เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 30298 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 12:04:26 pm »

ชื่อบริษัท    บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่    อาคารสีบุญเรือง 1, 283 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.
เบอร์โทรศัพท์    0-2677-9000
เบอร์โทรสาร    0-2238-1767

นโยบายการจ่ายปันผล:
ประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจากงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี โดยพิจารณาประกอบกับงบการเงินรวม

เว็บไซต์    http://www.cpall.co.th
กราฟและข้อมูลหุ้น http://www.ruayhoon.com/stock/CPALL/
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2013, 12:06:26 pm »

บล.เคเคเทรด : CPALL แนะนำซื้อ มูลค่าเหมาะสม (คงเดิม) 52.00 บาท
ราคา Big lot กดดันแค่ราคาหุ้น ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานประเด็นข่าว    เมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.) มีการซื้อขาย Big lot หุ้น CPALL มูลค่า 4,560 ล้านบาท จำนวน 114 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.28% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ราคาเฉลี่ย 40 บาทต่อหุ้น ผลกระทบ   กระทบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น CPALL เราได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านบริษัทในกลุ่ม CP พบว่า การซื้อขาย Big lot หุ้น CPALL ครั้งนี้เป็นการซื้อขายระหว่างบริษัทในเครือ CP (บริษัทซี.พี.เมอร์แชนไดชิ่ง จำกัด กับ บมจ.กรุงเทพโปรดิ๊วส) เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุนในกลุ่ม อย่างไรก็ตามราคา Big lot ที่ต่ำกว่าราคาปิดตลาดดประมาณ 10% มองว่าอาจส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น CPALL เช้าวันนี้   แนวโน้ม 4Q56 ไม่เด่นจากปัจจัยที่ตลาดรับรู้แล้ว ประเด็นการซื้อขาย Big lot หุ้น CPALL ไม่กระทบปัจจัยพื้นฐานบริษัท เรายังเห็นอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSS growth) ของร้านเซเว่นฯเดือน ต.ค.-พ.ย.56 เติบโตราว 3 - 4% และคาดว่าจะเปิดสาขาใกล้เคียง 3Q56 ทำให้สิ้นปีนี้ร้านเซเว่นฯ จะมีสาขาทั้งสิ้น 7,420 สาขา ส่วนผลการดำเนินงานของ MAKRO มีปัจจัยบวกฤดูกาลของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานระยะสั้นของ CPALL ยังคงเป็นผลกระทบจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายซื้อกิจการ MAKRO ต่อเนื่องจาก 3Q56 รวมทั้งมีต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้สกุลดอลลาร์บางส่วน เบื้องต้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานจากธุรกิจปกติ 4Q56 ของ CPALL จะมีกำไรราว 2,600 ล้านบาท ลดลง 4% YoY และ 14% QoQคำแนะนำ   เป็นโอกาสเข้าลงทุน เรายังแนะนำ CPALL เป็นหุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตระยะยาวที่น่าสนใจ เราคาดว่าผลประกอบการปี 57 จะมีกำไรสุทธิเติบโต 29% เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มค้าปลีกที่ศึกษา 4 บริษัท จากเริ่มเห็นผลบวกของการรวมกิจการ MAKRO ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันเราเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐาน CPALL มีโครงสร้างธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจทั้งขาขึ้นและขาลง การอ่อนตัวของราคาหุ้นขณะที่ปัจจัยพื้นที่ไม่เปลี่ยน ทำให้เรามองเป็นโอกาสเข้าลงทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ” นักวิเคราะห์ มินทรา รัตยาภาส Mintrar@kks.co.th 02 680 2941
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 21, 2014, 09:34:19 am »

ซีพีออลล์ซื้อเวียดนาม กิจการค้าปลีกจากกลุ่มเมโทรฯบิ๊กเยอรมนี เดินหน้าตัดขายหุ้นแม็คโคร
Source - โพสต์ ทูเดย์ (Th)

Monday, January 20, 2014 02:43


โพสต์ทูเดย์
CP ALL ซุ่มเจรจาขอซื้อกิจการค้าปลีกในเวียดนาม จากกลุ่ม Metro Group AG พร้อมเล็งแบ่งขายหุ้นแม็คโคร
แหล่งข่าวที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า บริษัท ซีพี ออลล์ (CP ALL) อยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อขอซื้อกิจการธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตัวเอง (Cash and Carry) ในประเทศเวียดนาม จากกลุ่ม Metro Group AG ของเยอรมนี ซึ่งมีแผนต้องการขายธุรกิจนี้ในเวียดนามเพราะไม่สามารถบริหารให้ธุรกิจขยายเติบโตได้ตามแผนของกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ขณะยังไม่มีข้อสรุปในการเจรจาซื้อกิจการ เนื่องจากยังต้องรอความชัดเจนว่า Metro Group AG ต้องการหุ้นออกมาในสัดส่วนเท่าใด รวมถึงการกำหนดราคาที่ต้องการขาย
สำหรับสาเหตุที่ CP ALL ต้องการซื้อกิจการธุรกิจค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตัวเองเวียดนาม เนื่องจากต้องการใช้เป็นฐานธุรกิจค้าปลีกในประเทศเวียดนาม เพราะถือธุรกิจเพียงไม่กี่ประเภทที่มีศักยภาพที่เติบโตสูงในประเทศนี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ CP ALL ได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท สยามแม็คโคร(MAKRO) เพื่อใช้เป็นฐานขยายธุรกิจในอาเซียนแต่ยังคงขาดฐานในเวียดนาม
นอกจากนี้ CP ALL ยังมีแผนขายหุ้นMAKRO เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นลงจากปัจจุบันที่ถืออยู่ประมาณ 98% โดยยังมีนโยบายต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เหตุผลในการตัดขายหุ้นเพื่อเป็นการลดภาระหนี้และเพื่อแก้ไขปัญหาการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลท) ทั้งนี้ ยังคงต้องรอให้สถานการณ์การเมืองมีความชัดเจนและภาวะเศรษฐกิจในประเทศซึ่งมีผลกระทบต่อการกำหนดราคาขายหุ้น
"CP ALL ยังมีความสามารถในการซื้อกิจการได้แม้ว่าตอนนี้จะมีภาระหนี้จำนวนมากจากการเข้าซื้อกิจการก่อนหน้านี้ เพราะธุรกิจเป็น Cash and Carry ที่สร้างกระแสเงินสดได้ทันที และในเวียดนามเป็นประเทศที่ CP ALL ยังไม่มีเครือข่าย สัดส่วนหุ้นที่ Metro Group AG ต้องการขายชัดเจนและหากได้ราคาที่เหมาะก็อยากได้เพราะในเวียดนามมีธุรกิจไม่กี่อย่างที่มีโอกาสเติบโต และยังมีแผนขายหุ้น MAKRO ออกมา เพราะไม่มีความจำเป็นต้องถือมากถึง98% ซึ่งสาเหตุที่ถือหุ้นมากขนาดนี้ เนื่องจากต้องทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ตามเกณฑ์ แต่ยังต้องรอภาวะตลาดให้ดีก่อนเพราะช่วงนี้คงได้ราคาที่ขาดทุน" แหล่งข่าว เปิดเผย
นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ (CP ALL) กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวโดยขณะนี้ไม่มีข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลความคืบหน้าใดที่เปิดได้จึงจะมีการแจ้งข่าวให้ทราบต่อไป
ในช่วงนี้ กลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มีการซื้อขายหุ้นรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต)หลายรายการ ล่าสุด วันที่ 16 ม.ค. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) บิ๊กล็อต จำนวน 28 ล้านหุ้น มูลค่า 798 ล้านบาท และ CPF-F อีก 42 ล้านหุ้น มูลค่า1,197 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 28.50 บาท ขณะที่ CP ALL ซื้อขายบิ๊กล็อตวันที่ 8 ม.ค. จำนวน 11.8 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 41 บาท มูลค่ารวม 483.80 ล้านบาท หลังจากวันที่ 25 ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา CP ALL ซื้อขายบิ๊กล็อตจำนวน114 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 4,560 ล้านบาทราคาเฉลี่ย 40 บาทต่อหุ้น ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 39.50 บาท n--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 24, 2014, 01:06:15 am »

CPALLปีนี้ฟื้นตัวต่อเนื่อง ยอดขายโตดีแม้มีชุมนุม
วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2557 เวลา 08:36:58 น.


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ (23 ม.ค.) คาดกำไรไตรมาส 4/56 ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการซื้อบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO และ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากการรวมธุรกิจ การเติบโตต่อเนื่องของทั้ง CPALL และ MAKRO จากการขยายสาขาเชิงรุก และ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) อย่างมีเสถียรภาพโดยได้รับผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจชะลอตัวและการชุมนุม เลือก CPALL เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มพาณิชย์ แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย (DCF) 52 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 24, 2014, 01:06:44 am »

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : CPALL แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 52 บาท
ค่าใช้จ่ายกดดัน 4Q13 แต่แนวโน้มฟื้นตัวในปีนี้  ประเด็นการลงทุน : คาดกำไร 4Q56 ถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการซื้อ MAKRO และ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ดี ผลประกอบการปีนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากผลประโยชน์จากการรวมธุรกิจ การเติบโตต่อเนื่องของทั้ง CPALL และ MAKRO จากการขยายสาขาเชิงรุก และ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) อย่างมีเสถียรภาพโดยได้รับผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจชะลอตัวและการชุมนุม เราเลือก CPALL เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของกลุ่มพาณิชย์ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (DCF) 52 บาท

คาดกำไร 4Q56 ลดลง 12% YoY: คาด SSSG ชะลอตัวลงเป็น 3% จากสภาพอากาศหนาวในเดือน ธ.ค. และ ฐาน SSSG สูงใน 4Q55 (+23%) อย่างไรก็ดี คาดยอดขายรวมเติบโต 13% QoQ และ 81% YoY จากโปรโมชั่นแสตมป์ซึ่งสิ้นสุดเดือน พ.ย. การเปิดสาขาใหม่ราว 60 สาขา (+540 YoY) และ การรวมงบ MAKRO แต่คาดมีค่าใช้จ่ายในการซื้อกิจการ 1.1 พันล้านบาท และ ดอกเบี้ยจ่าย 1.3 พันล้านบาท อีกทั้งเงินบาทที่อ่อนค่า 1.5 บาท หรือ 4.7% คาด CPALL บันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 600 ล้านบาท เนื่องจาก CPALL ยังมีหนี้สกุลเงินดอลล่าร์ที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงเหลือประมาณ 400 ล้านเหรียญฯ ซึ่งลดลงจาก 2 พันล้านเหรียญฯ (ไม่รวมหนี้ที่ป้องกันความเสี่ยงไว้แล้วอีก 3.8 พันล้านเหรียญฯ) หลังจากการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาท 5 หมื่นล้านบาทในเดือน พ.ย. มารีไฟแนนซ์ Briding loan ส่วนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยง โดยรวมแล้ว คาดกำไรสุทธิ 4Q56 ลดลง 8% QoQ และ 12% YoY เป็น 2,439 ล้านบาท

ผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจและการเมือง: ในช่วงอากาศหนาว SSSG จะชะลอตัวลงตามยอดขายสินค้าเครื่องดื่มซึ่งมีสัดส่วนราว 30% แต่อากาศหนาวมีระยะเวลาเพียง 1-3 เดือนต่อปีขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการชุมนุมทางการเมือง มีผลกระทบจำกัดต่อ SSSG โดยจะเห็นได้จากตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา SSSG สูงกว่า GDP มาโดยตลอด (ตาม Figure 3) ในปี 2552 GDP -2.2% ขณะที่ SSSG +9.7% ส่วนในปี 2553 ซึ่งมีเหตุการณ์ชุมนุมของ นปช. SSSG +9.9% และ ในปี 2554 น้ำท่วมส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ GDP +0.1% แต่ SSSG ของ CPALL ยัง +4.8% เราคาดการณ์ SSSG ปีนี้ที่ +5% เทียบกับ GDP +3.25%
  
ผลประโยชน์จากการรวมธุรกิจ ชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น: หนี้ระยะสั้นที่เหลืออยู่ 4.2 พันล้านเหรียญฯ ครบกำหนดในช่วงกลางปีนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมรีไฟแนนซ์ด้วยเงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ และ เงินกู้ระยะสั้นสกุลเงินดอลล่าร์ คาดต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 5-6% อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะถูกชดเชยด้วยกำไรของ MAKRO ที่เพิ่มขึ้นและผลประโยชน์จากการรวมธุรกิจระหว่าง CPALL กับ MAKRO ในด้านการจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหาร Logistics และ ระบบการดำเนินงานภายใน เราประเมินกำไรสุทธิปีนี้ที่ 13,558 ล้านบาท เติบโต 24% YoY  
 ความเสี่ยง: ต้นทุนการเงินมากกว่าคาด / การแข่งขันรุนแรง

สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์http://www.maybank-ke.co.th(02) 658-6300


เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล อีเมล์. reporter@efinancethai.com
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 30, 2014, 09:06:53 am »

CPALL ตั้งเป้าปี 57 ยอดขายโต 6% จากสาขาเดิม-คาดเปิดอีก 600 สาขาใหม่
Source - IQ Biz (Th)

Wednesday, January 29, 2014 17:02


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ม.ค. 57)--บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ตั้งเป้าปี 57 ยอดขายสาขาเดิมจะเติบโตราว 6% ใกล้เคียงกับระดับการเติบโตของปีก่อน โดยเชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัท ซึ่งในปี 56 ยอดขายสาขาเดิมก็เติบโตทะลุเป้าหมาย และมียอดขายรวมราว 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 600 สาขาใกล้เคียงกับปีก่อน เพื่อไปสู่เป้าหมายการมีสาขาครบ 1 หมื่นสาขาภายใน 5 ปีข้างหน้า
นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร CPALL เปิดเผยว่า ปี 57 บริษัทฯยังคงตั้งเป้ายอดขายเติบโต 6% จากสาขาเดิม และบริษัทฯก็มีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 600 สาขา ทำให้สิ้นปีนี้บริษัทฯจะมีสาขาทะลุ 8,000 สาขา และตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีสาขาครบ 10,000 สาขา โดยปี 56 บริษัทได้เปิดสาขา 600 สาขา เพิ่มจากแผนเดิมที่ตั้งเป้าจะเปิดปีละ 500 สาขา ทำให้ในปีนี้ขยับเป้าการเปิดสาขาใหม่ 600 สาขาและต่อเนื่องในปีถัดไป ส่วนงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ที่ 6,000-7,000 ล้านบาท สำหรับการเปิดสาขาใหม่ 600 แห่ง ไม่รวมการลงทุนอื่น
นอกจากนี้ ปี 56 บริษัทฯสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในส่วนของสาขาเดิมตั้งเป้าโต 5% แต่บริษัทฯสามารถโตได้เกือบ 6% ซึ่งยอดขายในปี 56 คาดว่าจะมี 180,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับสถานการณ์การเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายรวมของบริษัท แม้สาขารอบสถานที่ชุมนุมอาจจะกระทบเล็กน้อย แต่สาขาอื่น ๆ ก็มียอดขายดีขึ้นสามารถชดเชยกันได้ ส่วนที่กำลังจะมีการเลือกตั้งนั้นในเชิงธุรกิจการค้าไม่ได้มีผลกระทบ เพราะบริษัทได้เตรียมพร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงสินค้าที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคไว้รองรับความต้องการของลูกค้าแล้ว ซึ่งขณะนี้ยอดขายยังดีเป็นปกติ
"ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วยอดขายไม่สะดุด โดยทั้งปี 56 ยังโตได้เกือบ 6% ซึ่งในไตรมาส 4/56 มีผลกระทบจากการเมืองแต่ยอดขายก็เป็นไปตามเป้า กำลังซื้อยังปกติ เพราะสินค้าของเซเว่นเป็นสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และบริษัทฯไม่มีการตุนสินค้าเพิ่ม ถ้าสาขาไหนขายดีก็จะเอาสินค้าเข้าไปเพิ่ม"นายปิยะวัฒน์ กล่าว
สำหรับความร่วมมือระหว่าง CPALL กับ บมจ.สยามแม็คโคร(MAKRO)นั้น หลังจากที่ CPALL เข้าไปถือหุ้นแล้ว ก็ได้มีการศึกษาว่าสินค้าที่ขายดีใน MAKRO เพื่อนำมาขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ขณะที่จะนำสินค้าที่ขายดีในร้านเซเว่นฯ ไปขายในสาขาของ MAKRO เช่นกัน เป็นการแลกเปลี่ยนจุดเด่นของกันและกัน ส่วนการทำธุรกิจในต่างประเทศขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก หลังจากที่ได้ยื่นขอใบอนุญาตไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ

--อินโฟเควสท์ โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 02:21:43 pm »

เดือดตั้งแต่ต้นปี 7-11 เปิดศึกไล่บี้คู่แข่ง งัด "แคชแบ็ค" ตุนยอด

updated: 31 ม.ค. 2557 เวลา 08:00:08 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

เปิดศึกตั้งแต่ต้นปีเลยทีเดียว สำหรับสมรภูมิร้านสะดวกซื้อ ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โดยภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่เอื้อ ที่กระทบต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

นอกจากผู้เล่นเดิมอย่าง เซเว่นอีเลฟเว่น, แฟมิลี่มาร์ท, ลอว์สัน 108, แมกซ์แวลู ต่างเดินหน้าปูพรมสาขา ชิงทำเล หลังจากปีที่แล้ว ทั้งแฟมิลี่ มาร์ท และลอว์สัน 108 อยู่ในช่วงจัดทัพใหม่ ปีนี้ทุกค่ายจึงมีความพร้อมและเดินเครื่องกันอย่างเต็มที่ ประกอบกับการมีแบรนด์น้องใหม่ "365" ของเทสโก้ โลตัส ที่ปั้นโมเดลนี้ขึ้นมาเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิม ๆ

แต่ด้วยบรรยากาศการจับจ่ายที่ซบเซามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้ "แคมเปญส่งเสริมการขาย" ของแต่ละค่ายดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร เสียลูกค้า จากปกติที่จะเห็นแคมเปญแรง ๆ ออกมาช่วงโลว์ซีซั่น แต่ปีนี้กลับงัดออกมาใช้ตั้งแต่ต้นปี เพื่อรักษาการเติบโตของร้าน

เริ่มจากผู้นำตลาด "เซเว่นอีเลฟเว่น" หลังจากจบแคมเปญแลกซื้อสุดคุ้ม เมื่อวันที่ 25 มกราคม ในวันถัดมาก็ส่งแคมเปญใหม่ออกมาต่อเนื่องทันที ชื่อว่าแคมเปญ "Cash Back คืนเงินสุดคุ้ม" ถือเป็นแคมเปญใหม่ ซึ่งเซเว่นอีเลฟเว่นไม่เคยทำมาก่อน

"ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า เมื่อผู้เล่นในตลาดมีจำนวนมากขึ้น ตลาดขยายตัวขึ้น เซเว่นฯในฐานะผู้นำตลาดจึงต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และฉีกหนีคู่แข่ง จึงกลายเป็นที่มาของการออกแคมเปญใหม่ๆ ทั้งสินค้าและโปรโมชั่น เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ สร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้ลูกค้าที่เข้าร้านรู้สึกสนุกสนาน

สำหรับแคมเปญ "Cash Back คืนเงินสุดคุ้ม" เป็นการต่อยอดมาจากแคมเปญแสตมป์ ซึ่งเมื่อซื้อสินค้าได้รับแจกแสตมป์และใช้แทนเงินสดได้ จึงกลายเป็นไอเดียนำมาทำแคมเปญใหม่ที่เรียกว่า "แคชแบ็ค" ภายใต้คอนเซ็ปต์ "คืนเงินสุดคุ้ม" เมื่อซื้อสินค้าที่เข้าร่วมรายการ รับทันทีคูปองคืนเงินที่นำไปใช้ซื้อสินค้าแทนเงินสด มีมูลค่าตั้งแต่ 3 บาท 5 บาท 10 บาท 15 บาท 20 บาท 25 บาท 30 บาท รวมถึงการชำระค่าบริการผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุก 2 บิล โดยมีระยะเวลาแคมเปญ 1 เดือนหรือเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์

"ระยะเวลาจะสั้นกว่าแสตมป์ เพราะว่าเป็นโปรโมชั่นใหม่ เป็นการทดลองคอนเซ็ปต์ใหม่ ๆ ซึ่งถ้าได้รับการตอบรับดีก็จะพิจารณาว่าจะต่อยอดอย่างไร"

ผู้บริหารร้านเซเว่นฯกล่าวและว่าปกติแคมเปญแรงๆ อย่างแสตมป์จะดึงออกมาใช้กระตุ้นยอดขายช่วงโลว์ซีซั่น แต่ครั้งนี้เลือกลอนช์ตั้งแต่ต้นปี ผู้บริหารเซเว่นฯยอมรับว่า เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากกว่าปีที่ผ่านมาและมีระยะเวลานาน ทำให้สินค้ากลุ่มโลชั่นบำรุงผิวขายดี แต่ยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มลดลง

ระยะเวลาแคมเปญ 1 เดือน คาดว่าจะสร้างยอดขายให้เติบโต 5-10% อีกด้านหนึ่งก็เป็นการขยับตัวหนีคู่แข่ง ซึ่งตอนนี้มีแคมเปญออกมาคล้ายกับเซเว่นฯ

"โปรโมชั่นแรงขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อรักษายอดขาย ช่วงเศรษฐกิจดีก็อาจจะมีโปรโมชั่นน้อย และการกระตุ้นยอดขายได้เร็วที่สุดก็คือโปรโมชั่น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้กลับเข้ามาใช้บริการและซื้อซ้ำ โปรโมชั่นที่ลูกค้าชอบมากที่สุดก็คือการลดราคาทันที สินค้าที่นำมาจัดรายการเป็นสินค้าขายดีในตลาด เน้นกลุ่มอาหาร"

นอกจากเซเว่นฯ จะมีโปรโมชั่นออกมากระตุ้นตลาดในระยะสั้น ก็มีแผนสร้างการเติบโตระยะยาวควบคู่กันไป ด้วยโพซิชันนิ่งที่โฟกัสเรื่องอาหารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ด้วยงบฯ 30 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำจุดยืนของเซเว่นฯที่เป็นร้านอิ่มสะดวกที่มีอาหารเสิร์ฟครบทุกมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อสาย มื้อเที่ยง มื้อบ่าย มื้อเย็น หรือมื้อดึก จะออนแอร์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์

มีซุปตาร์ชื่อดัง "เจมส์ จิรายุ" ชวนคนไทยหันมารับประทานอาหารมื้อเช้า มีสโลแกนว่า อย่าลืมมื้อเช้าที่เซเว่นฯที่มีสินค้าตอบสนองกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ วัยทำงาน อาทิ ซาลาเปา ครัวซองต์แซนด์วิชแฮมชีส ข้าวเหนียวเบอร์เกอร์ลาบหมู ข้าวผัดปู เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากแคมเปญหลักดังกล่าว ระหว่างนั้นยังมีแคมเปญย่อย ๆหมุนเวียนออกมาสร้างกิมมิก อาทิ โปรโมชั่นลดอย่างแรงเฉพาะ 3 วัน หรือ 7 วัน ที่ได้ทดลองทำตลาดไปบ้างแล้วเมื่อปีที่แล้ว อาทิ คาราวานทั่วประเทศ เป็นโลคอลมาร์เก็ตติ้ง สร้างแบรนด์อะแวร์เนสและแจกคูปองส่วนลด เพื่อโปรโมตให้คนเข้าร้าน

ไม่ใช่แค่เซเว่นฯ ที่มีแคมเปญหลักและแคมเปญย่อยรวมกันในกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียว

แต่อีกค่ายที่มีโปรโมชั่นจัดหนักคือ แฟมิลี่มาร์ท เพิ่งเปิดตัวแคมเปญไปหมาดๆ หรือ "ช้อปลัดฟ้า พาทัวร์โยโกฮาม่า"
จัดลุ้นชิงรางวัลไปญี่ปุ่น เป็นปีที่ 2 แต่มีความเข้มข้นขึ้นในแง่ของความร่วมมือกับซัพพลายเออร์ ที่มีการแจกคูปองให้มากกว่าปกติที่จะได้ 1 ใบ ทุกการซื้อ 60 บาท อาทิ สินค้าเครือดัชมิลล์และแดรี่พลัสแจกเพิ่ม 30 ใบ

"จุฑารัตน์ วงศ์สุวรรณ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด ผู้บริหารร้านแฟมิลี่ มาร์ท กล่าวว่า ร้านสะดวกซื้อมุ่งแข่งขันกันเรื่องจำนวนสาขา สินค้า และโปรโมชั่น ซึ่งแฟมิลี่มาร์ทยังเปิดสาขาใหม่ตลอด ตั้งแต่ต้นปีเปิดไปแล้ว 10 สาขา ปัจจุบันมี 1,053 สาขา และได้พัฒนาสินค้าพร้อมทานไปควบคู่กัน พร้อมกับเรื่องบริการ และอัดโปรโมชั่นอย่างเต็มที่

ปีนี้แคมเปญการตลาดแรงขึ้นและจะมีตลอดทั้งปี เตรียมงบฯไว้ 150 ล้านบาท เน้นจัดโปรโมชั่นร่วมกับซัพพลายเออร์ เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์มีแคมเปญซ้อนหลายรายการหลักๆ คือ ลุ้นเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่งจัดไปไตรมาส 3 ของปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับที่ดีจึงจัดอีกครั้งในช่วงนี้ คาดหวังรายได้โต 2 หลัก หลังจากนี้ก็จะมีแคมเปญต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เชื่อว่าจะสร้างความฮือฮา

จากความไม่มั่นใจกับภาวะเศรษฐกิจ จึงต้องเร่งสร้างยอดขายตั้งแต่ต้นปี และรองรับการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง จากรายใหม่เข้ามาและรายเดิมมีการขยายสาขา จึงต้องหาแคมเปญที่มีความน่าสนใจ

"ปกติร้านสะดวกซื้อเน้นโปรโมชั่นสินค้าประจำเดือน แต่ตอนนี้เริ่มมีออนท็อปลูกค้าได้หลายต่อ เพิ่มไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้งมากขึ้น อย่างแคมเปญเที่ยวญี่ปุ่นทำให้ยอดซื้อต่อบิลเพิ่มขึ้น"
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 01:13:49 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      10,536,989 11,048,735
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1.17 1.23
ต่อหุ้น (บาท)                     


งบการเงินเฉพาะกิจการ                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      10,259,609 10,014,578
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1.14 1.11
ต่อหุ้น (บาท)                     
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 01:14:27 pm »

การพิจารณาปันผล                     

เรื่อง                       : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ                       : 20 ก.พ. 2557
ชนิดการปันผล                       : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date)                      : 06 พ.ค. 2557

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั                       : 07 พ.ค. 2557
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD)                       : 30 เม.ย. 2557
จ่ายให้กับ                       : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น)                       : 0.90
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท)                       : 1.00
วันที่จ่ายปันผล                       : 20 พ.ค. 2557
จ่ายปันผลจาก                       :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2014, 01:14:45 pm »

BLS.CPALL: กำไรหลักไตรมาส 4/56 เป็นไปตามคาด
วันที่เผยแพร่ : 21/02/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

กำไรหลักเป็นไปตามคาด

CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 2 พันล้านบาท ลดลง 27% YoY และ 24% QoQ ผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าประมาณการของเรา 8% และต่ำกว่าคาดการณ์ตลาดจาก Bloomberg อยู่ 16% แต่หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 147 ล้านบาท กำไรหลักสอดคล้องกับประมาณการของเรา

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

รายได้โตก้าวกระโดด 71% YoY เป็น 8.8 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการรวมงบการเงินกับ MAKRO อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (ไม่รวม T&E) อยู่ที่ 1.5% ในไตรมาส 4/56 หนุนโดยมูลค่าการซื้อต่อครั้งที่เพิ่มขึ้น 6% YoY เป็น 66 บาท ในขณะที่จำนวนใบเสร็จลดลง 5% YoY เป็น 1,244 ใบเสร็จ/สาขา/วัน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้ยอดขายเครื่องดื่มลดลงในช่วงไตรมาสดังกล่าว

CPALL เปิดสาขาใหม่ 110 สาขา ในไตรมาส 4/56 ส่งผลให้จำนวนสาขาเปิดใหม่รวมทั้งหมดในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 607 สาขา ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 540 สาขา

อัตรากำไรขั้นต้นจากร้าน 7-Eleven (ไม่รวม T&E) ขยายตัว 40 bps YoY เป็น 25.6% ด้วยอานิสงส์จากอัตรากำไรสินค้าที่ไม่ใช่อาหารปรับตัวสูงขึ้น 100 bps YoY มาอยู่ที่ 25% อันเป็นผลมาจากยอดขายสินค้าเครื่องสำอางที่เพิ่มสูงขึ้น

อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (ไม่รวม MAKRO) โตก้าวกระโดดมาอยู่ที่ 26.9% ในไตรมาส 4/56 จาก 22.7% ในไตรมาส 4/55 เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าจ้างรอบที่สองในเดือนม.ค. 2556 และค่าธรรมเนียมจากการเข้าซื้อ MAKRO

CPALL ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.9 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานปี 2556 (ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เม.ย.)

แนวโน้ม

ไตรมาส 1/57 อาจเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่บริษัทรายงานกำไรปรับตัวลดลง YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยเงินกู้ก้อนใหญ่จากการเข้าซื้อ MAKRO อย่างไรก็ตามเรายืนยันมุมมองของเราที่ว่ากำไรของ CPALL ได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 4/56 แม้ว่าสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงเดือนม.ค.และการจับจ่ายใช้สอยที่อ่อนแอจะยังคงส่งผลกดดันต่อการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของร้าน 7-Eleven ในไตรมาส 1/57 อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

ประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของเรายังคงเดิม ทั้งนี้อาจมีอัพไซด์ต่อโมเดลของเราจากผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ MAKRO ซึ่งจะเริ่มปรากฏให้เห็นในช่วงครึ่งแรกของปี 2557

คำแนะนำ

CPALL เป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่บริษัทภายในกลุ่มค้าปลีกภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไร เราคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ที่ 46 บาท
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 46.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 07:26:42 pm »

“เซเว่น” งัดแคชแบ็ก ดึงกำลังซื้อถล่มคู่แข่ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2557 11:13 น.





การเปิดเกมรุกตั้งแต่ต้นปีของ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งกับกลยุทธ์การเปิดตัว “แคชแบ็ก” (Cashback) ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจคอนวีเนียนสโตร์ที่แข่งขันร้อนระอุขึ้นทุกปี

การทำแคชแบ็กครั้งนี้กล่าวได้ว่า 1. เป็นการใช้กลยุทธ์แบบที่เซเว่นฯ ยังไม่เคยทำมาก่อนก็ว่าได้กับการทำแคชแบ็กแบบนี้ และ 2. เป็นการออกแคมเปญใหม่ตั้งแต่ต้นปีเรียกว่า ตั้งแต่ “ไก่โห่” เลยทีเดียวจากเดิมที่แคมเปญแรงๆ จะออกช่วงโลว์ซีซัน

เพราะปีนี้กล่าวได้ว่าตลาดคอนวีเนียนสโตร์จะดุเดือดเลือดพล่านกว่าที่เคยเป็นมา เนื่องจากคู่แข่งใหญ่อย่าง “แฟมิลี่มาร์ท” ภายใต้เงื้อมมือของกลุ่มเซ็นทรัลที่เข้ามาบริหารประมาณปีเศษได้แล้วนั้น ขณะนี้ได้ปรับยุทธศาสตร์ ปรับทิศของแฟมิลี่มาร์ทได้ชนิดที่ว่า “พร้อมรบเต็มอัตราศึกแล้ว” กับจำนวนกว่า 1,000 สาขาในเวลานี้ พร้อมกับการอัดฉีดงบตลาดปีนี้ไว้ที่ 150 ล้านบาทในการกรำศึก

หรือแม้แต่แบรนด์ “108 ลอว์สัน” ของลอว์สันกับสหพัฒน์ ที่ถึงแม้ว่าจะยังแค่ช่วงเริ่มต้นตั้งไข่ แต่ก็ดูเหมือนว่าค่ายนี้จะออกอาการแรงไม่น้อย

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “เซเว่นอีเลฟเว่น” ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเน้นกลยุทธ์หลักในการมุ่งสู่การเป็นร้านอิ่มสะดวกของคนไทย ให้ความสำคัญต่อสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม มีการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่หลากหลาย รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างสม่ำเสมอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มจำนวนลูกค้าและความถี่ที่เข้าร้าน รวมถึงเพิ่มปริมาณการใช้จ่ายภายในร้านให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คำกล่าวของนายก่อศักดิ์จึงน่าจะเป็นการชี้นำทิศทางที่ชัดเจน!

“แคชแบ็ก” ของเซเว่นฯ ครั้งนี้จึงเป็นอาวุธใหม่ที่จะฉีกหนีคู่แข่งและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ตรงจุดมากที่สุดยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการสานต่อแคมเปญ “แสตมป์” ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนเพิ่มยอดขายอย่างถล่มทลาย ซึ่งแคมเปญใหม่นี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ถึง 26 กุมภาพันธ์ แม้จะเป็นช่วงเดือนเดียวแต่ก็กระตุ้นตลาดได้ดี และเป็นเพียงการทดลองเพื่อดูกระแสการตอบรับก่อนนั่นเอง

สำหรับแคมเปญแคชแบ็ก เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขก็จะได้รับคูปองแทนเงินตามจำนวนที่ระบุไว้ตามเงื่อนไข เช่น มูลค่า 5 บาท 10 บาท 15 บาท เป็นต้น และสามารถนำคูปองนั้นมาเป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าต่อไปได้ แต่ครั้งนี้ไม่มีการสะสมแลกสินค้าสมนาคุณ เพราะยุคนี้ผู้บริโภคต้องการสินค้าที่มีราคาต่ำที่สุดบนค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด

“การทำโปรโมชันแรงก็เพื่อรักษายอดขายและเพื่อให้ลูกค้ากลับเข้ามาซื้อซ้ำอีกครั้งนั่นเอง และสิ่งที่ลูกค้าทั่วไปชอบก็คือ การลดราคาสินค้าทันที” นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพี ออลล์ เคยกล่าวไว้

ดังนั้นแคชแบ็กจึงน่าจะสะท้อนต่อกลยุทธ์แนวคิดนี้ได้ชัดเจนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อารมณ์การจับจ่ายน้อยลง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ถดถอยลงด้วย ทั้งยังฉีกหนีคู่แข่งและย้ำความเป็นผู้นำตลาดได้ด้วย ขณะที่คู่แข่งอย่างแฟมิลี่มาร์ทในช่วงนี้ก็มีแคมเปญใหญ่การลุ้นเที่ยวญี่ปุ่น “ชอปลัดฟ้า พาทัวร์โยโกฮามา” เป็นปีที่ 2

อย่างไรก็ตาม นอกจากการออกแคชแบ็กแล้ว ก่อนหน้านี้เซเว่นฯ ก็ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาทในการออกแคมเปญโฆษณาชิ้นใหม่ที่ดึงเอา “เจมส์ จิ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพื่อตอกย้ำคอนเซ็ปต์การเป็นร้านอิ่มสะดวกของคนไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แคชแบ็กแบบนี้ผู้บริโภคมีความต้องการเพราะเห็นว่าได้รับประโยชน์ชัดเจนและทันทีเหมือนกับหลายค่ายค้าปลีกที่ทำกัน เช่น แคมเปญชิ้นที่สองราคา 1 บาทของค่าย “วัตสัน” ที่จัดเป็นประจำ ทำให้เพิ่มยอดขายได้อย่างมากเพราะลูกค้าไม่ต้องมารอลุ้นอะไรมากมาย ล่าสุดตอนนี้วัตสันก็มีการทำแคมเปญใหม่ด้วยการมีคูปองส่วนลดวางไว้หน้าร้านซึ่งลูกค้าสามารถหยิบนำเข้าไปใช้เป็นส่วนลดในร้านได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ว่าทำไมเซเว่นฯ เริ่มทำแคมเปญตั้งแต่ต้นปีเลยก็เพราะว่าปกติแล้วจะมีแคมเปญตลอดทั้งแคมเปญใหญ่ แคมเปญย่อย แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา ก็เพราะว่าปีนี้ยังมีปัจจัยลบหลายอย่างที่ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจไม่ดี รวมไปถึงสภาพปัญหาดินฟ้าอากาศที่ช่วงต้นปีอากาศในไทยหนาวมากชนิดที่บางพื้นที่ไม่เคยหนาวมากแบบนี้มาก่อน ส่งผลต่อการขายสินค้าบางอย่างเป็นไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะสินค้าความเย็นทั้งหลาย เช่น เครื่องดื่ม ไอศกรีม เป็นต้น การมาทำช่วงนี้ก็น่าจะช่วยผลักดันยอดขายสินค้ากลุ่มดังกล่าวได้ดีและยังกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้าด้วย

ปกติแล้วการทำแคมเปญโปรโมชันต่างๆ ก็เพิ่มยอดขายเฉลี่ย 10-20% เป็นอย่างต่ำ

หลังจากแคมเปญใหม่นี้เสร็จต้องจับตาดูต่อไปว่าเซเว่นฯ จะมีกลยุทธ์ใหม่เด็ดๆ ออกมา หรือจะยังคงสานต่อแคมเปญแสตมป์และแคชแบ็กนี้อีก

ล่าสุดเซเว่นฯ เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยประจำปี 2556 ว่า มีรายได้ 284,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.9% จากปีที่ผ่านมา จากการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ และจากการบันทึกรายได้ของธุรกิจแม็คโคร โดยมีกำไรสุทธิ 10,537 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานเฉพาะธุรกิจร้าน “เซเว่นอีเลฟเว่น” ในปี 2556 มีรายได้ทั้งสิ้น 217,495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% และมีผลกำไรสุทธิเท่ากับ 10,260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2556 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท กำหนดจ่ายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะเสนอให้ที่ประชุมถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย ย้ำว่า ธุรกิจของซีพี ออลล์ มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 บริษัทได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้น 607 สาขา สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 550 สาขา โดยมีร้านสาขาเพิ่มขึ้นจาก 6,822 สาขาในปี 2555 เป็น 7,429 สาขาในปี 2556 และตั้งเป้าหมายเป็น 10,000 สาขาในปี 2561 ยอดขายร้านเดิมต่อวันของร้าน 7-Eleven (Same Store Sales Growth) มีการเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน และยอดใช้จ่ายต่อบิลที่สูงขึ้น โดยในปี 2557 บริษัทมีแผนจะเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 2
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2014, 07:27:11 pm »

‘7-11’ ลุยช่องทางตลาดอินเทรนด์ ดันขายสินค้า SMEs ทะลุ 5,500 ล้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2557 11:31 น.




“7-11” ประกาศลุยเสริมทัพช่องทางตลาดใหม่ตอบเทรนด์คนยุคปัจจุบัน ผ่าน “เซเว่น แค็ตตาล็อก” และชอปปิ้งออนไลน์ หนุนยอดขายสินค้าเอสเอ็มอีปีนี้ทะลุ 5,500 ล้านบาท ยอมรับการเมืองกระทบยอดขายเฉลี่ยเติบโตชะลอตัว ยันยังไม่ลดเป้าขยายสาขา

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) กล่าวว่า บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนสินค้าที่มีคุณภาพและมีนวัตกรรมจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยเปิดโอกาสให้มีช่องทางขายที่กว้างยิ่งขึ้น รวมถึงทางบริษัทฯ ยังเข้าไปมีบทบาทช่วยพัฒนาสินค้าของเอสเอ็มอีไทยให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2556 ที่ผ่านมายอดขายสินค้าเอสเอ็มอีผ่านร้านสาขาของ 7-11 ที่ปัจจุบันมีจำนวน 7,550 สาขา และผ่านทาง “เซเว่น แค็ตตาล็อก” (7-Catalog) มีมูลค่ารวมกว่า 4,400 ล้านบาท โดยสินค้าที่ขายดีได้แก่ ประเภทอาหารแปรรูป สินค้าเพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง เป็นต้น

นายสุวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับปีนี้ (2557) บริษัทฯ ตั้งเป้าจะเพิ่มยอดขายสินค้าเอสเอ็มอี ให้เติบโต 25% หรือมีมูลค่ามากกว่า 5,500 ล้านบาท นอกจากจะเปิดโอกาสให้เข้าขายผ่านหน้าร้านสาขาของ 7-11 แล้ว ยังเน้นผ่านช่องทางตลาดใหม่ๆ ที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน ทั้งทางผ่าน “เซเว่น แค็ตตาล็อก” และเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดบริษัทใหม่ ในชื่อ บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช็อปปิ้ง จำกัด ต่อยอดขายสินค้าเอสเอ็มอีผ่านทางระบบออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง

รอง กก.ผจก.กล่าวเสริมว่า เนื่องจากสินค้าของเอสเอ็มอีมีความหลากหลายอย่างยิ่ง และปัจจุบันมีสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 405 ราย จำนวนสินค้ากว่า 6,848 รายการ จึงไม่สามารถเข้าวางขายในร้านสาขาได้ทั้งหมด รวมถึงบางประเภทมีขนาดใหญ่ และมีลักษณะเฉพาะไม่เหมาะจะวางในร้านสาขา ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงเน้นเปิดช่องทางตลาดใหม่ๆ ให้แก่เอสเอ็มอี ซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและนิยมใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย ทั้งทางผ่านเซเว่น แค็ตตาล็อก และชอปปิ้งออนไลน์ จะช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าเอสเอ็มอีเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

ทั้งนี้ ยอมรับว่าจากปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองไม่สงบที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทำให้ตั้งแต่ต้นปี 2557 ที่ผ่านมายอดขายภายในร้าน 7-11 เฉลี่ยเติบโตลดลง จากที่ช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีอัตรายอดขายเติบโตประมาณ 12% แต่ปีนี้อัตรายอดขายเติบโตในลักษณะชะลอตัว เหลือแค่โต 1-3% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังไม่มีแผนจะลดเป้าการขยายสาขาของ 7-11 ที่ตั้งไว้ว่าจะขยายปีละ 550-600 สาขาต่อเนื่องทุกปี
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 10:09:35 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
                   บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

                                     (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                                       
                                     ประจำปี
                                     ตรวจสอบ
       สิ้นสุดวันที่                            31 ธันวาคม
             ปี                             2556         2555
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ               10,536,989   11,048,735
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     1.17         1.23
     ต่อหุ้น (บาท)           


งบการเงินเฉพาะกิจการ                               
                                     ประจำปี
                                     ตรวจสอบ
       สิ้นสุดวันที่                            31 ธันวาคม
             ปี                             2556         2555
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ               10,259,609   10,014,578
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     1.14         1.11
     ต่อหุ้น (บาท)           
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 10:10:08 pm »

BLS.CPALL: เจ๋งสุดในกลุ่ม
วันที่เผยแพร่ : 27/02/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

ประเด็นการลงทุน

CPALL ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่มค้าปลีก ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและมีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง CPALL เป็นบริษัทที่ผลการดำเนินงานมีความยืดหยุ่นท่ามกลางภาวะดังกล่าวมากกว่าบริษัทค้าปลีกอื่นภายใต้การวิเคราะห์ของเรา นอกจากนี้เราเชื่อว่าผลการดำเนินงานได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 4/56 แม้ว่าภาวะการจับจ่ายใช้สอยจะยังคงอ่อนแอลงต่อเนื่อง แต่เราคาดว่า CPALL จะกลับมารายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งได้ในไตรมาส 2/57 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากแผนการขยายธุรกิจเชิงรุกและผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ MAKRO ทั้งนี้ PER ปี 2557 ที่ 25.9 เท่า ในปัจจุบันอาจดูแพงเกินไป แต่เราเชื่อว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลเมื่อเทียบจากอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยสะสมต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้าที่ 27% เราคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ที่ 46 บาท

ขยายธุรกิจเชิงรุกต่อเนื่องแม้สภาวะการบริโภคอ่อนแอ

CPALL เป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกไม่กี่รายภายใต้ที่เราให้คำแนะนำที่ยังคงแผนการขยายธุรกิจเชิงรุก (อีกหนึ่งรายคือ MAKRO ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPALL) โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทเปิดสาขาใหม่จำนวน 607 สาขา เพิ่มขึ้นจากสาขาใหม่ 546 สาขา ในปี 2555 จากนี้ไป CPALL มีแผนที่เปิดร้าน 7-Eleven เพิ่ม 600 สาขาต่อปี และตั้งเป้าหมายที่จะมี 10,000 สาขา ภายในสิ้นปี 2561 นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตอาหารและศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มทั่วประเทศเพื่อที่จะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าอาหารซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้ยอดขายและอัตรากำไรโตต่อเนื่อง

ผลประโยชน์จากการรวมกิจการจะปรากฏให้เห็นในเร็วๆนี้

ผู้บริหารกล่าวว่าผลประโยชน์ร่วมจากการควบรวมกิจการกับ MAKRO จะเริ่มปรากฏให้เห็นในผลประกอบการไตรมาส 1/57 แต่ในช่วงเริ่มแรกอาจเห็นผลไม่มากนัก แต่จะทยอยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปตลอดปีนี้ CPALL มองว่าผลประโยชน์ร่วมดังกล่าวจะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีขยายตัวเพิ่มเติมอีก 0.2% ซึ่งหมายความว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัวได้เพิ่มเติมได้มากกว่า 0.2% และจะยิ่งมากขึ้นไปอีกในปี 2558 ทั้งนี้เรายังไม่ได้รวมผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการดังกล่าวเข้ามาในโมเดลของเรา จากการคำนวณของเรา ทกๆ0.1% เพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น กำไรจะปรับเพิ่มขึ้นอีก 2.6% จากประมาณการของเราในปัจจุบัน

อัพเดทแผนรีไฟแนนซ์

CPALL วางแผนที่จะรีไฟแนนซ์เงินกู้ที่มีอยู่ 5.77 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วยหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท และเงินกู้จากธนาคารประมาณ 9 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะออกหุ้นกู้ในเดือน มี.ค. ในขณะที่วงเงินสินเชื่อระยะยาวกับธนาคารน่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนมิ.ย. ซึ่งเงินกู้ระยะยาวนี้ส่วนใหญ่อยู่ในสกุลเงินบาท อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วเฉลี่ยสำหรับการออกหุ้นกู้รอบนี้น่าจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วของการออกหุ้นกู้ครั้งที่แล้วจำนวน 5 หมื่นล้านบาทในเดือน ต.ค. 2556 อยู่ราว 0.1%-0.3% อันเป็นผลมาจากอัตราผลตอบแทนจากตลาดที่ต่ำลง (ดูรายละเอียดสำหรับหุ้นกู้ได้ในตารางที่ 1) ในส่วนของเงินกู้ธนาคาร เราตั้งสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 5.375% อ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ย MLR -1.5%

ในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะลดต้นทุนเงินกู้ลงต่อเนื่องด้วยการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวจากธนาคารด้วยหุ้นกู้สกุลเงินบาทซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า โดยหนี้เงินกู้สกุลเงินดอลลาร์จะถูกรีไฟแนนซ์เป็นลำดับแรก
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 46.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:34:30 am »

ไปรษณีย์ไทย เตรียมเปิดบริการส่งพัสดุไปรษณีย์ 24 ชั่วโมงที่ 7-eleven ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล 49 สาขา รองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ไปรษณีย์ไทย เตรียมเปิดบริการส่งพัสดุไปรษณีย์ 24 ชั่วโมงที่ 7-eleven ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล 49 สาขา รองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยได้วางแผนการพัฒนาและขยายธุรกิจต่างๆ โดยได้ร่วมมือกับ 7-eleven เปิดบริการ Easy Pak ซึ่งสามารถใช้บริการส่งพัสดุต่าง ๆ ได้ที่ 7-eleven ซึ่งทำได้เช่นเดียวกับศูนย์ไปรษณีย์ โดยเป็นการฝากส่งในอัตราเหมาจ่ายตามขนาดกล่องเริ่มต้นที่ราคา 109 บาท 139 บาทและ 199 บาท ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จะเริ่มเปิดบริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นี้ จำนวน 24 สาขาทั่วกรุงเทพและปริมณฑล และเพิ่มเติมอีก 25 สาขาในเดือนมีนาคม นี้ รวมทั้งบริการนำจ่ายสิ่งของในวันอาทิตย์ เพิ่มเส้นทางบริการส่งพัสดุ super speed ผ่านเครื่องบิน รองรับความต้องการและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการของประชาชน
นอกจากนี้ ยังพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่นและระบบออนไลน์สำหรับบริการต่าง ๆของไปรษณีย์เพื่อรองรับความนิยมใช้งานผ่านอุปกรณ์ไอทีของประชาชนมากขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ(E-commerce) ที่จะหันมาใช้บริการขนส่งสิ่งของผ่านบริการไปรษณีย์ ซึ่งมีแนวโน้มปริมาณการใช้บริการเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าบริการส่งสิ่งของจากตลาดอีคอมเมิร์ซของไปรษณีย์ปีนี้จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 70 ที่ขยายตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ขณะที่ด้านบุคลากรของไปรษณีย์จะเน้นการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมธุรกิจให้สามารถแข่งขันในตลาดขนส่งได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะสามารถรองรับบริการและความต้องการของประชาชนได้ตรงจุด และพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในการเปิดประชาคมอาเซียน

http://thainews.prd.go.th/centerweb/news/NewsDetail?NT01_NewsID=WNICT5702210020002
บันทึกการเข้า