เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 16404 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด

INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ชื่อบริษัท    บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่    อาคารอินทัช ทาวเวอร์, 414 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

นโยบายการจ่ายปันผล:
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)

เบอร์โทรศัพท์    0-2299-5000
เบอร์โทรสาร    0-2271-1058

เว็บไซต์    www.intouchcompany.com
กราฟเทคนิค และข้อมูลหุ้น http://www.ruayhoon.com/stock/INTUCH/
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 23, 2014, 08:14:40 am »

ซื้อ เพื่อหวังผลตอบแทนระยะกลางที่ 7%
ประเด็นการลงทุน : ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงจากการลดน้ำหนักของนักลงทุนต่างชาติ และประเด็นการเมืองในประเทศ และยังฟื้นตัวช้ากว่า ADVANC ทำให้ระดับผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 3% และมีส่วนลดจาก NAV ของ ADVANC ที่ 14% มากกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 เดือนที่ต่ำกว่า 10% ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน คงคำแนะนำ ซื้อ เพื่อหวังผลตอบแทนอย่างน้อย 7% (4% จากการคาดหวังการฟื้นตัวของราคาหุ้นที่ทำให้ส่วนลดจาก ADVANC กลับสู่ระดับปกติที่ราว 10% และ 3% จากเงินปันผล 2H56) ราคาเป้าหมาย 125 บาท
ผลประกอบการ 4Q56 คาดเป็นบวก: ทั้งจากผลประกอบการของ ADVANC ที่มีการตั้งสำรอง DPC ต่ำกว่าที่ตลาดกังวล รวมถึงอาจดีกว่าที่เราประเมิน และ THCOM กำไร 4Q56 น่าจะทำระดับสูงสุดใหม่ ทำให้แนวโน้มผลประกอบการของ INTUCH จะออกมาเป็นบวกในแง่ของงบการเงินรวม ขณะที่งบเดี่ยวจะขาดทุนเล็กน้อยเนื่องจากไม่มีธุรกิจที่สร้างรายได้ด้วยตนเอง แต่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ขณะที่การรับรู้เงินปันผลของ ADVANC และ THCOM จะสะท้อนในงบเดี่ยวของ 1Q57
ITV คาดถูกถอดออกจากตลาดใน 2Q57: คดีฟ้องร้อง ITV ปัจจุบันยังอยู่ในชั้นศาลที่ยังต้องใช้เวลาอีกมากในการได้ข้อสรุป ซึ่งบริษัทได้ผ่านการตั้งสำรองส่วนนี้ไว้แล้ว แต่หากที่สุดชนะคดีก็จะสามารถกลับรายการเป็นกำไรพิเศษได้เช่นกัน นอกจากนี้ในเดือน มี.ค. ITV จะครบกำหนดที่จะต้องถูกถอนออกจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการราวเดือน มิ.ย. ไม่กระทบการจ่ายปันผลของ INTUCH
Digital TV ยังเป็นโอกาส แม้จะไม่ชนะการประมูล: เนื่องจากบริษัทประเมินราคาที่เหมาะสมในการธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรได้และไม่กระทบผู้ถือหุ้นจึงตัดสินใจไม่เสนอราคาแข่งที่สูงเกินไป ขณะที่ยังคงหาโอกาสจากการลงทุนอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่นการเป็นตัวกลางในการเปลี่ยน Content ที่มีอยู่บนระบบ Analog ให้เป็น Content ที่ใช้ได้บนระบบ Digital หรือการหาโอกาสลงทุนในช่องที่ผู้ชนะการประมูล แต่ไม่สามารถบริหารให้คุ้มทุนได้ โดยรวมปี 2557 บริษัทยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มที่เชี่ยวชาญคือ โทรคมนาคม, IT, สื่อ และ Content
ราคาหุ้นยังฟื้นตัวได้ช้า ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง: สัปดาห์นี้ ADVANC นำตลาดฟื้นตัวโดยปรับตัวขึ้น 7% ขณะที่ INTUCH ปรับตัวขึ้นเพียง 3% เราคาด ADVANC จ่ายเงินปันผล 2H56 ที่ 5.35 บาท/หุ้น และ THCOM คาดที่ 0.64 บาท/หุ้น ทำให้ INTUCH จะจ่ายเงินปันผลได้ราว 2.03 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 3.0% สูงกว่า ADVANC ที่ 2.5% และปี 2557 เป็นปีที่ ADVANC ได้ผลบวกจาก 3จี ชัดเจน เราคาดทำให้ INTUCH จ่ายปันผลทั้งปีได้ 5.70 บาท/หุ้น คิดเป็นผลตอบแทน 8.4% นอกจากนี้ที่ราคาปิดของ ADVANC ที่ 210 บาท ด้วยวิธี NAV คิดเป็นราคาที่ควรจะเป็นของ INTUCH ที่ 78.77 บาท สะท้อนราคาตลาดที่ 67.75 บาท ยังเป็น Discount จาก NAV อยู่ 14% มากกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 เดือนที่ต่ำกว่า 10% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 125 บาท (ด้วยวิธี NAV ที่ Discount 5%)

ที่มา Maybank Kimeng
http://kelive.maybank-ke.co.th/KimEng/servlet/MemberServlet?operation=Login&source=F&action=ViewStock&DBId=2&rid=23112&lang=2&more=1
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 23, 2014, 08:18:43 am »

กลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร(ICT Sector)
ผลพลอยได้จากทีวีดิจิตอล

ICT ได้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำ: กสทช. มีแผนในการสร้างโครงข่ายหลักเพื่อให้บริการ TV Digital ในปี 2557 ที่ 11 จังหวัดภายใน 1H57 โดยมอบหมายให้ 4 ราย (6 ใบอนุญาต) เป็นผู้วางโครงข่ายคือช่อง 5, ช่อง 9, ช่อง 11 และ ThaiPBS โดยจะต้องเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่ 1 เม.ย. และต้องครอบคลุมพื้นที่ 50% ของประชากรภายใน1 มิ.ย. 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปีที่ 2, 90% ภายในปีที่ 3 และ 95% ภายในปีที่ 4 (ปี 2560) ทั้ง 4 รายนี้เรียกว่า Multiplexer หรือ MUX (มักซ์) ทำให้ทั้ง 4 รายมีความจำเป็นต้องลงทุนติดตั้งเสาส่งสัญญาณ และอุปกรณ์ซึ่งถือเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่เงินลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ TV Digital และมีรายได้จากค่าเช่าโครงข่ายที่คิดจากผู้ชนะการประมูลช่องรายการอีกทอดหนึ่ง การลงทุนของ MUX ต้องมีการประมูลเพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญเข้าประมูลงาน เป็นบวกกับ SAMART, SAMTEL และ LOXLEY ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญงานในด้านนี้ และ TRUEIF หาก MUX มาเช่าเสาเพื่อลดต้นทุน ซึ่งแต่ละ MUX ต้องใช้เงินลงทุนตลอด 2-3 ปี ราว 1,000 – 1,500 ล้านบาท ต่อ 1 ใบอนุญาต มูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000 – 9,000 ล้านบาท

หุ้นขนาดเล็กได้ประโยชน์กลางน้ำ: เมื่อจำนวนช่องรายการมีมากขึ้น รายการหรือ Content ที่แต่ละช่องมีย่อมเพิ่มสูงขึ้น และแต่ละรายการต้องใช้ Link หรือสายวงจรในการส่งข้อมูล หรือ Content จากสตูดิโอของผู้จัดรายการไปยังที่ตั้งของเจ้าของสถานี และ Link ที่เชื่อมต่อกับสถานีดาวเทียมไทยคม การลงทุนโครงข่ายเองย่อมไม่คุ้มค่า และไม่ใช่สิ่งที่มีความเชี่ยวชาญ การเช่าสายวงจรเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานีดังกล่าวจึงช่วยลดต้นทุน และเวลาให้กับผู้จัดรายการได้เป็นบวกต่อ ILINK และ SYMC ที่มีสายวงจรให้เช่าครอบคลุมพื้นที่ในกทม. สำหรับผู้ที่มี Content ที่อยู่ในรูป Analog สามารถเปลี่ยน Platform ให้มาอยู่ยนระบบ Digital ได้ โดย INTUCH วางตนเองเป็นคนกลางรับให้บริการในส่วนนนี้ นอกจากนี้ INET อาจได้ผลพลอยได้ในฐานะการเป็นฐานเก็บข้อมูลจำนวนมาก สำหรับผู้ให้บริการ Content ที่ไม่มีสถานที่ และเป็นฐานสำรองข้อมูลให้กับเจ้าของรายการ และเจ้าของสถานีที่สามารถเรียกใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับจำนวนข้อมูลขนาดใหญ่ได้ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และการเมือง โดยมีการันตีความผิดพลาดเพียง 0.01%

Mobile operator ได้ประโยชน์ปลายน้ำ: เนื่องจากโทรทัศน์เก่าที่มีอยู่ตามบ้านส่วนใหญ่ไม่รองรับระบบ Digital ซึ่งจะดูได้จากการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณคือ เสาอากาศ (Antenna) และกล่องแปลงสัญญาณ Digital เป็นสัญญาณภาพ หรือ Set-top-box แต่หากโทรทัศน์ไม่รองรับระบบ HD จะสามารถดูช่องรายาการ HD ได้ แต่ระดับความคมชัดจะเทียบเท่าเพียงระบบ SD เท่านั้น SAMART ได้ประโยชน์จากการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณซึ่งได้รับการรับรองจาก กสทช. แล้วราคาเฉลี่ยต่อชุดที่ 1,100 – 1,500 บาท มูลค่าตลาดรวม 40,000 ล้านบาท โดยบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด 20% ส่วน SIM ได้ส่วนแบ่งรายได้จากกล่องที่นำมาขายผ่านร้านค้าของ SIM นอกจากนี้มีแนวโน้มว่า SIM จะผลิตสินค้าใหม่ที่สามารถรับชม TV Digital ได้ เป็นบวกต่อรายได้จากการขายSmart device เราประเมินว่าผู้จำหน่ายรายอื่นจะผลิตออกมาในลำดับถัดไป ซึ่งทำให้การใช้งานวิดีโอบนมือถือเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกิน Bandwidth สูงกว่าการใช้งานประเภทอื่น ทำให้มีโอกาสที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อเพิ่มความเร็วของ Internet เป็นบวกต่อ ARPU ของ Mobile operator ทั้ง ADVANC, DTAC, TRUE และ SIM
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 12:35:04 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      14,567,979 13,786,739
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      4.54 4.30
ต่อหุ้น (บาท)                     


งบการเงินเฉพาะกิจการ                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      13,571,231 12,010,292
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      4.23 3.75
ต่อหุ้น (บาท)                     
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 12:36:27 pm »

การพิจารณาปันผล                     

เรื่อง                       : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ                       : 17 ก.พ. 2557
ชนิดการปันผล                       : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิรับปันผล                       : 04 เม.ย. 2557
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD)                       : 01 เม.ย. 2557
จ่ายให้กับ                       : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น)                       : 2.16
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท)                       : 1.00
วันที่จ่ายปันผล                       : 25 เม.ย. 2557
จ่ายปันผลจาก                       :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2557 ถึงวันที่ 27 มี.ค. 2557
หมายเหตุ                       :
การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวดผลประกอบการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2557
อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด
(มหาชน) ที่จะประชุมในวันที่ 26 มีนาคม 2557 และที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 ของบริษัท ไทยคม
จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะประชุมในวันที่ 27 มีนาคม 2557 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2556
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 12:36:43 pm »

BLS.INTUCH: เป็นไปตามคาด
วันที่เผยแพร่ : 19/02/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

เป็นไปตามคาด

INTUCH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 3.48 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 3% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินค่าปรับจำนวน 104 ล้านบาทที่ THCOM ได้รับจากการเลื่อนยิงดาวเทียมไทยคม 6 กำไรหลักอยู่ที่ 3.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 2% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักเป็นไปตามคาด กำไรหลักของ ADVANC สูงกว่าคาด 3% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำกว่าคาด (ซึ่งได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ค่าใช้จ่ายด้านกฎระเบียบและค่าใช้จ่ายด้านการตลาด) กำไรหลักของ THCOM ต่ำกว่าคาด 6% เนื่องจากรายได้อื่นที่ต่ำกว่าคาด INTUCH ประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 2.16 บาทต่อหุ้นสำหรับงวดเดือนม.ค.-มี.ค.2557 หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3% สำหรับงวดนี้

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรหลักของ INTUCH ที่เติบโตเล็กน้อย YoY ได้รับปัจจัยหนุนจาก กำไรหลักของ ADVANC ซึ่งเติบโต 3% YoY และ 7% QoQ ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลง ซึ่งกลบผลกระทบของรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต 2.1 กิกะเฮิร์ซซึ่งเพิ่มขึ้น รายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) ลดลง 1% YoY และทรงตัว QoQ เนื่องจากรายได้บริการเสียงที่ลดลง (ลดลง 9% YoY และ 3% QoQ) รายได้บริการนอนว้อยซ์เติบโต 19% YoY และ 4% QoQ (ดูรายละเอียดในรายงานผลประกอบการของ ADVANC สำหรับไตรมาส 4/56)

กำไรหลักของ THCOM ที่เติบโตก้าวกระโดด YoY เนื่องจากไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากเอ็มโฟน กำไรขั้นต้นของดาวเทียมไอพีสตาร์ที่เพิ่มขึ้น (ซึ่งเป็นผลจากต้นทุนดาวเทียมไอพีสตาร์ที่ลดลง) และภาระดอกเบี้ยจ่ายรวมถึงภาระภาษีจ่ายที่ลดลง รายได้ดาวเทียมแบบทั่วไปเติบโต 34% YoY และ 9% QoQ เนื่องจากการบันทึกรายได้ดาวเทียมชั่วคราวที่ตำแหน่ง 78.5 องศาเข้ามาเต็มไตรมาสก่อนยิงดาวเทียมไทยคม 6 ขึ้นสู่วงโคจรในเดือนม.ค.2557 (ดูรายละเอียดในรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/56 ของ THCOM)

แนวโน้ม

เราคาดรายได้ของ INTUCH ในปี 2557 เติบโต 6% YoY ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่บริษัทคาดไว้ในช่วง 5-7% โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ของ THCOM ที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุปสงค์ที่ยังคงเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งสำหรับการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียม

เราคาดกำไรหลักไตรมาส 1/57 ของ INTUCH ที่ 3.8 พันล้านบาท ลดลง 6% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ) โดยกำไรหลักของ ADVANC มีแนวโน้มลดลง 8% YoY ซึ่งจะกลบผลกระทบของกำไรหลักของ THCOM ที่เติบโตก้าวกระโดด 74% YoY ในแง่ของ ADVANC เราใช้สมมติฐานรายได้บริการ (ไม่รวมไอซี) ไตรมาส 1/57 ปรับตัวลดลง 1-2% YoY เนื่องจากรายได้บริการเสียงที่ลดลงต่อเนื่อง แต่รายได้นอนวอยซ์คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยหนุนของโปรโมชั่นการขายเครื่องควบไปกับแพ็คเก็จบริการข้อมูล

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ซึ่งประเมินด้วยวิธี NAV ของเราปรับเพิ่มขึ้น 1% มาอยู่ที่ 100 บาท เนื่องจากการปรับราคาเป้าหมายของ ADVANC เพิ่มขึ้นอีก 1% (เป็น 248 บาท)

คำแนะนำ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น INTUCH ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับดีที่ 6%
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 100.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 06:58:03 pm »

INTUCH คาดรายได้ปีนี้โต 5-7% ค่าใช้จ่ายบริหาร 400-450 ลบ.

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 09:35:54 น.
ผู้เข้าชม : 387 คน

บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดเผยว่า บริษัทคาดรายได้จากการขายและการให้บริการปีนี้เติบโต 5-7% จากธุรกิจดาวเทียมที่ขยายตัว เนื่องจากความต้องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียม ยังคงมีอย่างต่อเนื่องจากธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจสื่อทั้งในประเทศ และภูมิภาค รวมทั้งประเทศในแถบแอฟริกา

ขณะที่คาดว่าบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ซึ่งเป็นบริษัทลูกนั้นจะยิงดาวเทียมไทยคม 7 ขึ้นสู่วงโคจรภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยคมมีช่องสัญญาณรวมของดาวเทียมประเภททั่วไปทั้ง 3 ดวงเป็น 87 ช่องสัญญาณ ณ สิ้นปีนี้ ประกอบกับยังมีดาวเทียมประเภทบอร์ดแบนด์อีก 1 ดวง คือดาวเทียมไทยคม 4 ด้วย 

สำหรับรายได้จากธุรกิจสื่อและโฆษณาของบริษัท แมทช์บอกซ์นั้น อาจจะชะลอตัวลงจากปีที่แล้ว จากยอดบิลลิ่งของธุรกิจมีเดีย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ต่ำ  อย่างไรก็ตามปีนี้ INTUCH ยังจะมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ตามสัดส่วนการถือหุ้น 40.45% โดยคาดว่าปีนี้จำนวนผู้ใช้บริการ 3G-2.1GHz จะเติบโตต่อเนื่อง และคิดเป็น 75% ของฐานลูกค้าทั้งหมด เทียบกับ 40% ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนค่าธรรมเนียมลดลง 

นอกจากนี้ บริษัทตั้งงบค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ประมาณ 400-450 ล้านบาทในปีนี้ โดยวางเป้าหมายใช้งบสำหรับการร่วมลงุทน(Venture capital) ปีละไม่เกิน 200 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นในแต่ละกิจการประมาณ 25-30% เพื่อลงทุนในกิจการต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และดิจิตอล คอนเทนต์

http://www.kaohoon.com/online/81967/twitter.htm
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2014, 07:23:03 am »

เทมาเส็กเล็งขายหุ้นชินคอร์ป

"เทมาเส็ก" เตรียมขายหุ้นมูลค่า 3,100 ล้านดอลลาร์ ที่ถืออยู่ใน "ชินคอร์ป" ยักษ์ใหญ่วงการโทรคมนาคมไทย

แหล่งข่าวเผยว่า บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ "เทมาเส็ก" เตรียมขายหุ้นมูลค่า 3,100 ล้านดอลลาร์ ที่ถืออยู่ในยักษ์ใหญ่วงการโทรคมนาคมไทย "ชินคอร์ป" โดยคาดว่าธุรกิจในเครืออย่าง "สิงเทล" จะรับช่วงซื้อหุ้นดังกล่าวไป

ปัจจุบัน เทมาเส็กถือหุ้นชินคอร์ปผ่านบริษัทลูกอยู่ 41.6% และกำลังทาบทามให้ "สิงคโปร์ เทเลคอมมิวนิเคชันส์" หรือสิงเทล เข้าซื้อหุ้นจำนวนนี้

นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า ความเคลื่อนไหวของเทมาเส็กในการขายหุ้นชินคอร์ปครั้งนี้มาจากความต้องการจัดระเบียบพอร์ตการลงทุนขององค์กร และโยกย้ายธุรกิจด้านโทรคมนาคมให้อยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารจัดการเพียงหนึ่งเดียว

เมื่อปีที่แล้ว ความพยายามของเทมาเส็กในการรวบรวมพอร์ตการลงทุนให้เข้มแข็งขึ้น กลับประสบกับความล้มเหลว หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียไม่อนุมัติข้อตกลงที่ดีบีเอสกรุ๊ป เสนอซื้อแบงก์ดานามอน อินโดนีเซีย

อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งทางการเมืองไทยที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้การพูดคุยเจรจากรณีของชินคอร์ปเป็นกรณีที่ 2 แล้วที่ต้องพบกับอุปสรรค เนื่องจากก่อนหน้านี้ "ไอเอ็นจีกรุ๊ป" ที่มีแผนการขายหุ้นจำนวน 31% ที่ถืออยู่ในธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบีแบงก์ ต้องหยุดชะงักลง

ทั้งนี้ เทมาเส็ก ร่วมกับนักธุรกิจเชื้อสายไทย-จีน "นายสุรินทร์ อุปพัทธกุล" เข้าซื้อหุ้นชินคอร์ปจำนวน 96% ตั้งแต่เมื่อปี 2549 ผ่านการจัดตั้งบริษัท "ซีดาร์โฮลดิ้งส์" ซึ่งภายหลังขายหุ้นทั้งหมดออกมา และถือหุ้นผ่านบริษัทลูกอย่าง "แอสเพน" แทน

ล่าสุด ทั้งชินคอร์ปและสิงเทล ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกระแสข่าวดังกล่าว ขณะที่โฆษกเทมาเส็ก ระบุเพียงว่า องค์กรยังมุ่งมั่นในการเป็นนักลงทุนระยะยาวที่ลงทุนในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งในอาเซียนด้วยเช่นกัน

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/foreign/20140218/563936/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9B.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 23, 2014, 07:24:53 am โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2014, 09:59:00 am »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 07, 2014, 07:10:34 pm »

เปิดใจ 2 ซีอีโอ"ชินคอร์ป-เอไอเอส" ปมธุรกิจบนเส้นขนานการเมือง

เป็นอีกครั้งที่บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอด-วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ของอดีตนายกรัฐมนตรี “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ต้องเผชิญกับวิบากกรรมในการดำเนินธุรกิจ ถูกดึงเข้าสู่วงจรแห่งความขัดแย้งทางการเมือง

แม้ “ตระกูลชินวัตร” จะขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในกลุ่มชินคอร์ปออกไปตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2549 หรือเมื่อกว่า 8 ปีมาแล้ว ด้วยเม็ดเงินมหาศาลในขณะนั้นกว่า 76,000 ล้านบาท

อันทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องเผชิญ “มรสุม” จากการ “ล้างมือในอ่างทองคำ” ด้วยการถูกเปิดโปงว่า มีพฤติกรรมการซื้อขายหุ้นที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน จนถูกศาลพิพากษาริบเงินที่ได้จากการขายหุ้นในครั้งนั้นเข้ารัฐไปกว่า 46,000 ล้านบาท

เพราะประกาศิตล่าสุดของ “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)ที่ยกระดับการชุมนุมประท้วงไปสู่การไล่ล่ากดดันให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุติบทบาทรัฐบาลรักษาการลงนั้น

มาพร้อมกับปฏิบัติการกดดัน ด้วยการนำม็อบ กปปส.เข้าปิดล้อมธุรกิจในเครือชินวัตร ด้วยข้ออ้างเพื่อตัด “ท่อน้ำเลี้ยง” เครือข่ายธุรกิจของตระกูลชินวัตร นอกเหนือไปจากการเรียกร้องให้มวลมหาประชาชน ยกเลิกการใช้มือถือในเครือข่ายเอไอเอส

เหตุใดกลุ่มชินคอร์ปและเอไอเอส ยังคงถูกตามรังควานไม่สิ้นสุดและตกเป็นเหยื่อทางการเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ทีมเศรษฐกิจ” ขอเปิดพื้นที่ รวมทั้งเปิดอก 2 ซีอีโอแบบลึกสุดใจ นับจากบรรทัดนี้....

นายสมประสงค์ บุญยะชัย
ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

“เราถูกดึงเข้าไปเกี่ยวกับการเมือง เพราะผู้ก่อตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก้าวสู่งานทางการเมือง ทั้งที่โดยนิติบุคคล เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว ตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมา หลัง พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นทั้งหมดเมื่อปี 2549 เราก็ได้รับผลกระทบเรื่อยมา เจอหนักๆมาก็เยอะ ก็ต้องใช้ความอดทน ความพยายามในการชี้แจง ซึ่งผมเชื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ”

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่าทั้งบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืออินทัชและบริษัทลูกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส รวมทั้งบริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

งบการเงินของเราต้องได้รับการตรวจสอบ ต้องมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นสม่ำเสมอ มีกลไกในการตรวจสอบเข้มข้น ภายใต้กฎหมายมากมาย เช่น พ.ร.บ.มหาชน พ.ร.บ.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฯลฯ จะให้เอาเงินไปอุดหนุนพรรคใด เป็นท่อน้ำเลี้ยงใคร เราทำไม่ได้แน่

การเป็นผู้บริหารในบริษัทจดทะเบียนเช่นนี้ มีกลไกควบคุมเอาไว้หมด ผู้บริหารไม่ใช่เจ้าของ บอร์ดบริษัทก็ไม่ใช่เจ้าของ มีรายได้จากเงินเดือนที่ได้รับ จะเอาเงินไปจ่ายให้ใครไม่ได้ ยกเว้นใช้จ่ายในการบริหารบริษัทกับจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ผู้บริหารทำผิดจะต้องชดใช้ความเสียหายและมีโทษทางอาญาถึงขั้นจำคุก

“ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับบริษัท เพราะยุ่งไม่ได้ เขาขายหุ้นไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2549 จากนั้นก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่มีแม้กระทั่งความพยายามเข้ามายุ่ง”

ฉะนั้น การชักชวนให้คนเลิกใช้บริการของเรา บอยคอตสินค้าของเรา สิ่งต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลใดๆต่อ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของ ไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ไม่ได้ท่อน้ำเลี้ยงจากเรา สิ่งที่ทุกคนเข้าใจผิด จึงจำเป็นต้องเข้าใจให้ถูกต้องเสียก่อน

หากจะเลิกใช้บริการของเรา ก็ควรจะต้องเป็นเพราะเราให้บริการได้ไม่ดีพอ นั่นเป็นเหตุให้ธุรกิจในกลุ่มอินทัช พยายามพัฒนาบริการให้ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าทุกคนของเราคงรับรู้เรื่องนี้ดี

ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มทุกคน เสียใจเป็นอย่างมากที่ถูกกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ในฐานะผู้บริหารองค์กร ผมยอมรับว่าผมจะเหนื่อยไม่ได้ และต้องคอยให้กำลังใจพนักงานเสมอ บอกพวกเขาว่าต้องอยู่ในความเป็นจริง วางใจให้เป็นกลางให้ได้

“พนักงานของที่นี่ต้องถือว่าลูกค้าเป็นผู้มีอุปการคุณ ลูกค้าจะรับเอาความคิดทางการเมืองข้างใดเป็นหลักนั้น เป็นสิทธิของลูกค้า เป็นเรื่องที่เราต้องเคารพ แต่ความคิดทางการเมืองที่ก่อให้เกิดความรู้สึกทางลบต่อเรา เป็นเรื่องที่สำคัญและต้องรีบแก้ไข เพราะบริษัทตั้งอยู่ได้ด้วยมวลชนหรือประชาชนที่ใช้บริการของเรา”

ความที่เราตกเป็นเหยื่อทางการเมืองต่อเนื่อง จริงๆก็นับตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และรุนแรงขึ้น หลังการขายหุ้นให้กับกลุ่มเทมาเสก โฮลดิ้งส์ ไล่เรียงมาจนถึงปัจจุบัน ผมและบอร์ดบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงจะเห็นได้ว่าในราว 3 ปีก่อนหน้านี้ เราพยายามหนีภาพความเป็นธุรกิจของครอบครัวชินวัตร ด้วยการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “อินทัช”

เราใช้ชื่อ “อินทัช” แทนกลุ่มชิน และใช้เป็นสัญลักษณ์บริษัทในการซื้อขายหุ้นด้วย แต่ชื่ออย่างเป็นทางการยังคงใช้ชื่อ “ชิน คอร์ปอเรชั่น”

วิกฤติครั้งนี้ทำให้เราเห็นว่า เราควรพยายามมากขึ้น ที่จะหลีกหนีออกจากปัญหาทางการเมือง ซึ่งเราไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลยให้ได้ บอร์ดจึงได้อนุมัติเปลี่ยนชื่อจากชิน คอร์ปอเรชั่น เป็น “อินทัช โฮลดิ้ง คัมปะนี” โดยจะนำเสนอสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 28 มี.ค.นี้

ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่าบริษัทซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ตเวิร์ก จำกัด หรือเอสเอ็นบี ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนประกอบกิจการโทรคมนาคมจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยตระกูลชินวัตรนั้น แท้จริงแล้ว เอสเอ็นบีเป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นโดยเอไอเอส 100% ไม่เกี่ยวกับตระกูลชินวัตรเช่นกัน ข้อสงสัยเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทุกครั้งที่บริษัทได้รับผลกระทบทางการเมือง บอร์ดจะต้องนัดประชุมเพื่อหารือร่วมกันหาทางออกให้บริษัทเสมอ ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ มีอาวุโสสูง บอร์ดทุกคนจะวางใจให้เป็นอุเบกขา ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่ไม่สนใจ วางเฉย เพราะเฉยไม่ได้ เราอยู่ได้ด้วยมวลชน มวลชนก็คือลูกค้า คนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของเรา

แต่การวางใจให้เป็นอุเบกขาในที่นี้ หมายถึงการมองอะไรตามสภาพความเป็นจริงของมัน มองว่าเหตุผลคืออะไร และพิจารณาตามเหตุและผลนั้น ไม่มีความชอบ ไม่ชอบ โกรธ หรือชัง

กรณีของเราเหตุผลคือการถูกเข้าใจผิด ที่เราทำได้คือให้ข้อมูลที่ถูกต้องด้วยจิตใจที่เป็นกลาง

เราต้องยอมรับว่า สิ่งที่เราเป็นกับสิ่งที่เขาเห็นนั้น อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เรามีหน้าที่สื่อสารก็ต้องทำไป และก็ต้องปฏิบัติตามสิ่งที่สื่อสารไปด้วย

จากประสบการณ์ที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองมากว่า 8 ปีเต็ม ผมเห็นว่าเราต้องใช้ความอดทนที่เพียงพอ และต้องใช้เวลาที่เพียงพอด้วย จึงจะก้าวผ่านความยากลำบากนี้ไปได้

ส่วนความเหนื่อยยากที่ได้รับ ในฐานะซีอีโออินทัชนั้น ผมมองเป็นเรื่องธรรมดา โดยธรรมชาติของคน มักจะมีสิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ไม่ชอบ ข้อมูลที่ชอบก็อยากฟังบ่อยๆ ที่ไม่ชอบก็ไม่อยากฟัง ถ้าเป็นอย่างนี้ ต่อไปเราจะห่างไกลจากความเป็นจริง

อย่างผมบริหารบริษัทใหญ่ ถ้าเราคิดว่าใหญ่ มีอำนาจ แบบนี้เราลำเอียงและหลงแน่นอน หรือถ้าเราคาดการณ์คู่แข่งสูงเกินไป เราก็จะกลัว ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าลงทุน สิ่งที่สำคัญก็คือการทำใจเป็นกลาง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใด

เมื่อมีใจเป็นกลาง เราจะมีปัญญามองเห็น หากเราปฏิบัติอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว ผลมันควรออกมาดี แต่ถ้าบางครั้งมันไม่ดี เพราะปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้เกิดจากเรา เราจะสามารถบอกตัวเองได้ว่าในหน้าที่ของเรา เราทำดีครบหมดแล้ว “เมื่อมันยังเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ ก็ค่อยๆ แก้ไขกันไปหรือตั้งต้นใหม่ เรื่องท้อถอยหรือหมดกำลังใจก็จะคลายลง”

“ผมเชื่อมั่นในเกียรติภูมิของเอไอเอส เราเป็น 1 ใน 50 บริษัทที่ดีที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจากนิตยสารฟอร์บส เอเชีย (Forbes Asia) เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายเดียวของประเทศ และยังก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 964 จาก 2,000 บริษัทมหาชนชั้นนำของโลก (The Global 2000) ซึ่งจัดโดยนิตยสารฟอร์บส์ เมื่อปี 2554 ด้วย ผมมั่นใจว่าเราตั้งอยู่ในความเป็นมืออาชีพ และจะทำงานแบบมืออาชีพให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“ผมจะไม่เหน็ดเหนื่อยในการชี้แจง แม้จะต้องทำซ้ำๆซากๆ และแน่นอน ผมยินดีที่จะเข้าพบคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อชี้แจงความเป็นจริงทุกอย่างให้ฟัง ถ้าคุณสุเทพต้องการ”

นายวิเชียร เมฆตระการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส

“ความเดือดร้อนที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่ใช่กระทบเพียงแค่บริษัทเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงครอบครัว ลูก-เมียของพนักงานกว่าหมื่นคนที่ทำงานอยู่กับเอไอเอสด้วย”

เอไอเอสไม่ได้เป็นท่อน้ำเลี้ยงของใคร เราไม่มีผลต่อเงินในกระเป๋าใครทั้งสิ้น เราไม่ได้คิดจะเลือกข้าง

ที่ผ่านมา ปกติลูกค้าของเอไอเอสในแต่ละเดือนเมื่อหักกลบลบจากที่ปิดเบอร์ ซื้อซิมใหม่ ย้ายไปเป็นลูกค้าค่ายอื่น รวมทั้งย้ายมาเป็นลูกค้าของเรา จะมีตัวเลขเป็นบวกหรือพอดีตัวทุกเดือน

แต่หลังจากที่ถูกโจมตี รณรงค์ให้เลิกเป็นลูกค้าเอไอเอส เราเห็นตัวเลขลูกค้าติดลบ ออกจากระบบเพิ่มโด่งขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ

“ณ วันนี้ เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับอดีตผู้ถือหุ้นแล้ว อันนี้ชัดเจนมาก ที่ผ่านมาเราปฏิเสธไม่ได้ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยถือหุ้นเอไอเอสมาก่อน แต่วันนี้ ไม่มีผู้ถือหุ้นเก่าถือหุ้นอยู่แล้ว และคงจำกันได้ดีว่า การขายหุ้นครั้งนั้น ก็ได้ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลตัดสินยึดทรัพย์ไปส่วนหนึ่ง ซึ่งเงินนั้นก็มาจากการขายหุ้น”

ขณะนี้เรามีผู้ถือหุ้นใหม่ มีผมทำหน้าที่ผู้บริหารสูงสุด นี่คือสิ่งที่ตรวจสอบได้ เราเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทุกอย่างเป็นที่เปิดเผยและเป็นไปตามกฎหมาย

“ถ้าถามว่าเหนื่อยใจ ลำบากใจไหม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าไม่ว่างานอะไรก็เหนื่อยอยู่แล้ว ที่ต้องทำในขณะนี้ก็คือ การทำความเข้าใจกับพนักงานในบริษัท การทำความเข้าใจกับลูกค้า และการทำความเข้าใจกับสังคมภายนอก ต้องอธิบายโดยไม่เหน็ดเหนื่อย”

ต้องเข้าใจว่าเราเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ใครจะซื้อหุ้นเอไอเอสก็ย่อมทำได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่วันนี้เราเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตรอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะซีอีโอยืนยัน หากไม่เชื่อผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

“เชื่อไหมว่าในอดีต ช่วงแรกที่ พ.ต.ท.ทักษิณขายหุ้นใหม่ๆ มีพนักงานมาสารภาพตรงๆว่า ต้องขอลาออกเพราะที่บ้านบังคับให้ออก พ่อ-แม่ไม่ต้องการให้ทำงานบริษัทนี้ สิ่งนี้ทำให้ผมได้คิดว่าเอไอเอสถูกเข้าใจผิดขนาดนี้เลยเชียวหรือ นั่นเป็นครั้งแรกทำให้ได้คิดว่าปัญหานี้ไม่ธรรมดา และเรื่องนี้อยู่ที่ความเชื่อ ไม่ใช่การศึกษา”

ที่ผ่านมา นอกจากถูกโยงเข้าไปเกี่ยวกับการเมืองแล้ว เอไอเอสยังถูกโจมตีเรื่อยมา เรื่องได้รับผลประโยชน์จากภาครัฐ ทั้งที่เราไม่เคยได้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว ที่ผ่านมาเคยโดนใช้กฎหมายเล่นงาน มาวันนี้ถูกใช้มวลชนกดดัน หลายครั้งเราขยับตัวยาก เพราะความเป็นเอไอเอสนี่แหละ

“ที่ผ่านมาเอไอเอสเหมือนใส่เข็มขัดดำน้ำที่เป็นตะกั่ว จะโผล่ขึ้นมาหายใจก็ยาก การเมืองไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากทำให้การทำงานยากลำบากมากขึ้น”

สิ่งที่ผมต้องบอกกับพนักงานก็คือ เราต้องให้บริการอย่างเต็มที่ มีกำลังใจในการทำหน้าที่ และขอให้ยืนหยัดสู้

“เราไม่ใช่ผลไม้พิษ คนอาจมองว่าคนปลูกเป็นพิษ แต่ต้นไม้พิษ ไม่จำเป็นต้องออกลูกเป็นพิษ ผมไม่ได้โยนความผิดให้ผู้ก่อตั้งเอไอเอส เพราะผมปฏิเสธความจริงไม่ได้ แต่อยากให้มองความเป็นจริงด้วย”

เขาบอกว่าการถูกโจมตีในครั้งนี้ นอกจากพนักงานจะเดือดร้อนแล้ว ราคาหุ้นยังปรับลดลง เพราะมีคำสั่งให้ขายหุ้นเอไอเอสทิ้ง ตรงนี้กระทบนักลงทุน ผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงข้าราชการบำเหน็จบำนาญด้วย ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเราอยู่ในระบอบทุนนิยม ตลาดหุ้นถือเป็นการระดมทุน มูลค่าหุ้นที่ลดลงก็ย่อมกระทบกับนักลงทุน

“เอไอเอสไม่ใช่บริษัทต่างประเทศ การให้เงินเพื่อแสดงความฝักใฝ่ทางการเมืองเป็นสิ่งซึ่งทำไม่ได้ เรามีผู้ถือหุ้นเยอะแยะ มีระบบคอยตรวจสอบ ใช้เงิน 100,000 บาท ก็ต้องมีที่มาที่ไป หากฝ่ายตรวจสอบของบริษัทมีข้อสงสัยก็ต้องชี้แจงได้ เรื่องเงินนอกระบบ เงินท่อน้ำเลี้ยงไม่ต้องสงสัย ไม่มี ไม่สามารถทำได้”

เรื่องนี้หากคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องการให้เข้าไปชี้แจงด้วยตัวเอง ผมยินดีที่จะไป ผมไม่มีอะไรส่วนตัว ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ผมเป็นซีอีโอเอไอเอสที่กำลังจะเกษียณอายุ

ผมเคยคิดว่าหากคำพูดตรงไปตรงมาของผม ทำให้บริษัทได้รับความเดือดร้อน ผมยินดีแสดงความรับผิดชอบ แต่ปัญหาจะจบหรือไม่ ผมยังตอบตัวเองไม่ได้

ทุกวันนี้ไม่ได้ขอให้ใครมาช่วยอะไร เอไอเอสยืนด้วยตัวเองมานานแล้ว และเราก็ผ่านความยากลำบากมามากด้วย ส่วนผมจะหนักกว่าทุกคนหน่อยเพราะถือเป็นหัวเรือใหญ่ ต้องคอยพูดคุยปลอบขวัญให้กำลังใจพนักงาน ซึ่งต้องทำสม่ำเสมอ ไม่เหนื่อยหน่าย

“เราให้บริการด้วยความเคารพความคิดเห็นของแต่ละคน ลูกค้าของเราที่อยู่ในม็อบก็มีมากมาย อย่างสาขาที่สยามพารากอน มีเป็นจำนวนมาก ผมยืนยันเราให้บริการเต็มที่ทุกคน ไม่เคยปฏิเสธ แม้เขาจะไม่ชอบเรา”

“หากเราบริการไม่ดี ไม่พอใจเรา ก็ขอให้บอก เราพร้อมจะแก้ไขเสมอ การเลิกใช้บริการของเรา เพราะเข้าใจว่าเราเป็น ในสิ่งที่ไม่ได้เป็น ผมว่ามันไม่แฟร์ ผมขอความเป็นธรรมให้กับเอไอเอสด้วยครับ”.

ทีมเศรษฐกิจ

http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/407098
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 13, 2014, 12:51:01 pm »

OPP DAY INTUCH 2013

INTUCH OPPDAY 2013
 
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2014, 07:02:39 am »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 3,826,761 4,024,873
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1.19 1.26
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 7,031,410 6,126,036
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.19 1.91
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2014, 10:50:04 pm »

BLS.INTUCH: ประเด็นหลักจากการประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหารกลุ่ม INTUCH
วันที่เผยแพร่ : 31/07/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ประเด็นการลงทุน
INTUCH ได้เรียกประชุมนักวิเคราะห์อย่างเร่งด่วน ซี่งในการประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารของ ADVANC THCOM และ INTUCH เข้าร่วมชี้แจงในประเด็นหรือข้อสงสัยและความกังวลในส่วนของข้อมูลด้านการดำเนินงานและข้อมูลด้านกฎระเบียบของอุตสาหกรรมกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุน เราคาดว่าจะมีผลตอบรับเชิงบวกจากการจัดประชุมในครั้งนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ประเด็นความกังวลด้านกฏระเบียบบางเรื่อง เช่น ความเป็นไปได้ของการเลื่อนเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4 จีออกไปเกินกว่า 1 ปีหลังจากที่ทำการหยุดประมูลจนถึงปีหน้าถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่ท้าทายสำหรับ ADVANCในปี 2558

เนื่องจากราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เราประเมินว่ามูลค่าหุ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจะเริ่มน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและเหมาะที่จะกลับเข้าไปลงทุนใหม่อีกครั้งสำหรับหุ้นในกลุ่มนี้ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ ADVANC (ราคาเป้าหมาย 250 บาท) THCOM ( ราคาเป้าหมาย 46 บาท) และ INTUCH (ราคาเป้าหมาย 101 บาท) เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของ INTUCH ลงอีก 7% และปรับลดราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธีสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ลงอีก 4% เหลือ 101 บาท เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของ ADVANC ที่ปรับลดลง 7% และราคาเป้าหมายของ ADVANC ที่ปรับลดลง 4% เหลือ 250 บาท

ADVANC จะไม่เผชิญปัญหาขาดแคลนคลื่นความถี่ในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า
คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ ADVANC เปิดเผยว่า บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่และการสร้างรายได้จากการให้บริการข้อมูลเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของแผนการตลาดที่ยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้นายสมชัยยังมั่นใจว่าการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีจะเกิดขึ้นภายในปีหน้า และยืนยันว่าคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซจำนวน 15 เมกะเฮิร์ซที่มีอยู่ในมือ ณ ปัจจุบันจะสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 50 ล้านรายในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า พื้นที่ครอบคลุมของบริการ 3 จีบนคลื่นความที่ 2.1 กิกะเฮิร์ซที่มีอยู่ด้วยสถานีฐานจำนวน 19,000 แห่งคิดเป็นอัตราความครอบคลุมจำนวนประชากรที่สูงถึง 97%(ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับอัตราความครอบคลุมประชากรของคลื่นความถี่ 2 จี) นั่นหมายถึง ความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของสัญญาณ 3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซของ ADVANC ถือได้ว่ามากกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในประเทศไทย

นอกจากนี้ การเพิ่มการติดตั้งไมโครเซลล์หรือสถานีฐานย่อย รวมถึงการเข้าใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซเป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าเพื่อให้บริการทั้ง 3 จี และ 4 จีจะช่วยลดผลกระทบและบรรเทาปัญหาคุณภาพสัญญาณที่ลดลงในพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งานหนาแน่น ความล่าช้าของการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4 จีออกไปอีก 12-18 เดือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการย้ายลูกค้าไปยังคลื่นความถี่ใหม่ แผนงบลงทุน รวมถึงแผนการตลาดของบริษัทแต่อย่างใด

THCOM อุปทานช่องสัญญาณดาวเทียมขาดแคลน ในขณะที่อุปสงค์จากลูกค้ากิจการกระจายเสียงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ THCOM ยืนยันอุปสงค์จากผู้ประกอบการและลูกค้าในกลุ่มกิจการกระจายเสียงยังคงเติบโตแข็งแกร่งเนื่องจากจำนวนช่องทีวีดิจิตัลที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับกฎมัสต์แคร์รี่ของกสทช.รวมถึงการออกอากาศจำนวนช่องเอชดีที่เพิ่มขึ้นของทรูวิชั่นส์ และพีเอสไอ นอกจากนี้อัตราการเติบโตของการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคก็ยังคงอยู่ในระดับสูง ลูกค้าเอ็นบีเอ็นของออสเตรเลียคาดว่าจะเซ็นสัญญาการใช้แบนด์วิธของดาวเทียมไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นในเร็ววันนี้ นอกจากนี้ยอดจองซื้อล่วงหน้าของดาวเทียมไทยคม 7 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100% ก่อนยิงดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรอย่างแน่นอนในไตรมาส 3/57 

INTUCH เชื่อมั่นว่าจะเปิดการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีได้ในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า
คุณสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหารของกลุ่ม INTUCH มั่นใจว่าการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีจะเกิดขึ้นภายในปีหน้าอย่างแน่นอน โดยคุณสมประสงค์ไม่ได้มองถึงความเป็นไปได้หรือเชื่อว่าการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีจะเลื่อนออกไปเกิน 1 ปีเนื่องจากเงินที่ได้รับจากการประมูลจะส่งผลดีต่อประเทศชาติโดยรวม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ภายใต้สมมติฐานว่าถ้าหากมีการเลื่อนเปิดประมูลคลื่นความถี่ 4 จีออกไปเกิน 18 เดือนข้างหน้า ADVANC ได้เตรียมแผนสำรองเกี่ยวกับประเด็นเรื่องคลื่นความถี่ไว้แล้ว ซึ่งหนึ่งในทางออกได้แก่ การโรมมิ่งหรือการเข้าใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซของทีโอที คุณสมประสงค์ ยังกล่าวอีกว่าการที่ทรูเลือกไชน่าโมบายมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจจะส่งผลให้ทรูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นและทำการตลาดอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:  ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:  101.00บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: INTUCH : บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2014, 04:13:51 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 3,504,199 3,675,801 7,330,960 7,700,676
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1.09 1.15 2.29 2.40
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (66,445) (49,281) 6,964,966 6,076,754
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (0.02) (0.02) 2.17 1.90
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า