว อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท ตามราคาไลเซนส์ที่ประมูลได้ และถูกขึ้นบัญชีดำ(แบล็คลิสต์)หมดโอกาสร่วมงานโทรคมนาคมกับภาครัฐตลอดกาล รวมถึงอาจต้องปิดฉากธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อใบอนุญาตหมดอายุ
ก่อนหน้านี้ประตูทางออกของ JAS มีให้เลือกหลายบาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทุนจดทะเบียน หรือทำแผนธุรกิจให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคารก่อนขอแบงก์การันตี แต่ดูเหมือนว่าประตูบานนี้ได้ปิดลงสนิทแล้ว เพราะกระบวนการเพิ่มทุนต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและใช้เวลายาวนาน คงไม่ทันเส้นตายของ กสทช.แน่นอน
ดังนั้น ทางรอดเดียวของ JAS ที่เหลืออยู่ คือ การเปิดตัวพันธมิตรต่างชาติที่มีความน่าเชื่อถืออย่างยิ่งยวด และต้องเป็นพันธมิตรที่พร้อมให้การสนับสนุนด้านเงินทุนและเทคโนโลยี รวมถึงมีเครดิตเพียงพอที่จะจูงใจให้ธนาคารยอมเซ็นแบงก์การันตีมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาทได้ ซึ่งการเปิดตัวพันธมิตรถือเป็นทางเลือกที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในขณะนี้ และน่าจะเป็นแนวทางที่ JAS เลือกเดินมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่เมื่อเส้นตายกระชั้นเข้ามา คงถึงเวลาเสียทีที่จะเผยโฉม "พระเอกขี่ม้าขาว"...แต่ถ้าไม่ JAS ก็จะกลายเป็นผู้ร้ายเสียเอง!!

*** ที่ปรึกษา JAS เผยเร่งดีลพันธมิตร-ขอแบงก์การันตี
"ชาญ บูลกุล" อดีตนักลงทุนรายใหญ่ ผู้บริหารด้านวาณิชธนกิจ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ JAS เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการเจรจากับพันธมิตรจากต่างชาติและทำเรื่องขอแบงก์การันตี โดยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันในอีก 1 สัปดาห์ที่เหลือ แต่หากไม่ทันก็ต้องยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น
"ตอนนี้มีแค่จ่ายกับไม่จ่าย 2 ทางแค่นั้น ซึ่งเราก็พยามอย่างเต็มที่ เพราะมีความตั้งใจจะเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างจริงจัง โดยกำลังเร่งปิดดีลกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ รวมถึงได้ติดต่อกับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่องเพื่อขอแบงก์การันตี แต่หากไม่ทันก็ต้องยอมรับตามนั้น ซึ่งก็คงโดนปรับและไม่สามารถเข้าประมูลได้อีกในส่วนของคลื่นความถี่เพื่อประกอบธุรกิจมือถือ ซึ่งผมคงพูดได้แค่นี้ อยากให้รอติดตามการแถลงในวันที่ 18 มี.ค.นี้ จากทาง JAS มากกว่าที่จะคาดเดาหรือตีความไปต่างๆ นาๆ"ชาญ กล่าว

*** วงการเชื่อ "พันธมิตรขี่ม้าขาว"ช่วยปิดฉากสวย
นักวิเคราะห์รายหนึ่ง เชื่อว่า สุดท้ายแล้ว JAS จะสามารถจ่ายค่าไลเซนซ์งวดแรกได้สำเร็จ ซึ่งพันธมิตรที่อยู่ระหว่างการเจรจาต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่และมีเครดิตเพียงพอสำหรับการขอแบงก์การันตี ส่วนการประกาศซื้อหุ้นคืนถึง 20% ต้องมีนัยสำคัญต่อการมาของพันธมิตรแน่นอน เพราะหากเป็นการซื้อหุ้นคืนตามปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องทำในช่วงนี้ โดยลำดับเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นไปได้คือ
-เจรจากับพันธมิตรโดยทำสัญญากู้ยืมเงินส่วนหนึ่งมาใช้เป็นหลักประกันในการขอแบงก์การันตี โดยค่อยออกหุ้นเพิ่มทุนให้หลังพ้นการติดระยะเวลาห้ามเพิ่มทุน 6 เดือนตามเกณฑ์การซื้อหุ้นคืน ซึ่งเงินกู้ยืมดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในอนาคต
-จากกระแสข่าวล่าสุดเป็นไปได้ว่าพันธมิตรจะเป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจสื่อสารหรือสถาบันการเงินจากญี่ปุ่น ซึ่งด้วยระดับเครดิตที่มีนัยของพันธมิตร อาจจะเป็นผู้ประสานกับสถาบันการเงินเพื่อออกแบงก์การันตีได้ไม่ยากนัก
-ด้านความกังวลเกี่ยวกับระยะเวลาในการขอแบงก์การันตี มองว่าไม่น่าจะนานนัก เพราะคงมีการเตรียมการไปมากแล้วรอเพียงความชัดเจนของพันธมิตรเท่านั้น โดยการประทับตราเพื่อออกแบงก์การันตีสามารถทำให้แล้วเสร็จได้ภายใน 1 วัน
"ตอนนี้เป็นเรื่องของความชัดเจนด้านพันธมิตรมากกว่า ที่ JAS เงียบไปหลังจากประกาศซื้อหุ้นคืน คงอยู่ระหว่างเร่งรีบเจรจา สุดท้ายเชื่อว่าจะลุล่วงไปด้วยดี เพราะ JASมีความมุ่งมั่นต่อการเข้าสู่ธุรกิจครั้งนี้เป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นคงไม่แข่งประมูลจนทำให้ราคาพุ่งไปสูงขนาดที่เห็น"
ด้านแหล่งข่าวระดับที่ปรึกษาการเงิน ระบุว่า ทางเดียวที่จะทำให้ JAS ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้คือต้องมีพันธมิตรเข้ามาช่วยสถานเดียว เพราะเกี่ยวเนื่องไปถึงความน่าเชื่อถือในการขอแบงก์การันตีด้วย
"ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ต้องมีพันธมิตรต่างชาติเข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ และพันธมิตรที่จะเข้ามาต้องเป็นกลุ่มที่มีคอนเนกชั่นกับสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศเพื่ออำนวยความสะดวกในการขอแบงก์การันตี เพราะหากผิดไปจากวิธีการนี้ โอกาสไม่ทันเส้นตายที่ กสทช.กำหนดไว้ 21 มี.ค.นี้ มีสูงมาก และนั่นจะเท่ากับตัดโอกาสทางธุรกิจมือถือของ JAS ไปโดยปริยาย" แหล่งข่าวที่ปรึกษาการเงิน กล่าว

*** กสทช.เตรียมรื้อเกณฑ์ประมูล หวั่นผู้ชนะเบี้ยวหนี้
แหล่งข่าวกรรมการ กสทช. กล่าวว่า คณะกรรมการจะต้องหารือเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่อย่างแน่นอน จากกรณีที่ JAS มีความเสี่ยงที่จะไม่ชำระค่าใบอนุญาตตามกำหนด
"ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดการเบี้ยวจ่าย ทั้งๆที่ประมูลกันดุเดือด ในลักษณะที่ยังไงก็จะเอาให้ได้ ซึ่งบทลงโทษตอนนี้มีแค่ติดแบล็คลิสต์นิติบุคคลที่เข้าประมูล, ริบเงินประกันการเข้าประมูล 644 ล้านบาท และจ่ายค่าดำเนินการหากมีการประมูลครั้งใหม่ ถือว่าเป็นความเสียหายของบริษัทที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการประมูลของรัฐ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะทำด้วยความเจตนาหรือไม่มีเจตนาก็ตาม คงต้องปรับกันใหม่ให้เข้มข้นกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ที่ให้เข้ามาเล่นๆ" แหล่งข่าวกล่าว

รายงาน โดย ศราพงค์ นันติวงค์
เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อีเมล์. anurak@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 29, 2016, 10:27:02 pm »

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 เม.ย. 59 14:39 น.
  ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ว่าที่ประชุมได้อนุมัติในวาระสำคัญ ประกอบด้วยการซื้อหุ้นคืน 1.2 พันล้านหุ้น ที่ราคา 5 บาท ซึ่งจะรับซื้อตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยจะแจ้งรายละเอียดผ่านตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง ช่วงกลาง พ.ค. ส่วนปันผลที่เหลืออีกหุ้นละ 0.30 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 27 พ.ค. นี้ ขณะที่ผู้ถือหุ้นโวย หลังบอร์ดไม่ให้ถามเรื่องประมูลคลื่น 900MHz อ้างข้อกฎหมายให้รวมหุ้น 1 ใน 3 หรือ 2.37 พันล้านหุ้น เพื่อเสนอเป็นวาระอื่นๆ แต่สุดท้ายก็อนุมัติรับทราบการดำเนินการประมูลคลื่น 900MHz ซึ่งถูกริบเงินค้ำประกัน 644 ลบ. โดยผู้บริหารยันไม่มีค่าเสียหายอื่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม รายละเอียดดังนี้

  - ผู้ถือหุ้น JAS อนุมัติซื้อหุ้นคืน 1,200 ล้านหุ้น หรือ 16.82% ราคาหุ้นละ 5 บาท โดยจะตั้งโต๊ะรับซื้อในวันที่ 1-10 มิ.ย. 59
  - ส่วนวิธีการจะรับซื้อตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยบล. บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน จะแจ้งรายละเอียดผ่านตลาดหลักทรัพย์อีกครั้ง ในกลางเดือน พ.ค.
  - ผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.30 บาท โดยกำหนดจ่ายวันที่ 27 พ.ค. 59
  - ทั้งนี้ในปี 2558 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 2 ครั้ง คือ วันที่ 18 มีนาคม 2558 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น และ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 ในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีจึงจ่ายเงินปันผล 1.90 บาท
  - นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS ประกาศกลยุทธ์ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ธุรกิจบรอดแบรนด์ของประเทศ โดยจะเจาะลึกถึงระดับหมู่บ้าน
  - โดยตั้งงบลงทุน 6 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มลูกค้าเป็น 3.3 ล้านรายในปี 60 จากราว 2.1 ล้านรายในขณะนี้ และคาดว่าสิ้นปีจะมีลูกค้าแตะ 2.5 ล้านราย
  - ทั้งนี้ระหว่างการประชุม มีผู้ถือหุ้นสอบถามถึงเรื่องการประมูลคลื่น 900MHz แต่ผู้บริหารไม่อนุญาตให้ถาม โดยอ้างข้อกฎหมาย ให้รวมหุ้น 1 ใน 3 หรือ 2.37 พันล้านหุ้น เพื่อเสนอเป็นวาระอื่นๆ
  - แต่สุดท้ายรวบรวมหุ้นได้ 34% จึงเพิ่มวาระที่ 8 การดำเนินการประมูลคลื่น 900MHz ซึ่งผู้ถือหุ้น 91.28% อนุมัติรับทราบการดำเนินการประมูลคลื่น 900MHz ซึ่งถูกริบเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท หลังจากไม่สามารถจ่ายค่าใบอนุญาตงวดแรกพร้อมหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือแบงก์การันตีได้
  - นาย วีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย JAS ยืนยันต่อผู้ถือหุ้นว่า บริษัทฯ ไม่มีค่าเสียหายอื่นที่ต้องจ่ายเพิ่ม ตามหลักเกณฑ์การประมูล โดยเชื่อว่ากรณีของ JAS ไม่เข้าหลักเกณฑ์กฎหมายฮั้วประมูล อีกทั้งหลักเกณฑ์การประมูลได้กำหนดไว้ครบถ้วนแล้ว
  - โดยนายพิชญ์ ชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่สามารถจ่ายเงินค่าใบอนุญาตงวดแรก พร้อมแบงก์การันตีได้ เนื่องจากสถาบันการเงินรายใหญ่แห่งหนึ่งที่เจรจากันมาตลอดว่าพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ให้กับแจส โมบายฯ แต่ภายหลังกลับเพิ่มเงื่อนไขในนาทีสุดท้ายให้ครอบครัว "โพธารามิก" ต้องค้ำประกันส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้
  - จากนั้นได้พยายามหาเงินกู้ โดยการเจรจาพันธมิตรจากประเทศจีน ที่พร้อมลงทุนถึง 3 หมื่นล้านบาท โดยการเข้าถือหุ้นแจส โมบายฯ 49% แต่สุดท้ายติดเงื่อนไขเวลา ซึ่งไม่สามารถทำให้ทันได้ภายใน 21 มี.ค. 59 เพราะต้องขออนุญาตจากทางการของจีน ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงกลาง เม.ย. 59
  - ล่าสุดหุ้น JAS ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 4.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 4.76% มูลค่าการซื้อขายอันดับ1 ที่ 2,686 ล้านบาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 716
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2016, 11:18:27 pm »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Nomura

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000297028/160603_JAS_QN.pdf
บันทึกการเข้า

นกฮูกผี

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 40
    • ดูรายละเอียด
Re: JAS : บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 10:07:11 am »

 FER ........... กำลังลากราคาให้นะ ขณะนี้ 10.04น บิดที่ 0.70
แจก FER-w3 ใครโชคดีมาอ่าน เข้าซื้อได้จา   

จะลาก ให้อีก10ตังไปขาย 80ตังนะนู๋

(ตั้งกระทู้ใหม่ ไม่เป็น หาปุ่มกดไม่เจอ)
บันทึกการเข้า