เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 29199 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2014, 08:48:15 am »

OPP Day CPALL 57Q1

OPP Day CPALL 57Q1
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2014, 02:25:54 pm »

Update / CPALL คงเป้ายอดขายปีนี้โต 10% - อัตรากำไรสุทธิดีกว่าปีก่อน หลังได้ประโยชน์จากการเข้าถือหุ้น MAKRO

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 ก.ค. 57 13:39 น.

  CPALL คงเป้ายอดขายปีนี้โต 10% - งบลงทุน 8-9 พันลบ. ปรับปรุงและขยายสาขา 7-11 อย่างน้อย 600 สาขา ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น-อัตรากำไรสุทธิปีนี้ ดีกว่าปีก่อน หลังได้ประโยชน์จากการเข้าถือหุ้น MAKRO พร้อมยืนยันแผนลดสัดส่วนถือหุ้น MAKRO แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ยันยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 4 หมื่นลบ. อายุ 3 ปี 5 ปี และ 7 ปี วันที่ 18-21 ส.ค. นี้ ดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5%   นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า บริษัทฯ คงเป้าหมายยอดขายเติบโต 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 2.72 แสนล้านบาท แม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองบ้าง แต่มองว่าสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นการบริโภคเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดขายเฉลี่ยต่อสาขาต่อวัน (SSSG) ในปัจจุบันอยู่ที่ 80,000 บาท สูงกว่าช่วงไตรมาส 1 ที่อยู่ระดับ 76,000 บาท ซึ่งประเมินว่าความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้ออุปโภคและบริโภคจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากนี้ไป  ขณะที่ปีนี้บริษัทฯ ตั้งงบลงทุน 8-9 พันล้านบาท โดยจะใช้ปรับปรุงสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น ศูนย์กระจายสินค้ารวมไปถึงเปิดสาขาใหม่อีกอย่างน้อย 600 สาขา ซึ่งในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 202 สาขา โดยปัจจุบันบริษัท มีสาขาเซเว่น อีเลฟเว่นทั้งสิ้นประมาณ 7,800 สาขา ส่วนการขยายสาขาแม็คโครคาดว่าจะไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 7 สาขา โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาเปิดไปแล้ว 2 สาขา และปัจจุบันมีสาขาแม็คโครรวมทั้งหมดกว่า 60 สาขา  สำหรับ Synergy ในการเข้าซื้อ MAKRO ปัจจุบันได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้สิ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือการพัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้าของทั้ง 2 บริษัท   นายเกรียงชัย กล่าวด้วยว่า อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิของ CPALL ในปีนี้ จะสูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 22.63% และ 3.70% ตามลำดับ เนื่องจากในปีนี้บริษัทฯ จะมีการรับรู้ประโยชน์จากการเข้าถือหุ้น MAKRO เข้ามาในงบรวมของบริษัทฯ เต็มปี  ขณะที่ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนเล็กน้อยอยู่ที่ 20.90% และ 3.03% เนื่องจากในช่วงดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศและการประกาศเคอร์ฟิวทำให้ยอดขายลดลง ซึ่งเชื่อว่าในครึ่งปีหลังสถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้นตามลำดับ เพราะปัจจุบันประเทศเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว สำหรับแผนการขายหุ้น MAKRO ออกบางส่วนนั้น ยังไม่มีรายละเอียดหรือข้อสรุปใดๆในขณะนี้ โดยบริษัทฯ ยืนยันว่าจะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ MAKRO เกิน 51% ต่อไป เพื่อรวมงบของ MAKRO เข้ามาในบริษัทฯ ทั้งนี้ปัจจุบัน CPALL ถือหุ้น MAKRO กว่า 97% นายเกรียงชัย กล่าวว่า สำหรับหุ้นกู้จำนวน 4 หมื่นล้านบาท ที่จะเสนอขายในวันที่ 18-21 ส.ค.นี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยรวมเฉลี่ยจะอยู่ที่ไม่เกิน 5% ใกล้เคียงกับหุ้นกู้ชุดล่าสุดที่ออกเมื่อเดือน มี.ค.2557ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ เหลือวงเงินหุ้นกู้อีก 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะออกและเสนอขายในช่วงใด โดยหนี้ที่กู้จากสถาบันการเงินที่เหลือออยู่อีก 5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันได้ปรับให้เป็นหนี้ระยะยาว 6 ปี และส่วนใหญ่เป็นหนี้ของสถาบันการเงินในประเทศ โดยมีเงินกู้ที่เป็นรูปเงินดอลลาร์เหลือไม่ถึง 10% " ตอนนี้เราเหลือหนี้อีก 5 หมื่นล้านบาท แต่ได้ปรับจากหนี้ระยะสั้น 1 ปีให้กลายเป็นหนี้ระยะยาว 6 ปีแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในธนาคารไทย ซึ่งวงเงินกู้ที่เหลืออีก 5 หมื่นล้านบาทยังไม่มีข้อสรุปว่าจะออกในช่วงไหน ซึ่งต้องรอดูความเหมาะสมอีกครั้ง" นายเกรียงชัย กล่าว ทั้งนี้ CPALLเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือประเภทไม่ด้อยสิทธิ์ มีหลักประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อายุ 3 ปี 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี มูลค่าไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท ระหว่างวันที่ 18-21 ส.ค.นี้ โดยการจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งนี้เป็นการออกหุ้นกู้ตามมติที่ประชุมสามัญประจำปี 2557 ที่ได้อนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 9 หมื่นล้านบาท โดยการออกหุ้นกู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปทดแทนเงินกู้ยืม จึงไม่ได้เป็นการก่อหนี้เพิ่ม   ทั้งนี้ บริษัทฯได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไปแล้วเมื่อเดือน ต.ค.2556 และเดือน มี.ค.2557 จำนวนรวม 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีทุกครั้ง หุ้นกู้ที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปบริษัทฯมีสิทธิ์ไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด (Call Option) โดยสามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดใดชุดหนึ่งหรือทุกชุด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหลังจากครบกำหนด 1 ปี นับจากวันที่ออกหุ้นกู้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างดียิ่งขึ้น  CPALL ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง ประเทศไทย จำกัด ที่ระดับ A+ (THA) สะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีกระแสเงินสดมั่นคง เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุปโภคบริโภคมีความจำเป็นต้องการดำรงชีวิตประจำวันสำหรับการขายหุ้นกู้ครั้งนี้นักลงทุนสถาบันจะเสนอขายขั้นต่ำ 100,000 บาท/ชุด และเพิ่มเป็นทวีคูณของ 10,000 บาท ส่วนนักลงทุนทั่วไปจะเสนอขายขั้นต่ำ 100,000 บาท/ชุด และเพิ่มเป็นทวีคูณของ 100,000 บาท โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน   การขายหุ้นกู้ครั้งนี้มีธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เป็นผู้จัดการการจำหน่ายให้กับนักลงทุนสถาบัน และมีธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารธนชาต และบล.ภัทร เป็นผู้จำหน่ายให้นักลงทุนทั่วไป ล่าสุดหุ้น CPALL ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 46.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง



รายงาน โดย ศราพงค์ นันติวงค์
เรียบเรียง โดย ดาริน ปริญญากุล อีเมล์. darin@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2014, 03:26:14 pm »

ศึก "สะดวกซื้อ" มันส์หยด เพิ่มมุม "ขายโจ๊ก-ซักรีด" ดึงลูกค้า

updated: 18 ส.ค. 2557 เวลา 12:46:45 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แม้ตลาดค้าปลีกโดยรวมจะชะลอตัวลง แต่คอนวีเนี่ยนสโตร์กลับขยายตัวได้สูงสุดถึง 7%เมื่อเทียบกับเซ็กเมนต์ ซูเปอร์มาร์เก็ตเติบโตได้เพียง 3.5% ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 3.5% ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ 3% และร้านสเปเชียลตี้สโตร์ 4.5%โดยครึ่งปีแรกธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งมีการขยายตัวที่ชะลอ โดยเติบโตได้เพียง 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนโต 12% ทำให้ผู้ประกอบการต้องออกแรงมากขึ้น ทั้งการเร่งเพิ่มจำนวนสาขา และการเพิ่ม "แม่เหล็กใหม่"เพื่อดึงลูกค้า

สอดคล้องกับภาพความเคลื่อนไหวร้าน สะดวกซื้อค่ายต่าง ๆ ที่เริ่มเปิดศึกระดมแม่เหล็กใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งและเป็นการเพิ่มทราฟฟิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ "เซเว่นอีเลฟเว่น" นอกจากจะเร่งเปิดสาขาใหม่ให้ครบ 600 แห่งในปีนี้แล้ว ล่าสุดยังได้เปิดโมเดล "โจ๊กปรุงสด" และเพิ่มพื้นที่นั่งทานในร้าน ขณะที่ "ลอว์สัน 108" ร้านสะดวกซื้อในเครือสหพัฒน์ที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่น ได้เพิ่มนำบริการซักรีดและถ่ายเอกสารเข้ามาเสริม จากเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ได้เปิดมุมปรุงสดอาหาร ด้าน "แฟมิลี่มาร์ท" ขยับตัวรุกสปีดสาขาด้วยการเข้าไปเปิดในห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในเครือ เซ็นทรัล พร้อมนำร่องลูกค้าสามารถจ่ายรูดปรื๊ดผ่านบัตรเครดิต เป็นการเพิ่มรูปแบบสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และสร้างความคึกคักให้กับตลาดร้านสะดวกซื้อได้มากขึ้น

"สุวิทย์ กิ่งแก้ว" รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทยยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ครึ่งปีหลังมีสัญญาณบวกจากมู้ดการบริโภคเริ่มฟื้นตัว จึงเชื่อว่าภาพรวมร้านสะดวกซื้อปีนี้จะยังสามารถเติบโตจากปีก่อนได้ประมาณ 10-15%

ทั้งปีนี้คาดว่าจะมีร้านสะดวกซื้อเปิดใหม่รวมกันของจากทุก ค่ายประมาณ 1,500 สาขา โดยเป็นของเซเว่นฯประมาณ 600 สาขา จากปัจจุบันเปิดแล้ว 7,816 สาขา และการแข่งขันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทำให้แต่ละค่ายพยายามสร้างความแตกต่างให้กับร้านของตัวเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการนำเสนอโมเดลใหม่ อาทิ การเพิ่มวาไรตี้สินค้าของกลุ่มอาหาร การเพิ่มพื้นที่นั่งรับประทานอาหารในร้าน รวมทั้งพื้นที่จอดรถ การมีห้องน้ำไว้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ

"เบื้องต้นจะทยอยในบางสาขาเป็นการนำร่อง และเลือกในสาขาที่มีพื้นที่ให้บริการมากเพียงพอ นอกจากนี้บางพื้นที่อาจมีการปรับโฉมร้านให้ดูทันสมัย ใช้โทนสีที่แตกต่างจากสาขาปกติ และมีสินค้ามากขึ้น เช่น ในย่านธุรกิจ หรืออาคารสำนักงาน เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในบริเวณนั้น"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่สำรวจเซเว่นฯ สาขาสาทร สแควร์ ที่เปิดอยู่ในอาคารสำนักงาน ล่าสุดพบว่าได้เริ่มทดลองเปิดให้บริการโจ๊กปรุงสด และไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ รวมทั้งมีการนำสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเสริม อาทิ กล้วยปิ้ง ข้าวโพดต้ม ข้าวโพดอบเนย เป็นต้น ส่วนสาขาธาราสแควร์ แจ้งวัฒนะ ก็มีห้องน้ำไว้บริการสำหรับลูกค้าด้วย

เช่นเดียวกับ "ลอว์สัน 108" หลังจากเปิดให้บริการโมเดลร้านอาหารปรุงสด, เครื่องดื่มชงสดและที่นั่งสำหรับบริการลูกค้ามาแล้ว ล่าสุดได้เพิ่มสินค้าและบริการที่แตกต่างจากร้านสะดวกซื้ออื่น ๆ อาทิ รับซักรีดเสื้อผ้า, เครื่องถ่ายเอกสาร และรวมถึงนำเข้าสินค้ายอดนิยมในญี่ปุ่น

"เวทิต โชควัฒนา" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า นอกจากโมเดลร้าน "ลอว์สัน 108" ต้นแบบจากญี่ปุ่น ที่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับตลาดเมืองไทย บริษัทมีการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโมเดลสินค้าและบริการใหม่ ๆ ให้ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละทำเลมากขึ้น

ยกตัวอย่าง กรณีของสาขาในเมอร์คิวรี่วิว และโรงแรมซอมเมอร์เซ็ท เลค พอยต์ สุขุมวิท 16 ได้ทดลองติดตั้งบริการถ่ายเอกสารและเปิดให้บริการซักรีด เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในย่านดังกล่าวที่มีทั้งโรงเรียนและที่พัก อาศัยเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันโมเดลรูปแบบนี้มี 9 สาขา และจะขยายไปสาขาอื่น ๆ

ขณะที่ "โคเรอากิ ทามุระ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหลอว์สัน จำกัด ขยายความว่า ปัจจุบันลอว์สัน 108 มีสาขา 32 สาขา เป้าหมายพยายามเพิ่มกลุ่มสินค้าอาหารพร้อมทาน, สินค้าไพรเวตแบรนด์ รวมถึงพัฒนาและศึกษาหลาย ๆ โมเดล เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านสะดวกซื้อรายอื่น โดยเป็นการนำโนว์ฮาวจากญี่ปุ่นมาใช้ อาทิ มุมครัวปรุงสุก ควบคู่กับการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ลอว์สัน 108 ว่าเป็นร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่น สร้างการรับรู้แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ส่วนความเคลื่อนไหวของ "แฟมิลี่มาร์ท"การร่วมทุนของกลุ่มเซ็นทรัล และสยามแฟมิลี่มาร์ท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการเร่งปูพรมสาขาทั่วประเทศแล้ว ยังมีแผนจะเข้าไปเปิดสาขาในศูนย์การค้าของเครือเซ็นทรัล อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลภูเก็ต และศูนย์การค้าจิวเวลรี่เซ็นเตอร์ สีลม ล่าสุดสามารถนำบัตรเดอะ 1 การ์ด มาใช้สะสมคะแนนในร้าน พร้อมรับชำระค่าบริการสินค้าด้วยบัตรเครดิตเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อเข้ามาเขย่าตลาดรอบใหม่ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2014, 08:51:03 pm »

คอลัมน์: คอร์ปอเรตโฟกัส: 'ซีพีออลล์' แบก'สยามแม็คโคร'ชั่วคราว
Source - โพสต์ ทูเดย์ (Th)

Monday, August 11, 2014 04:10


เจียรนัย อุตะมะ
บริษัทซีพี ออลล์ (CPALL)ประกาศผลงานในไตรมาส 2 ปีนี้ออกมาทำให้นักลงทุนผิดหวัง กำไรสุทธิลดลง15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะ
ต้นทุนการเงินที่เพิ่มขึ้นจากภาระดอกเบี้ยสูงที่เกิดจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัทสยามแม็คโคร (MAKRO)
แต่คาดว่ากำไรไตรมาสนี้จะเป็นจุดต่ำสุดของปีแล้ว
เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติรองกรรมการผู้จัดการ CPALL ชี้แจงว่ากำไรสุทธิเท่ากับ 2,252 ล้านบาท
ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจาก127 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2556 เป็น 2,398 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี2557
ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 5,218 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้รวม 92,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.8%
จากงวดเดียวกันของปีก่อน
รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท MAKRO ในระหว่างปี2556 จึงมีการรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2556 เป็นต้นมา โดยรายได้ตามส่วนธุรกิจในไตรมาส 2 ปี 2557 เท่ากับ34,749 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังมาจากการขยายสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเพิ่มขึ้นจาก 7,210 สาขา ในไตรมาส 2 ปี 2556 เป็น7,816 สาขา ในไตรมาส 2 ปี 2557 หรือเพิ่มขึ้น 8.4%
ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมของบริษัทลดลงจาก 26.3% ในไตรมาส 2 ปี 2556 เป็น 21.3%
เนื่องจากการบันทึกกำไรขั้นต้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจ MAKRO ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2557 บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร16,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 33.4%
กำไรสุทธิครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 4,957 ล้านบาท ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้าน MAKRO เสาวลักษณ์ ถิฐาพันธ์รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-สายงานบริหารการเงิน ชี้แจงว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 10.6% มาอยู่ที่ 34,938 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมและยอดขายจาก 7 สาขาใหม่
สิ้นไตรมาส 2 บริษัทมี 68 สาขาเพิ่มจาก 61 สาขาในช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมาจากสินค้าประเภทอาหาร ซึ่งไตรมาส 2 บริษัทเปิดเพิ่มอีก2 สาขาในเดือน พ.ค.และ มิ.ย. ที่พัทยาเหนือและแม่สาย
ทั้งนี้ MAKRO ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลกำไรสุทธิหลังหักภาษีของบริษัทสำหรับงวด 6 เดือนแรกปีนี้ในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท รวม 1,680 ล้านบาท โดยมีกำหนดจ่ายวันที่ 4 ก.ย.นี้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ทรีนีตี้ มองว่า ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของ CPALL แม้ว่าไตรมาส 2 จะมีกำไรลดลง แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว และคาดว่าบริษัทจะได้ประโยชน์ในระยะยาวจากการผนึกกำลังเชิงกลยุทธ์กับ MAKRO
การออกหุ้นกู้อีกครั้งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน โดยประเมินว่า หากดอกเบี้ยที่ลดลงทุก 0.25% จะทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นทุก 3 บาท/หุ้น และการพิจารณาลดสัดส่วนการถือหุ้นในMAKRO เพื่อมาชำระหนี้จะส่งผลดีต่อทั้ง CPALL และ MAKRO ซึ่งจะมีสภาพคล่องในการซื้อขายเพิ่มขึ้น
CPALL เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มอีก 4 หมื่นล้านบาทชนิดบริษัทมีสิทธิไถ่ถอนอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 3.71% อายุ 5 ปี 4.25% อายุ 7 ปี 4.75%และอายุ 10 ปี 5.05% เฉลี่ยแล้ว 4.4% เสนอขายวันที่ 18-21 ส.ค.นี้ เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินในการซื้อ MAKRO หลังจากออกหุ้นกู้ไปแล้วสองรอบ รวมครั้งนี้เป็น 1.3 แสนล้านบาท
ปัจจุบันอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิอยู่ที่ 5.9 เท่า และมีเป้าหมายที่ 2 เท่าในปี2560 n
แนวโน้มฟื้นครึ่งปีหลัง
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 กำไรสุทธิฟื้นตัวจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อ MAKRO ลดลง อีกทั้งคาดว่ายอดขายเติบโตดีขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคประกอบกับมีการออกโปรโมชั่นแสตมป์ ซึ่งได้รับความนิยมสูงจากลูกค้า
นอกจากนั้น CPALL จะออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาทในเดือน ส.ค. (หลังจากออกหุ้นกู้ไปแล้ว 5 หมื่นล้านบาท ในเดือน พ.ย. 2556 และ 4 หมื่นล้านบาทในเดือน เม.ย. 2557 อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.7-4.8%) คาดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% โดยเม็ดเงินจากหุ้นกู้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ส่งผลให้จ่ายดอกเบี้ยลดลง และลดความเสี่ยงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
กำไรสุทธิครึ่งแรกปีนี้คิดเป็นสัดส่วนเพียง 37%ของประมาณการกำไรปีนี้ เราจึงคาดว่าจะมีการทบทวนปรับลดประมาณการลง อย่างไรก็ดีคาดผลประกอบการครึ่งหลังฟื้นตัวดีขึ้นกว่าจากยอดขายที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจ การเปิดสาขาใหม่ และค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการลดลง หากมีการขายหุ้น MAKRO ออกมาจะเป็นการปรับขึ้นประมาณการ ดังนั้นคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 52 บาท
ด้าน บล.กรุงศรี คาดว่าไตรมาส 2 ผลกำไรต่ำสุดแล้ว และจะกลับมาเติบโตในครึ่งปีหลัง โดยจะทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 4 จากแคมเปญสะสมแสตมป์เออีซีระหว่างเดือน ก.ค.-ธ.ค. 2557 ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวขึ้นผลประกอบการฐานต่ำในครึ่งหลังปี 2556 และการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อหุ้น MAKRO ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ได้ลดประมาณการกำไรสุทธิลงเล็กน้อยในปีนี้และปีหน้า เพื่อสะท้อนฐานดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น 7% ปีนี้ และ 2% ปีหน้า
ทั้งนี้ คาดว่ากำไรการดำเนินงานจะเติบโต 16%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 1.29 หมื่นล้านบาทในปี 2557 และ 36% เป็น 1.75 หมื่นล้านบาทในปี 2558 จากภาวะการบริโภคในประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวเต็มปี จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐรวมทั้งกลยุทธ์ของบริษัทที่ยังขยายตัวเชิงรุกปีละ 550 แห่ง และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เน้นสินค้าอาหารพร้อมรับประทานเพื่อเร่งยอดขายสาขาเดิมและอัตรากำไรขั้นต้น
บล.กรุงศรี ลดมูลค่าพื้นฐานปี 2557 ลง 1% เป็น51.50 บาท สะท้อนรายจ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม CPALL ยังน่าสนใจจากผลประกอบการปี 2558 ที่คาดว่าจะเติบโตสูงสุดในกลุ่มพาณิชย์ แต่ราคาหุ้นซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี)ปี 2558 ที่ 24 เท่า ต่ำกว่ามูลค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 25 เท่า
นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ร่วมระหว่างทั้งสองบริษัท เช่น การจัดซื้อ ขนส่งสินค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบุคลากรร่วมกัน สนับสนุนอัตรากำไร และกรณีผู้บริหารมีแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นMAKRO จากปัจจุบันที่ 98% จะเป็นบวกต่อฐานะทางการเงินที่ดีขึ้นจากการลดหนี้สินในระยะยาว

บรรยายใต้ภาพ
เกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กันยายน 09, 2014, 02:05:20 pm »

เซเว่นฯเซ็งสะสมแสตมป์ไม่คึก
Source - โพสต์ ทูเดย์ (Th)

Tuesday, September 09, 2014 02:05


โพสต์ทูเดย์
เซเว่นฯ ทำใจ แคมเปญแสตมป์กร่อย หวังกิจกรรมกินเจปีนี้ 2 ครั้งช่วยดันยอดโตกว่าปกติ 20%
นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า หลังบริษัทเปิดตัวแคมเปญแสตมป์เออีซีไปเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าผู้บริโภคให้การตอบรับไม่เป็นไปตามที่คาด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับการทำแคมเปญในรูปแบบดังกล่าว จึงทำให้การทำแคมเปญแสตมป์ครั้งนี้ได้ผลการตอบรับไม่ดีอย่างที่คาดการณ์ ซึ่งปกติทุกครั้งที่ทำแคมเปญแสตมป์จะมียอดขายโตจากปกติประมาณ 5%
อย่างไรก็ตาม จากการที่ปีนี้มีช่วงเทศกาลกินเจ 2 รอบ เป็นครั้งแรกในรอบ 132 ปี ตามที่คนจีนเรียกว่า หยุ่งง้วย คือ มีเดือน 9 จำนวน2 ครั้ง จึงทำให้บริษัทเห็นโอกาสเข้ามาทำกิจกรรมการตลาดในช่วงเทศกาลดังกล่าวทั้ง2 รอบ โดยในส่วนของรอบแรกเทศกาลกินเจตามปีปฏิทินจะตรงกับวันที่ 24 ก.ย.-2 ต.ค.นี้และอีกรอบคือตามศรัทธาจะตรงกับวันที่ 24 ต.ค.-1 พ.ย. รวมทั้งหมด 18 วัน
สำหรับแนวทางการทำแคมเปญการตลาดเทศกาลกินเจในปีนี้ บริษัทได้เพิ่มเมนูอาหารเจเป็น 400 เมนู เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอาหารเจเข้าทำตลาดประมาณ 300 เมนูเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า โดยในส่วนของราคาอาหารเจที่จำหน่ายปีนี้ บริษัทยังคงราคาขายไว้เท่าเดิม คือ เริ่มต้นที่ 9-35 บาท ซึ่งหลังจากจบทำตลาดอาหารเจทั้ง 2 รอบ บริษัทมั่นใจว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 รายได้ 500 ล้านบาท
"ปัจจัยที่ทำให้เรามั่นใจว่าปีนี้จะมียอดขายอาหารเจเพิ่มขึ้นถึง 20% เพราะว่าปีนี้มีเทศกาลกินเจ 2 รอบ นอกจากนี้เรายังได้เพิ่มเมนูอาหารใหม่อีกกว่า 30 เมนู และมีจำนวนสาขาร้านเซเว่นฯ ที่เพิ่มขึ้นรวมประมาณ8,000 สาขาทั่วประเทศ จึงทำให้มั่นใจว่าจะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน" นายยุทธศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ การที่ผู้บริโภคที่มีอายุน้อยลงเช่น อายุ 20 ปีขึ้นไป หันมากินเจมากขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยทำให้ภาพรวมตลาดอาหารเจคึกคักขึ้น แม้ว่าคนไทยจะกินเจมากที่สุดเฉลี่ยที่ 4 วันแรกก็ตาม แต่จากการที่บริษัทออกมาทำโปรโมชั่น และขยายเวลาขายอาหารเจนอกเทศกาลกินเจ ส่งผลให้ยอดขายอาหารเจปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันพระ โดยประเมินว่าการใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มเจในกรุงเทพฯ มีประมาณ3,200 ล้านบาท โตปีละ 10%n--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กันยายน 09, 2014, 02:05:59 pm »

รายงานพิเศษ: CPALL สร้างสรรค์ธุรกิจสู่สังคมอย่างยั่งยืน
Source - ทันหุ้น (Th)

Tuesday, September 09, 2014 09:16


กษมน พงษ์ธานี
"นิตยสารฟอร์บส์" ได้จัดอันดับให้บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ผู้บริหารเซเว่น-อีเลฟเว่น ร้าน อิ่มสะดวกของคนไทย เป็นบริษัทองค์กรริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมดีเด่น สูงสุดของเมืองไทย และติดอันดับที่ 8 ใน 100 บริษัทของโลก ตลอดจนเป็นที่ 2 ในเอเชีย ในฐานะองค์กรริเริ่มและพัฒนา สร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆ และมูลค่าเพิ่มให้กับการดำเนินธุรกิจอยู่ตลอดเวลามาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยนโยบายกลุ่มธุรกิจของซีพี ออลล์ ได้ดำเนินการด้านนวัตกรรมไว้ 4 รูปแบบ คือ Process Innovation (การสร้างสรรค์กระบวนการใหม่), Product Innovation (การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่), Service Innovation (การสร้างสรรค์บริการรูปแบบใหม่) และ Business Model Innovation (การสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบใหม่) เพื่อค้นหาและคิดค้น สินค้า บริการ ตลอดจนธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ที่นำไปสู่การเพิ่มศักยภาพขององค์กรและผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนากระบวนการทำงาน
เปิดแผนตลาดอาหารเจ
ล่าสุดบริษัทเปิดกลยุทธ์แผนตลาดอาหารเจ ปี 2557 ต้อนรับเทศกาล กินเจ ภายใต้แคมเปญ"เจทุกมื้อไม่ซ้ำ พบกันที่เซเว่นอีเลฟเว่น" โดย"ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล"รองกรรม กา ร ผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอาหารเจมีอัตราเติบโตเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เพราะนอกจากผู้ถือศีลกินเจแล้ว ยังมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญในการกินเจมากขึ้นเพราะต้องการทำบุญ รวมถึงการใส่ใจสุขภาพ อีกทั้งวิถีชีวิตที่เร่งรีบและสภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมานิยมรับประทานอาหารเจสำเร็จรูปมากกว่าซื้อมาประกอบอาหารเองที่บ้าน เพราะสะดวกสบาย และประหยัดกว่าทำเอง
ในปีนี้ เซเว่น-อีเลฟเว่น ได้เตรียมเมนูอาหารเจเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น กับแคมเปญ "เจทุกมื้อไม่ซ้ำ พบกันที่เซเว่น-อีเลฟเว่น" ด้วยการส่งสินค้าอาหารเจรูปแบบต่างๆ อาทิ เมนูเจมื้อเช้า เมนูเจมื้อหนัก เมนูเจมื้อรองท้อง และเมนูเจมื้อทานเล่น ที่มีทั้งประเภทอาหารและเครื่องดื่มเกือบ 400 รายการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานอาหารเจที่มีคุณภาพ อร่อย ราคาไม่แพง และมีความหลากหลายให้ได้เลือกสรร "เซเว่น-อีเลฟเว่น ได้คิดค้นและนำเสนอสินค้าอาหารเจใหม่ๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงเทศกาลกินเจ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้คนไทยกินเจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเมนูอาหารกล่องเจพร้อมรับประทานหมุนเวียนรายการมาจำหน่ายตลอดปี สำหรับช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 24 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2557 คาดว่าจะมียอดขายสินค้าเจเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยปี 2557 ตั้งเป้ายอดขายกว่า 600 ล้านบาท"
"ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน" นอกจากนี้ เซเว่น-อีเลฟเว่น ยังได้ร่วมกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าจังหวัดพังงา และสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจ ค้าปลีกทุนไทย เดินสายให้ความรู้แก่ร้านโชห่วยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมกับหอการค้าจังหวัดพังงา จัดสัมมนา "ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน" ครั้งที่ 23 "สุวิทย์ กิ่งแก้ว"รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจุดประสงค์ของการจัดสัมมนา "ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน" ครั้งที่ 23 เพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสินค้าและบริการ การบริหารการตลาด การบริหารเงินทุน การบริหารสต๊อกสินค้า การบริหารบุคคล ระบบลอจิสติกส์ การนำเทคโนโลยีช่วยพัฒนาธุรกิจค้าปลีก พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ด้านการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ให้กับผู้ประกอบการ เจ้าของร้านโชห่วยและประชาชนทั่วไป โดย "นริศ ธรรมเกื้อกูล"รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ "เทคนิคการบริหารจัดการร้านค้าปลีก ทันสมัยและการจัดการธุรกิจยุคใหม่" เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำธุรกิจให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปในปัจจุบัน
ผุดโครงการ "ช่างสร้างอาชีพ"
ขณะที่บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ผู้นำธุรกิจการจัดจำหน่ายและให้บริการอุปกรณ์ประกอบอาหารและเครื่องดื่มสำหรับภัคตาคาร, โรงแรม, ร้านสะดวกซื้อและอุปกรณ์เครื่องชงกาแฟ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มกาแฟ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราการบริโภคกาแฟของคนไทยเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2558 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตกว่า 3,300 ล้านบาท จากปีนี้ที่จะเติบโต 2,800 ล้านบาท
ด้วยการขยายสาขาร้านกาแฟสร้างอาชีพเพื่อสังคมชุมชน (CP Retailink Coffee) เพื่อรองรับความต้องการบริโภคกาแฟของคนไทยที่มากขึ้น และเพื่อสร้างอาชีพให้กับผู้ประกอบการรายย่อยพร้อมเดินหน้าจัดอบรมกาแฟสร้างอาชีพให้กับผู้สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งโดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ผ่านการอบรมไปแล้วกว่า 5,000 คน พร้อมเสริมความเข้มแข็งด้วยกลยุทธ์การให้บริการหลังการขายและบริการแบบครบวงจรตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศด้วยศูนย์บริการกว่า 50 จุด ทีมช่างและวิศวกรมากกว่า 1,600 คน และรถบริการกว่า 700 คัน และเตรียมเพิ่มบุคลากรในปี 2558 กว่า 600 คน เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
จากพันธกิจของกลุ่มซีพี ออลล์ "มุ่งสร้างความผูกพันกับลูกค้า ด้วยสินค้าและบริการ ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรม พร้อมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชนและสังคม" บทพิสูจน์นี้คงไม่ไกลเกินเอื้อม

บรรยายใต้ภาพ
ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 11:00:05 am »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2014, 09:17:06 am »

CPALL คาด Set Top Box ดันยอดขาย Q4/57 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ - มั่นใจขยายสาขาปีนี้แตะ 8,100 สาขาตามเป้า

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ต.ค. 57 11:27 น.

  นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน )หรือ CPALL เปิดเผยว่า คาดว่ายอดขายกล่อง Set Top Box จะช่วยเพิ่มยอดขายของบริษัทฯในไตรมาส 4/2557 อย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ตั้งเป้าขายไว้ที่ 2 ล้านกล่องผ่าน 6,500 สาขาใน 42 จังหวัดที่ได้รับคูปองในเฟสแรก    ด้านการขยายสาขาปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายแตะ 8,100 สาขา หรือเพิ่มขึ้นกว่า 700 สาขาจากปีก่อน โดยปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาทั้งหมด 7,900 สาขา


รายงาน โดย ศราพงค์ นันติวงค์
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 08:16:49 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2014, 08:20:56 am »

บทวิเคราะห์จาก Maybank Kimeng

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000253010/141107_CPALL_t.pdf

บทวิเคราะห์จาก หลักทรัพย์กรุงศรี

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000252969/R_CPALL_141107.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:12:21 pm »

เจ้าสัว CP ปัดไม่ได้ซื้อ Tesco แต่สนใจ ย้ำไม่ทำแบงก์

24 พ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ ซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม Forbes Thailand รายงานว่า ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP ปฏิเสธข่าวลือที่ CP จะซื้อกิจการ Tesco Lotus ซึ่งบริหารโดยบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด โดยยืนยันว่าไม่เคยมีตัวแทนจาก Tesco มาเสนอขาย แต่โดยส่วนตัวแล้วสนใจ เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจหลักของ CP


"ลงทุนได้ ธุรกิจไม่ขัดกัน และลูกค้าได้ประโยชน์ แต่เชื่อว่า Tesco ยังไม่จำเป็นต้องขาย"

ทั้งนี้มองว่าสถานะของ Tesco Lotus นั้นแข็งแรงมาก และขณะนี้ก็มีธนาคารพาณิชย์หลายรายเสนอให้กู้เงินแล้ว จึงไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องขายกิจการ

"ถ้าจริงก็ต้องคุยเงียบๆ ทำสัญญาห้ามเปิดเผยความลับ และทุกวันนี้ยังไม่เคยสัมผัสเจ้าหน้าที่ Tesco หนังสือพิมพ์รู้มากกว่าผมอีก ถ้าจริงเมื่อไหร่ ผมเชิญมางานแถลงข่าวเลย" ธนินท์กล่าว

นอกจากนี้เจ้าสัวแห่งเครือ CP ยังเปิดใจอีกว่า Tesco Lotus เปรียบเหมือนลูก แต่จำเป็นต้องขายออกไป เพื่อนำเงินมาพยุงกิจการหลัก โดยเปรียบเปรยว่า ในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง กิจการของ CP เหมือนเรือที่กำลังฝ่าพายุ จำเป็นต้องทิ้งของบางส่วนลงทะเล เพื่อให้เรือเบาพอต้านทานคลื่นแรงไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ส่วนกรณีข่าวที่ CP จะซื้อหุ้นของธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ (LH Bank) นั้น ธนินท์ยอมรับว่า เคยมีการพูดคุยกันจริง แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แม้แต่การเข้าไปสอบทานกิจการทั้งด้านทรัพย์สินและหนี้สินหรือ Due Diligence พร้อมย้ำการปฏิเสธข่าวหนักแน่นขึ้นอีกว่า

"ผมไม่อยากเข้าในวงการแบงก์ มีเพื่อนสนิทในวงการนี้มาก เราเล็กกว่าแบงก์เยอะ ยังต้องกู้เงินเค้า แล้วผมก็ไม่เก่งเรื่องแบงก์"

ทั้งนี้ เจ้าสัวแห่ง CP ได้ทิ้งท้ายถึงแนวทางการลงทุนของเครือว่า การเข้าไปขยายธุรกิจใหม่ๆ ต้องเอื้อกับการต่อยอดธุรกิจหลักถึงจะทำ ส่วนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยนั้น เชื่อว่าปีหน้าดีกว่าปีนี้แน่นอน ถ้าเหตุการณ์ยังสงบและนักท่องเที่ยวมาไทยต่อเนื่อง
- See more at: http://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=213#sthash.u1vsQRd9.XXrPXkNd.dpuf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2014, 08:13:11 pm »

“ธนินท์”ยันไม่เคยเจรจา แต่ถ้าเทสโก้ขายซื้อแน่
24 พฤศจิกายน 2557 15:54 น.

“เจ้าสัวธนินท์” ยันข่าวลือซื้อเทสโก้โลตัส ที่ผ่านมาไม่เคยพบบิ๊กบอสของเทสโก้แต่อย่างใด ถึงวันนี้ไม่มีการเจรจา ไมได้ตั้งทีมงานศึกษา ย้ำถ้าเทสโก้ประกาศขายจริง ซีพีสนใจและพร้อมที่จะซื้อแน่นอน



นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่ว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือซีพี เข้าซื้อกิจการเทสโก้โลตัสในประเทศไทยว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการเจรจาเป็นทางการกับทางเทสโก้โลตัสแต่อย่างใด และย้ำว่ายังไม่มีการตั้งทีมงานศึกษาดีลนี้แต่อย่างใดด้วย

เทสโก้โลตัสในไทยยังแข็งแกร่งมาก มีหนี้สินไม่กี่ล้าน ผมไม่แน่ว่าเขาต้องการขายหรือไม่ มีคนมาถามผมมาก มีแบงก์หลายแห่งมาเสนอผม ผมรู้ช้ากว่าหนังสือพิมพ์ไทยเสียอีก

ถึงวันนี้ผมยังไม่ได้สัมผัสกับเจ้าหน้าที่ของเทสโก้โลตัสเลย ซึ่งซีอีโอคนใหม่ในต่างประเทศก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง เข้ารับงาน เป็นไปไม่ได้ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งใหม่แล้วขาย เขายังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลย

แต่ถ้าหากเทสโก้โลตัสจะขาย ผมก็สนใจและพร้อมที่จะซื้อ เพราะนโยบายของผมคือ ตลาดในโลกนี้เป็นของซีพี วัตถุดิบในโลกนี้เป็นของซีพี คนเก่งในโลกนี้เป็นของศีพี เงินในโลกนี้เป็นของซีพี แต่อยู่ที่ว่าเราใช้เป็นหรือเปล่า เขายอมให้เราใช้หรือเปล่า ผมมองแล้วว่าเขาไม่ต้องขายก็ได้ ฐานะการเงินก็ไม่ได้ล้มละลาย ขาดเงินแค่นิดเดียว มีคนเสนอให้กู้อยู่แล้ว

แต่โดยส่วนตัวแล้วถึงวันนี้ยังไม่ได้ยินว่าเทสโก้โลตัสเขาจะประกาศขายเลย ตอนนี้เราก็ไม่มีหุ้นในเทสโก้โลตัสแล้ว ตอนนั้นเขาเพิ่มทุนมหาศาล เราก็เลยขายออก เพราะเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เราต้องรักษาเหมือนเรือเจอพายุ ต้องทิ้งของออกไปบางอย่าง

“แต่มีคนมาคุยกับผมมากทำให้ผมพอรู้ข้อมูลเท่านั้น ผมรับรู้ว่า หนังสือพิมพ์หลายฉบับบอกมาก่อนเลย เป็นตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ นึกว่าจริง มีเว๊บไซต์บางแห่ง บอกว่าผมซื้อกิจการเรียบร้อยแล้ว โหเรื่องใหญ่ขนาดนี้”

อย่างไรก็ตาม นายธนินท์ ยอมรับว่า ในอนาคตหากมีธุรกิจอะไรที่ไม่ขัดกัน ก็จะทำ แต่ถ้าขัดกันผมจะซื้อมาทำไม ถ้าไม่ขัดกันก็น่าสนใจ เพราะว่าผมอยู่ในวงการค้าปลีก ถ้าผมซื้อของถูกลง ลูกค้าก็ได้ประโยชน์ วันนี้เราก็ขายของให้เขาเยอะแยะ ไม่ใช่เฉพาะในไทย ขายในต่างประเทศด้วย เป็นพันธมิตรกันมาตลอด คุณสุนทร อรุณานนท์ชัย ก็ยังนั่งเป็นประธานอยู่ที่เทสโก้โลตัสประเทศไทย

ต่อคำถามที่ว่า ธุรกิจของเทสโก้โลตัสกับแม็คโคร ขัดกันหรือไม่ นายธนินท์ กล่าวว่า ไม่ขัดกัน เทสโกโลตัสทำไม่เหมือนกับแม็คโคร ไม่ขัดกัน เพราะเราทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์ ขายของถูก ซีพีใช้เทคโนโลยี ใช้ความสามารถ ทำให้สามฝ่ายได้ประโยชน์ทั้ง บริษัท คู่ค้าและผู้บริโภค

นายธนินท์กล่าวถึงคำถามที่ว่า จะมีการต่อยอดธุรกิจค้าปลีกอย่างไร ถ้าหากมีการซื้อเทสโก้โลตัส ว่า การต่อยอดคือการทำยังไงให้สินค้าราคาถูกลง ที่เราทำกันอยู่ต้องให้เข้มแข็งขึ้น เราแบ่งงานกับเกษตรกรชัดเจน อะไรที่เกษตรกรทำได้เราส่งเสริม หรือแม้แต่ เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกวันนี้ก็เป็นแฟรนไชส์มากกว่า 50% ผมมองว่าอะไรก็ได้ถ้าบริษัทเขามีคนเก่งผมก็เข้าถือหุ้นกับเขาดีกว่า ไม่ใช่ว่าอะไรทุกอย่างเราจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซีพีจะเอาคนที่ไหนมาทำมากมายแบบนี้

ซีพีมีโอกาสถ้าลงทุนแล้วได้ประโยชน์เราก็ลงทุน ลงแล้วขาดทุนก็ไม่เอา วิธีของผมถ้าคุณเก่ง ผมถือหุ้นแค่ 10% ก็พอ พอเติบโต 5 เท่า ผมก็โตเป็น 100% แล้ว

ต่อคำถามที่ว่า มีเงื่อนไขหรือไม่ว่า หาก เทสโก้โลตัสขายธุรกิจจะต้องพิจาณขายให้ซีพีเป็นรายแรกหรือไม่ ในฐานะที่เคยเป็นผู้ถือหุ้นมาก่อน นายธนินท์ ย้ำว่าไมมี ไม่ได้คุยกันไว้แบบนั้น ในอีดตเราเคยขายหุ้นในเทสโก้โลตัสไป 75% เหลืออีก 25% ยังถือไว้ แต่ที่ผ่านมาเขามีการเพิ่ทุนจดทะเบียน ราคาดีขึ้น ผมก็ขายออกไป ทุกวันนี้เราไม่มีหุ้นอยู่ในเทสโก้โลตัสแล้ว แต่ถ้าเขาจะขายผมก็สนใจพร้อมที่จะซื้อ แต่ยังไม่มีวี่แววเลย ถ้าเขาให้ผมถือหุ้นผมก็เอา เพราะว่าเป็นของผมมาก่อน ลูกที่ผมเลี้ยงมาก่อนผมก็รักเหมือนกัน

นายธนินท์กล่าวต่อว่า ธุรกิจที่มีความน่าสนใจในอนาคตจากนี้ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ธุรกิจลอจิสติกส์การขนส่ง เป็นต้น และมองว่าประเทสไทยจะดีมากหรือดีน้อยก็อยู่ที่ว่าบ้านเมืองสงบหรือไม่ ถ้าสงบเหมือนอย่างนี้ มีแต่ดี ถ้าทะเลาะกันไม่สงบคนอื่นก็ไม่มาแน่ เมืองไทยยังเติบโตได้ 4% ไม่มีปัญหา ยังไงปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้แน่นอน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2014, 12:07:14 pm »

รื้อ "นาโนไฟแนนซ์" เปิดทางเซเว่นฯปล่อยเงินกู้

updated: 02 ธ.ค. 2557 เวลา 13:08:52 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"หม่อมอุ๋ย" รื้อเงื่อนไขสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เปิดทางขาใหญ่ร่วมวง วงในเผยทาบยักษ์ค้าปลีก "เซเว่นอีเลฟเว่น" ปล่อยกู้รากหญ้า ธปท.รับลูกแก้นิยาม "สินเชื่อส่วนบุคคล" ครอบคลุมการกำกับดูแลนาโนไฟแนนซ์ "คลัง" เผยชง ครม. 9 ธ.ค.นี้

"อุ๋ย" แก้เกณฑ์เปิดทางขาใหญ่

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ อยู่ระหว่างเตรียมการออกมาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เงื่อนไขบางอย่างจากข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะการกำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาขออนุญาตประกอบธุรกิจนี้ จากเดิม 10 ล้านบาท เพิ่มเป็น 50 ล้านบาท รวมทั้งการปรับเงื่อนไขจากเดิมที่จะให้ใบอนุญาตผู้ประกอบการเป็นรายจังหวัดไม่ให้ข้ามเขต ก็เปลี่ยนเป็นสามารถให้บริการครอบคลุมได้ทั่วประเทศ

"รองนายกฯต้องการให้ผู้ที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจนี้เป็นรายใหญ่ขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการกับประชาชนอย่างทั่วถึง รวมถึงกำลังมีการเจรจากับกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เพื่อชวนเข้ามาประกอบธุรกิจนี้ โดยอาจปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ผ่านทางช่องทางของร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีสาขาทั่วประเทศ ซึ่ง ม.ร.ว.ปรีดิยาธรต้องการให้การกำกับดูแลเหมือนกับที่กำกับดูแลผู้ให้บริการสินเชื่อบุคคลในปัจจุบัน" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ ต้องใช้ทุนของผู้ประกอบการเอง และไม่ให้รับเงินฝาก โดยมีวัตถุประสงค์แก้ปัญหาประชาชนรายย่อยเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยสูงถึง 60-240% ต่อปี โดยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์จะให้กู้ต่อรายไม่เกินประมาณ 1 แสนบาท คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% ต่อปี หรือ 3% ต่อเดือน ขณะที่การอนุมัติสินเชื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน และไม่กำหนดรายได้ขั้นต่ำของผู้กู้ โดยผู้ประกอบการต้องพิจารณาความเสี่ยงเอง

ชง ครม. เคาะ 9 ธ.ค.

นายสมหมาย ภาษี รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังจะเสนอแพ็กเกจ "ของขวัญปีใหม่" ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ โดยมาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เป็น 1 ในนั้น ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ต้องรอให้ ครม.อนุมัติก่อนจึงจะเปิดเผยได้

ขณะที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ได้เตรียมข้อมูลสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ไว้พร้อมหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจดำเนินการเมื่อใด โดยจะเปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจเข้ามาประกอบธุรกิจนี้ได้ อย่างไรก็ดี เรื่องทุนจดทะเบียนขั้นต่ำจะอยู่ที่เท่าใดนั้น ขึ้นกับการพิจารณาของรองนายกรัฐมนตรี

"ก่อนหน้านี้ผมก็เป็นห่วงเรื่องการกำกับดูแล เพราะถ้าให้ไปกำกับทุกจังหวัด ก็ห่วงว่าจะทำอย่างไร แต่ตอนนี้เข้าใจว่า ลักษณะของการกำกับดูแลจะเป็นแบบเดียวกับการให้สินเชื่อส่วนบุคคล ตาม ปว.58 ที่คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% โดยวิธีการกำกับดูแลจะเหมือนกันเลย โดยอันนี้ (นาโนไฟแนนซ์) มีวงเงินสินเชื่อน้อยกว่า คิดดอกเบี้ยได้สูงกว่า และมีวัตถุประสงค์ชัดเจน" นายกฤษฎากล่าว

ธปท.รับลูกดูแล "นาโนไฟแนนซ์"

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ล่าสุด ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์ในประกาศเกี่ยวกับวิธีการและเงื่อนไขการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน หรือน็อนแบงก์ และได้ส่งหลักเกณฑ์ใหม่ให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว เพื่อให้มีแนวทางกำกับดูแลและสามารถครอบคลุมไปสู่การดำเนินการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ที่กระทรวงการคลังจะประกาศให้ใบอนุญาตในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ธปท.มีกำหนดวัตถุประสงค์การให้สินเชื่อส่วนบุคคลว่าเป็นการใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค แต่ไม่ใช่เพื่อการค้าและธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อจำกัดผู้ประกอบการที่ให้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่สามารถปล่อยกู้ในโครงการนาโนไฟแนนซ์ได้ ดังนั้น ธปท.จึงแก้ไขข้อความให้ครอบคลุมถึงการกู้เพื่อการค้าและประกอบธุรกิจด้วย

"จุดเริ่มต้นก็มาจากแนวคิดของรองนายกรัฐมนตรี ที่อยากให้การปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์มีระบบมากขึ้น โดยให้ทุนจดทะเบียนสูงขึ้นกว่าเดิม และเป็นบริษัทที่ ธปท.สามารถกำกับดูแลได้ และมีเครือข่าย เราจึงเสนอไปที่คลังว่า เมื่อกรอบการกำกับมีอยู่แล้ว แค่มาปรับเปลี่ยนก็สามารถใช้ได้" นายประสารกล่าว

ส่วนการกำหนดกรอบการให้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีความแตกต่างกัน โดยเกณฑ์เดิมกำหนดวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล 5 เท่าของรายได้ หรือไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย แต่นาโนไฟแนนซ์จะให้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย คาดว่าจะไม่เป็นปัญหา เพราะวงเงินนาโนไฟแนนซ์อยู่ในกรอบ 2 แสนบาทต่อรายอยู่แล้ว พร้อมกับระบุว่า เท่าที่ทราบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีมีความเห็นว่า บริษัทที่เข้ามาทำนาโนไฟแนนซ์น่าจะทำธุรกิจที่กว้างขวาง มีสาขาอยู่แล้ว เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งน่าจะเข้าถึงประชาชนในวงกว้างขึ้น

ขณะที่ ธปท.ก็เปิดเกณฑ์ตรงนี้ เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. สามารถเข้าร่วมโครงการได้ หากประสงค์จะเข้าร่วม โดยย้ำว่าบริษัทเหล่านี้ต้องไม่รับฝากเงิน เพราะอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงินได้

กสิกรไทยรอความชัดเจนภาครัฐ

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาธนาคารมีความสนใจและพยายามเข้าไปปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ และประชาชนรายได้น้อย แต่กฎเกณฑ์ของรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนมากนัก ธนาคารจึงต้องใช้เวลาศึกษาไปเรื่อย ๆ ประกอบกับปัจจัยในหลาย ๆ ด้านยังไม่เอื้อ รวมถึง Business Model ที่จะต้องรัดกุม และต้องเข้าใจวัฏจักรธุรกิจที่มากพอทั้งยอมรับว่าธุรกิจนาโนไฟแนนซ์เป็นธุรกิจที่มีต้นทุนในการให้บริการที่ค่อนข้างสูงกว่าการทำธุรกิจตามปกติมาก และการทำธุรกิจของธนาคารก็มีบางรายการที่ธนาคารไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า แต่การปล่อยลูกค้ารากหญ้าจะทำแบบนั้นก็อาจจะไม่ได้

ส่วนประเด็นที่มีการปรับแก้ไขกฎเกณฑ์ของ ธปท. ให้การปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลขยายวงไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถนำมาเป็นสินเชื่อหมุนเวียนได้นั้น เขากล่าวว่า ที่ผ่านมาก็มีผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ขอสินเชื่อส่วนบุคคลไปหมุนเวียนในธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว เพราะผู้ประกอบการรายเล็กส่วนใหญ่เงินในการหมุนเวียนธุรกิจและเงินใช้จ่ายส่วนตัวจะเป็นเงินก้อนเดียวกัน และหากหลักเกณฑ์ทางการมีความชัดเจนขึ้นก็น่าจะส่งผลดีกับผู้ประกอบการ

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1417500619
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มกราคม 06, 2015, 05:19:33 am »

3ยักษ์คอนวีเนียนสโตร์ เปิดศึก”อาหารตามสั่ง”
29 ธันวาคม 2557 09:40 น.

ASTVผู้จัดการรายวัน - คอนวีเนียนสโตร์ 3 ค่ายยักษ์ ทั้ง “เซเว่นอีเลฟเว่น-แฟมิลี่มาร์ท-ลอว์สัน108” เปิดเกมรุกใหม่ งัดกลยุทธ์ บริการ อาหารตามสั่งปรุงสุก ในร้านคอนวีเนียนสโตร์ สามค่ายปะชันเต็มอัตราศึก

คอนวีเนียนสโตร์ ในยุคนี้ไม่เพียงแต่แข่งขันกันที่การแย่งชิงหาทำเลดีๆ การทำกลยุทธ์โปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า และ สร้างยอดขาย หรือ การหาสินค้าใหม่ๆเข้ามาเสริมในร้านเท่านั้น

ล่าสุด กลยุทธ์ใหม่ที่ดูเหมือนว่า ทุกค่ายต่างใจตรงกันที่งัดเอากลยุทธ์ใหม่นี้มาห้ำหั่นกันเหมือนนัดกัน ก็คือ การบริการอาหารตามสั่ง ในร้านคอนสวีเนียนสโตร์ ที่กลายมาเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่น่าจับตามองกันเลยทีเดียว

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล แฟมิลี่มาร์ท จำกัด ผู้บริหารร้านคอนวีเนียนสโตร์ แฟมิลี่มาร์ทในไทยในเครือเซ็นทรัล กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจคอนวีเนียนสโตร์ในเมืองไทย จะยิ่งมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นในปี 2558 ซึ่งแนวโน้มจะเป็นการเพิ่มบริการใหม่ๆเข้ามาภายในร้าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอาหาร ที่เป็นอาหารพร้อมปรุงหรืออาหารปรุงสดภายในร้าน ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของร้านสะดวกซื้อ นอกเหนือจากการบริการ อาหารแช่เย็น อาหารแช่แข็ง รวมไปถึงรูปแบบร้านที่เป็นลักษณะแฮงก์เอาท์แบบมีพื้นที่บริการให้นั่งเล่นภายในร้านด้วย อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ก็เริ่มมีโมเดลแบบนี้ปรากฏขึ้นมาบ้างแล้วจากหลายๆค่ายคอนวีเนียนสโตร์

แฟมิลี่มาร์ทชิมลางอาหารตามสั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้แฟมิลี่มาร์ทเองก็เช่นกัน ไม่อาจจะอยู่นิ่งเฉยได้กับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะแฟมิลี่มาร์ทก็กระโดดลงมาเล่นในสนามอาหารปรุงสุกจำหน่ายในร้านด้วยเช่นกัน โดยอาศัยความแข็งแกร่งของแฟมิลี่มาร์ท และความเป็นเครือข่ายในเครือเซ็นทรัลเข้ามาประสานงานกันให้เกิดประโยชน์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ นายณัฐฉายภาพให้เห็นว่า เดือนธันวาคมนี้เป็นเดือนแรกที่แฟมิลีมาร์ทเริ่มทดลองบริการใหม่ๆในร้าน ทดลองบริการอาหารปรุงสุกหรือพร้อมสั่ง ซึ่งเริ่มสาขาเดียวก่อนคือสาขาในย่านสุขุมวิท โดยจะทดลองบริการ 1 เดือนว่าเป็นอย่างไร ก่อนที่จะสรุปและวางแนวทางต่อไป

อย่างไรก็ตามในปีหน้าวางแผนที่จะเปิดร้านโมเดลนี้คือ มีบริการอาหารตามสั่งปรุงสุกพร้อมรับประทานจำนวน 10 สาขา ในทำเลที่มีความเหมาะสมเพราะคงไม่สามารถทำได้ทุกสาขา คาดว่าต้องลงทุนปรับปรุงอีก 3-5 แสนบาทต่อสาขา และต้องมีพื้นที่บริการใหม่อย่างต่ำ 20-30 ตารางเมตร ต่อสาขา สำหรับเมนูอาหารมีบริการประมาณ 50-60 รายการ ราคาอยู่ระหว่าง 39-49 บาท

การเปิดบริการใหม่นี้น่าจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าเข้ามาชิบริการในร้านได้เพิ่มขึ้น เพราะเป็นบริการที่สะดวกสะบาย มีอาหารให้เลือกหลายเมนู และมีความสะอาด อีกทั้งเมื่อเข้ามาซื้ออาหารปรุงสุกแล้วยังสามารถซื้อหาสินค้าอื่นในร้านได้อีกด้วย
ทั้งนี้นายณัฐกล่าวว่า การมีบริการประเภทนี้คาดว่าจะช่วยทำให้ยอดขายและทราฟฟิกของลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนยอดขายที่มาจกกลุ่มอาหารมีประมาณ 13% ของรายได้รวมทั้งหมด โดยมียอดบิลที่ซื้อสินค้าจากลูกค้าประมาณ 55 บาท เพิ่มเป็น 60 บาทต่อบิล หรือเพิ่มประมาณ 5% และมีปริมาณลูกค้าประมาณ 650 คนต่อวันต่อสาขา

ปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีสาขาประมาณ 1,000 สาขา คาดว่าปีหน้าจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มเฉลี่ย 300 สาขา จากปีนนี้ที่เปิด 200 สาขา

ลอว์สันชูโนว์ฮาว์ญี่ปุ่นสู้
นายโคเรอากิ ทามุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห ลอว์สัน จำกัดผู้บริหารรร้านลอว์สัน 108 ในไทย ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างร้าน108ชอปของกลุ่มสหพัฒน์ กับ ร้านลอว์สัน จากญี่ปุ่น กล่าวว่า ธุรกิจ “ลอว์สัน” คอนวีเนียนสโตร์ยักษใหญ่อันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น จำนวนสาขากว่า 12,000 สาขา จุดแข็งของเราคือการมี DNA องค์กรเป็น INNOVATION LEADER

ผู้นำการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค
ในญี่ปุ่นมีร้าน“ลอว์สัน” หลายรูปแบบ เช่น Natural LAWSON, LAWSON 100, LAWSON Plus เป็นต้น ซึ่งล่าสุดบริษัทฯได้นำโนว์ฮาวจากประเทศญี่ปุ่นในด้านการบริการอาหารพร้อมทานปรุงสดในร้านมาพัฒนาใช้กับร้านลอว์สัน108 ในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “THE KITCHEN LAWSON108”

จุดเด่นคือเรื่องเมนูอาหารที่อร่อย สดใหม่ และรูปแบบร้านที่โดดเด่น มีมุมนั่งทานอาหาร ที่แตกต่างจากคอนวีเนียนสโตร์เดิมๆ ซึ่งคาดว่าธุรกิจอาหารปรุงสดนี้จะมีส่วนทำให้แนวโน้มการเติบโตของยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นตามที่คาดไว้ ซึ่งปัจจุบันมีร้านลอว์สัน 108 จำนวน 31 สาขา อยู่ในย่านธุรกิจ และมีแผนที่จะขยายสาขาออกไปในพื้นที่รอบนอกมากยิ่งขึ้นในปี 2558-2559 และตั้งเป้าขยายครบ 1,000 สาขา ภายใน 5 ปี ด้านปริมาณลูกค้าที่เข้าใช้บริการ ตั้งแต่เปิดบริการมาเมื่อกลางปีที่แล้ว มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ย 20-50%

“ตอนนี้เรามีอาหารปรุงสดบริการที่ร้านลอว์สัน108 ประมาณ 70 รายการ แบ่งเป็นเมนูญี่ปุ่น 70% และเมนูต่างชาติ 40% ราคาตั้งแต่ 39 บาทขึ้นไป จะใช้พื้นที่เฉลี่ย 100 ตารางเมตร ลงทุนประมาณ 3-5 ล้านบาท “ นายโคเรอากิกล่าว

นายกันตพัฒน์ อิทธิระวิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด กล่าวว่า จำนวนสาขาของร้าน “THE KITCHEN LAWSON108” เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกที่อาคารเสริมมิตร ถ.อโศกมนตรี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 10 สาขาที่เป็นรูปแบบคิทเช่น เช่น อาคารอินเตอร์เชนจ์ 21,อาคารเดอ เมอร์คิวรี่ วิลล์ ชิดลม, อาคารไทยซัมมิท ทาวเวอร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย เป็นต้น

ภายในร้านจะมีครัวปรุงสด ลูกค้าสามารถเลือกหรือสามารถเลือกจับคู่เมนูกับข้าว ๆ มีทั้งอาหารไทย จีน เวียดนาม และฝรั่ง อิตาเลี่ยน เช่น แซนด์วิชหมูทอดทงคัตสึ ราคา 39 บาท นอกจากนี้ยังมีเมนูบะหมี่ญี่ปุ่นราเมง ด้ว ย นอกจากนี้ยังมี “ราเมง” ซึ่งตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปนั้นจะขายอยู่ที่ราว ชามละ 200 บาท แต่ลอว์สัน 108 จำหน่ายในราคา 39 บาท มีทั้งหมูชาชูและไข่ต้ม

ราคาดังกล่าวเกิดจากการปรับปริมาณให้เข้ากับธรรมเนียมการรับประทานอาหารของคนไทย และปรับกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มีเพียงแต่น้ำซุปกระดูกมูทงคตสึ หรือซุปมิโซะเท่านั้น ยังมีซุปต้มยำและซุปโชยุให้เลือกด้วย นอกจากนี้ทั้งเมนูข้าวเบนโตะและข้าวปั้นอนิกิริ ยังใช้ข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดี แบบเดียวกับที่ส่งออกไปที่ญี่ปุ่น

เซเว่นฯเสือซุ่มรายแรก ออลล์มีล
ส่วนค่ายเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ในแวดวงคอนวีเนียนสโตร์ ก็ไม่น้อยหน้า ดูเหมือนว่าจะเป็นค่ายแรกก่อนใครเพื่อนที่เปิดบริการแบบนี้ แต่ก็ทำแบบเงียบๆก่อนยังไม่โฉ่งฉ่างหรือเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะรุกหนักอย่างจริงจังในปีหน้าแน่นอน

โดยเริ่มทดลองที่สาขาประชาสงเคราะห์ 23 ซึ่งต้องเข้าซอยเล็กน้อย เพราะบริเวณั้นมี 2 สาขา ด้วยกาเปิดบริการที่เคาน์เตอร์บริการอาหารตามสั่งชื่อว่า “ALL meal (ออลล์มีล)” ซึ่งมีบริการที่นั่งทานอาหารด้วย โดยมีอาหาร 6 ประเภทประกอบด้วย โจ๊ก ข้าวต้ม, เมนูข้าว, ข้าวผัด, เมนูเส้น, ทานเล่น และขนม สลัด เช่น ข้าวเกรวี่ BBQ หมูย่างหรือไก่ย่าง 45 บาท ข้าวไข่เจียวหมูสับ+ซอสพริก 35 บาท ข้าวเกรวี่กะเพราไก่ย่าง 45 บาท ข้าวลาบหมูหรือลาบไก่ย่าง 55 บาท

ทั้งนี้คงต้องจับตาดูในปี 2558 ต่อไปแล้วว่า กลยุทธ์นี้จะดุเดือดเลือดพล่านแค่ไหน เพราะทั้งสามค่ายใหญ่คอนวีเนียนสโตร์ก็ตัดสินใจลงตลาดบริการ อาหารตามสั่งแล้ว
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 10:07:06 pm »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์บัวหลวง BLS

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000261029/CPALL150224%28T%29.pdf
บันทึกการเข้า