เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 29202 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:36:36 am »

CPALL ลุยปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่

CPALL ปรับโครงสร้างหนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2014, 09:40:02 am โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:37:07 am »

'ซีพีออลล์' ลุยปรับโครงสร้างหนี้ 1.3 แสนลบ.ปีนี้

'ซีพีออลล์' ลุยปรับโครงสร้างหนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 06, 2014, 09:40:35 am โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 06:47:38 pm »

เปิดศึกเขย่าบัลลังก์ "เคาน์เตอร์เซอร์วิส"

updated: 11 มี.ค. 2557 เวลา 09:45:04 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

การแข่งขันของค้าปลีกต่างมุ่งสู่การเป็นช่องทางการขายแบบวันสต็อปเซอร์วิส พรั่งพร้อมทั้งเรื่องการช็อปปิ้งและบริการเสริมรวมไว้ในจุดเดียวกัน ซึ่งรวมถึง "บริการรับชำระ" หรือธุรกิจบิลเพย์เมนต์ ถือเป็นอีกแม็กเนตที่มีความสำคัญในการดึงทราฟฟิกเข้าร้าน และพฤติกรรมของผู้ใช้บริการชำระบิล เมื่อทำรายการเสร็จก็มักจะซื้อสินค้าอื่นๆ ในร้านด้วย

โดยเฉพาะช่วงนี้จะเห็นว่าแต่ละค่ายงัดแคมเปญออกมาประชันกันอย่างร้อนแรง

ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปก็คือ แคมเปญจ่ายบิล "ฟรีค่าธรรมเนียม" ของแฟมิลี่มาร์ทจากปกติคิดค่าบริการค่าสาธารณูปโภคอยู่ที่ 10 บาท และระหว่างค่าบัตรเครดิตระหว่าง 15-17 บาท เปิดเกมยาวเกือบ 2 เดือนจะสิ้นสุดวันที่ 24 เมษายนนี้ ซึ่งแฟมิลี่มาร์ทถือเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งกระโดดเข้ามาให้บริการรับชำระบิลเมื่อกลางปีที่แล้ว

อีกค่ายที่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ก็คือ "เทสโก้ โลตัส" เพิ่งเปิดตัวพันธมิตรการไฟฟ้านครหลวง เปิดตัวบริการชำระค่าไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟนแอปพลิเคชั่น โดยลูกค้าดาวน์โหลดแอป MEA Smart Life และใช้วิธีสแกนคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดทางหน้าจอโทรศัพท์แทนใช้ใบแจ้งค่าไฟฟ้า ให้ความสะดวกยิ่งขึ้น

และก่อนหน้านี้ก็จัดแคมเปญจ่ายบิลรับทันทีคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 50 บาท เฉพาะวันที่ 28 กุมภาพันธ์วันเดียวเท่านั้น

"จุฑารัตน์ วงศ์สุวรรณ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แคมเปญดังกล่าวเป็นกลยุทธ์ที่ต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้าเข้าร้าน และต่อยอดการรับรู้แบรนด์ หลังจากเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว มีการรับรู้ระดับหนึ่ง แคมเปญนี้ก็จะขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ให้ได้รับรู้ว่าสามารถจ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟได้ที่แฟมิลี่มาร์ท เป็นแคมเปญช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค และอำนวยความสะดวก ด้วยทำเลสาขาใกล้บ้านซึ่งปัจจุบันแฟมิลี่มาร์ทมีจำนวนสาขา 1,070 สาขา โดยสาขาให้บริการรับชำระมีจำนวน 900 สาขา ถือว่าค่อนข้างมีความพร้อมในแง่ของจำนวนสาขาให้บริการ โดยตั้งแต่เปิดให้บริการเกือบปี มียอดชำระเฉลี่ย 1.8-1.9 หมื่นบิลต่อเดือน แต่ช่วงที่มีการจัดแคมเปญเพิ่มขึ้นมาเป็น 20,000 บิล

สำหรับแคมเปญนี้มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มเป็น 1 แสนบิลต่อเดือนได้อย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์พบว่ามียอดบิลเพิ่มขึ้น 2 เท่า หรือจากวันละ 300-400 บิล เป็น 2,000 บิล

"เพิ่มทราฟฟิกเพิ่มยอดซื้อต่อบิล เพราะคนที่เข้ามาจ่ายบิลก็จะซื้ออย่างอื่นด้วย ทั้งน้ำ ขนม อาหาร เริ่มเห็นว่าทราฟฟิกเยอะขึ้น เฉลี่ย 800 คนต่อวัน คาดว่าตลอด 2 เดือนนี้จะมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 10%"

"สลิลลา สีหพันธุ์" รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าก็มีความต้องการชำระบิลด้วย จึงเป็นตัวดึงดูดลูกค้า ยอดธุรกรรม 5 ล้านบิลต่อสัปดาห์ จุดเด่นและปัจจัยหลักมาจากค่าบริการถูก จากปกติ 10 บาท ล่าสุดได้ตรึงราคาไว้ที่ 7 บาทตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ช่องว่างราคาต่างจากคู่แข่งเท่าตัว รวมถึงมีการจัดโปรโมชั่นตลอด บางครั้งอยู่ที่ 5 บาท และฟรีค่าธรรมเนียม อีกทั้งในแง่สาขา 1,700 แห่ง ตอบโจทย์ความสะดวก ซึ่งการตัดสินใจของลูกค้าหลัก ๆ มาจากราคา และทำเลที่สะดวก นอกจากนี้ เทสโก้มีการเพิ่มบริการใหม่ๆ ขณะนี้มี 200 กว่ารายการ และเทคโนโลยีที่พัฒนาระบบให้รองรับการบริการได้ดีขึ้น

อาทิ ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ดึงดูดความสนใจให้เข้ามาจ่ายบิลที่เทสโก้ฯ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นำไปสู่การเพิ่มยอดบิล

"การแข่งขันแรง ทุกคนมีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีบริการใหม่ ๆ เปิดตัวออกมา แต่เชื่อว่าจุดเด่นอยู่ในตำแหน่งที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก"

ขณะที่เจ้าตลาดอย่าง "เคาน์เตอร์เซอร์วิส" มีผู้ใช้บริการรับชำระบิลกว่า 10 ล้านรายการ/เดือน จุดให้บริการในเซเว่นฯ มีกว่า 7,500 สาขา และนอกเซเว่นฯมีประมาณ 2,000 สาขา ยังคงเดินหน้าผนึกพันธมิตร เพิ่มบริการใหม่ๆ รวมถึงแคมเปญกระตุ้นตลาด ล่าสุดจัดแคมเปญลุ้นล้าน ทุกบิล อิออน เพียงชำระบิล หรือเบิกถอนเงินอิออนที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส

แม้ว่าเคาน์เตอร์เซอร์วิส จะครองส่วนแบ่งทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น แต่จากการอัดโปรโมชั่นจัดเต็มของทุกค่ายอย่างต่อเนื่องและทวีความเข้มข้นขึ้นตลอดเวลา ย่อมสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเจ้าตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มีนาคม 18, 2014, 02:25:14 pm »

CPALL กำหนดดอกเบี้ยหุ้นกู้อายุ 3-10 ปี ที่ 3.70-5.14% เตรียมขาย 24-26 มี.ค.นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มี.ค. 57 10:57 น.

   บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ระบุในไฟลิ่งที่ยื่นต่อ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ว่าได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ มูลค่ารวมไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70%, หุ้นกู้อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.30%, หุ้นกู้อายุ 7 ปี ดอกเบี้ย 4.85% และหุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.14%    ทั้งนี้หุ้นกู้แต่ละช่วงอายุ จะมี 2 ชุด ชุดหนึ่งจะเสนอขายให้ผู้ลงทุนทั่วไป และ อีกชุดหนึ่งเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รวมเป็นหุ้นกู้ที่ เสนอขายทั้งหมด 8 ชุด โดยจะเสนอขายระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค.นี้    ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ชุดที่เสนอขาย แก่ผู้ลงทุนทั่วไป ประกอบด้วย ธ.กรุงเทพ, ธ.กรุงไทย, ธ.กรุงศรีอยุธยา, ธ.ไทยพาณิชย์, ธ.ธนชาต, ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) และ บล.ภัทร โดยมี บล.โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ในส่วนดังกล่าว    ขณะที่ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ในชุดที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ จะเป็นรายเดียวกับที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป แต่มีการเพิ่ม ธ.เอชเอสบีซี สาขากรุงเทพ เข้ามาด้วย ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ ไว้ที่ ระดับ A+    โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายครั้งนี้ จะใช้หุ้นของ บมจ.สยามแม็คโคร ซึ่งถือโดย CPALL เป็นหลักประกัน    ล่าสุดเวลาประมาณ 10.56 น. ราคาหุ้น CPALL อยู่ที่ 43 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท


เรียบเรียง โดย ดาริน ปริญญากุล อีเมล์. darin@efinancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มีนาคม 25, 2014, 12:00:25 pm »

เคาน์เตอร์เซอร์วิสลุยผนึกพันธมิตร ทุ่ม200ล.อัพเกรดระบบ-โหมโปรโมชั่นย้ำแชมป์

updated: 18 มี.ค. 2557 เวลา 18:00:32 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เคาน์เตอร์ เซอร์วิสทุ่มกว่า 200 ล้านอัพเกรดระบบไอที เพิ่มศักยภาพการให้บริการรวดเร็ว แม่นยำ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน รองรับลูกค้าขยายตัว พร้อมลุยจับมือพันธมิตรต่อยอดฐานลูกค้า อัดแคมเปญคูปองส่วนลดเป็นครั้งแรกควบคู่ชิงโชค รับมือตลาดบิลเพย์เมนต์แข่งดุ เร่งเพิ่มจุดบริการอีก 850 จุด

นายวีรเดช อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ธุรกิจบริการรับชำระมีการแข่งขันสูง แต่ก็มีโอกาสเติบโตและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อีกมาก ตามการขยายตัวของครัวเรือนและโครงการคอนโดฯที่พัก ขณะที่ตลาดต่างจังหวัดพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใช้บริการชำระบิลผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสมากขึ้น

จุดแข็งของเคาน์เตอร์เซอร์วิสคือ เรื่องบริการ และจุดให้บริการรับชำระ โดยเฉพาะภายในร้านเซเว่นฯที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ แนวทางการขยายธุรกิจและบริการในปี 2557 บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ คิดเป็นงบฯลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้มีความรวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ และรองรับปริมาณลูกค้าที่มากขึ้น โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้

นอกจากนี้ยังเน้นเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อต่อยอดบริการและขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ โดยบริษัทมีการเปิดตัวบริการใหม่ปีละ 150 รายการ ปัจจุบันมีจำนวนเกือบ 1,000 รายการ ครอบคลุมทั้งการชำระค่าสาธารณูปโภค การศึกษา การเงิน ฯลฯ

ล่าสุด ได้ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ผู้ถือบัตรเดบิตหรือบัตรเอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย สามารถโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มกสิกรไทย โดยผู้รับสามารถไปติดต่อรับเงินสดได้ที่เซเว่นฯ เป็นการต่อยอดบริการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ หลังจากปีที่แล้วร่วมกับอิออนและเมืองไทยประกันชีวิต นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับแอมเวย์ ให้นักธุรกิจสามารถชำระค่าสินค้าได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส

นายวีรเดชกล่าวว่า บริษัทยังผนึกกับกลุ่มสายการบิน ก่อนหน้านี้เป็นลักษณะความร่วมมือให้บริการรับชำระ แต่จากนี้จะขยายไปสู่การจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน ล่าสุดวันที่ 17 มีนาคม ร่วมกับไทย แอร์เอเชีย จำหน่ายตั๋วเครื่องบินทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันเคาน์เตอร์เซอร์วิสมีจุดให้บริการ 9,200 แห่ง แบ่งเป็นเซเว่นฯ 7,800 จุด ที่เหลือเป็นจุดให้บริการนอกเซเว่นฯ ปีนี้มีแผนขยายจุดให้บริการรับชำระอีก 850 จุด แบ่งเป็นในร้านเซเว่นฯ 600 จุด นอกร้านเซเว่นฯอีก 250 จุด

สำหรับแผนการตลาดในไตรมาส 2 ยังมีแคมเปญตลาดต่าง ๆ ออกมาอีกหลายรายการ อาทิ ลุ้นล้าน ทุกบิล อิออน เพียงชำระบิล หรือเบิกถอนเงินอิออน ยัวร์แคช ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ลุ้นรับทองคำรวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท สิ้นสุด 2 เมษายนนี้ หรือไตรมาส 4 ปีที่แล้วก็ได้ปรับรูปแบบการตลาดหันมาแจกคูปองส่วนลดเป็นครั้งแรก จากเดิมที่เน้นแคมเปญลุ้นโชคเป็นหลัก โดยร่วมกับการไฟฟ้านครหลวงและภูมิภาค แจกคูปองฟรีค่าบริการชำระค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเข้ามาทดลองใช้บริการ

"ราคาเป็นเพียงส่วนย่อย แต่ปัจจัยสำคัญมากกว่าคือเรื่องบริการและการส่งมอบของพนักงาน เราเป็นส่วนหนึ่งของค้าปลีกและเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจรับชำระให้บริการมาเป็นปีที่ 21 การแข่งขันมีมาตลอด มีรายใหม่เข้ามาและออกไป กลยุทธ์การตลาดของแต่ละค่ายถือเป็นสีสัน แต่สุดท้ายอยู่ที่ลูกค้าและกลยุทธ์การตลาด"

ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการชำระบิลมากกว่า 10 ล้านรายการต่อเดือน สิ้นปี 2556 โต 20% ขณะที่ปี 2557 คาดว่าจะเติบโต 15-20% โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้ใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากการเดินทางที่ไม่สะดวกจึงหันมาใช้บริการใกล้บ้าน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มีนาคม 28, 2014, 07:31:39 pm »

CPALL ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งที่ 2 จำนวน 40,000 ล้านบาท

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 มี.ค. 57 15:56 น.

  นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)หรือ CPALLเปิดเผยว่า จากการที่บริษัทออกจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งใหม่ (ครั้งที่ 2) มูลค่า 40,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 24-26 มีนาคมที่ผ่านมา และยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมากเช่นเดิม ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จในการจำหน่ายเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอขอบคุณทุกท่านที่เชื่อมั่นในผลประกอบการของบริษัทด้วยดีเสมอมา   สำหรับกลุ่มสถาบันการเงินผู้จัดจำหน่าย หุ้นกู้ของ บมจ.ซีพี ออลล์ ครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)หรือ BBL ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)หรือ KTB ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)หรือ BAY ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)หรือ TBANK บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)หรือ CNS    โดย หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ที่จำหน่ายครั้งที่สองนี้ มีมูลค่าจำนวน 40,000 ล้านบาทประกอบด้วยหุ้นกู้ชุดอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70%, ชุดอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย4.30% ,ชุดอายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.85% และชุดอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.14% โดยกำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปทดแทนเงินกู้ยืม    “ก่อนหน้านี้บริษัทได้เคยจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งแรก จำนวน 50,000 ล้านบาทเมื่อเดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่าสามารถจำหน่ายหมดในเวลาอันรวดเร็ว การจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งใหม่ของบริษัทคราวนี้ ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งประเภทสถาบันและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดีเช่นเคย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อซีพี ออลล์ ในฐานะบริษัทค้าปลีกอันดับหนึ่งของเมืองไทย ผู้ประกอบการร้านอิ่มสะดวก 7-Eleven และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท สยาม แม็คโคร จำกัด (มหาชน) ศูนย์จำหน่ายสินค้าระบบสมาชิกแบบชำระเงินสดและบริการตนเอง "นายเกรียงชัย กล่าว


เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: เมษายน 10, 2014, 01:29:35 pm »

CPALL OPPDAY Q4 2556

CPALL OPPDAY 2556
 
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: เมษายน 24, 2014, 07:31:42 pm »

Update / CPALL คงเป้ารายได้ปีนี้ โต 10-15% ยันการเมืองไม่กระทบ เผยมีแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MAKRO เหลือ 51% ในอีก2 ปี - ผถห.ไฟเขียวเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ อีกไม่เกิน 9 หมื่นลบ.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 57 16:57 น.

CPALL คงเป้ารายได้ปีนี้ โต 10-15% ยันปัญหาการเมืองไม่กระทบธุรกิจ พร้อมเผยมีแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นใน MAKRO จากปัจจุบันที่ 97.88% เหลือ 51% ในอีก2 ปี ขณะที่ ผถห.วันนี้ไฟเขียวจ่ายปันผลปี 56 หุ้นละ 0.90 บาท วันที่ 20 พ.ค.นี้ - เพิ่มวงเงินหุ้นกู้ อีกไม่เกิน 9 หมื่นลบ. ใช้ชำระหนี้เงินกู้-เป็นทุนหมุนเวียน นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจด้านการขนส่งสินค้า เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 จนถึงปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ส่วนใหญ่ก็จะยังเปิดให้บริการอยู่ ด้านนายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL กล่าวว่า บริษัทฯ คงเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 10-15% จากปีก่อน โดยบริษัทฯ จะพยายามเร่งผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ "เรายังคงเป้าหมายการเติบโตรายได้ไว้ที่ 10-15% ถึงแม้ว่าการเมืองจะมีผลต่อการใช้จ่ายของประชาชน แต่บริษัทฯ พยายามที่จะผลักดันการขายสินค้าให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง"นายเกรียงชัย กล่าว ขณะที่นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)หรือ CPALL เปิดเผยว่า ตามนโยบายบริษัทฯมีแผนที่จะสัดส่วนการถือหุ้น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO จากปัจจุบันอยู่ที่ 97.88% เหลือเพียง 51% ในอีก 2 ปี ทั้งนี้ คาดว่า MAKRO จะสามารถสร้างมูลค่าหลังจากที่มั่นใจว่าผลการดำเนินงานในธุรกิจเติบโต ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่าจะขายโดยไม่ให้ขาดทุน "ตามนโยบายมีแผนว่าจะลดสัดส่วนการถือหุ้นของ MAKRO เหลือ 51% ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาติดต่อขอซื้อ แต่บริษัทฯ ยังไม่ได้ทำการใดๆ โดยขณะนี้จะพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ MAKRO เพราะบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าว่าจะขายหุ้นของบริษัทดังกล่าวไม่ให้ขาดทุน"นายอำรุง กล่าว สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)หรือ CPALL วันนี้ ที่ประชุม มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดกำไรจากปี 2556 ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 0.90 บาท/หุ้น โดยบริษัทฯ จะกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค. 2557 และอนุมัติเพิ่มวงเงินหุ้นกู้อีกไม่เกิน 90,000 ล้านบาท เพื่อใช้ชำระหนี้เงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีความเห็นว่า ควรจะต้องเพิ่มวงเงินสำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้จากแหล่งเงินทุนในประเทศและต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มอีกไม่เกิน 90,000 ล้านบาท จากเดิมที่ได้ขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นกรอบการออกหุ้นกู้ไปแล้วไม่เกิน 90,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้กรอบการออกหุ้นกู้มีวงเงินทั้งหมดจำนวนไม่เกิน 180,000 ล้านบาท ซึ่ง บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นกู้ไปแล้วจำนวน 50,000 ล้านบาท



รายงาน โดย สันติภาพ เกตุสร้อย
เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: เมษายน 26, 2014, 07:36:23 am »

เคาน์เตอร์เซอร์วิส “ธุรกิจเก็บเศษเงิน” มูลค่ามหาศาล

Submitted by Supattha Sukchoo on Fri, 04/25/2014 - 12:23


อย่าแปลกใจ ถ้าขณะจ่ายเงินค่าสินค้าในร้าน 7-11 แล้วได้ยินพนักงานขายถามว่า “รับขนมจีบ ซาลาเปา กรมธรรม์ หรือตั๋วเครื่องบิน เพิ่มไหมคะ” เพราะทั้งหมดนี้ล้วนมีจำหน่ายแล้วภายในร้าน 7-11 ที่มีสัญลักษณ์ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ทุกร้านทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ร้าน 7-11 เปิดจำหน่ายบัตรโดยสารเครื่องบินเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นความร่วมมือกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในการจำหน่ายตั๋วเครื่องบินทั้งเส้นทางในประเทศและระหว่างประเทศอย่างครบวงจรที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส จากเดิมที่ทำหน้าที่รับชำระเงินค่าตั๋วที่จองผ่าน Call Center หรือเว็บไซต์มาแล้วเท่านั้น สำหรับบริการใหม่ ผู้โดยสารสามารถเลือกเส้นทาง วันเดินทาง ที่นั่ง รวมทั้งบริการเสริม จากนั้นก็ชำระเงิน และรับตั๋ว (e-ticket) ได้ทันที

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เคาน์เตอร์เซอร์วิสขายตัวไทยแอร์เอเชียไปแล้วกว่า 1 หมื่นฉบับ โดยปัจจุบัน บริษัทยังให้บริการจำหน่ายตั๋วครบวงจรให้กับสายการบิน “นกแอร์” แล้วด้วย

ไม่เพียงขายตั๋วเครื่องบิน เมื่อปีแล้วเคาน์เตอร์เซอร์วิสยังได้รับใบอนุญาตในการเป็นตัวแทนขาย “ไมโครอินชัวรันส์” หรือกรมธรรม์สำหรับรายย่อย แบบที่เข้าใจง่ายและราคาไม่แพง ให้กับ 6 พันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต เมืองไทยประกันภัย อลิอันซ์ ซี.พี. ไทยวิวัฒน์ กรุงเทพประกันภัย และเอไอเอ รวมถึงเป็นตัวแทนขายและรับชำระเบี้ย “ประกันภัย 200” เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) ก่อตั้งขึ้นในปี 2537 เพื่อเป็นธุรกิจให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการ ตลอดจนบริการจำหน่ายบัตรผ่านเข้าชมการแสดงต่างๆ อีกทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนให้ร้าน 7-11 กลายเป็น “One Stop Service Shop” โดยบริษัทเกิดขึ้นหลังจากร้าน 7-11 เปิดดำเนินการเพียง 6 ปี และบริษัทได้ถูกรวมเข้าสู่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและจัดจำหน่ายของเครือ CP ในปี 2539

ช่วงเริ่มต้น เคาน์เตอร์เซอร์วิสถือเป็นธุรกิจใหม่สำหรับคนไทย บวกกับจำนวนสาขายังมีน้อย ผู้บริโภคจึงยังไม่ให้การยอมรับ โดยส่วนใหญ่นิยมชำระค่าสาธารณูปโภคและค่าบริการต่างๆ ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารเป็นหลัก

“ช่วงแรกผู้บริโภคยังไม่มั่นใจว่าจะเชื่อได้จริงหรือ สู้ไปชำระเองแล้วได้ใบเสร็จมา เขารู้สึกว่ามั่นใจกว่า ขณะที่องค์กรต่างๆ ที่เราไปคุย หลายรายยินดีต้อนรับแต่ไม่มีใครยินดีให้เรารับชำระให้ เพราะยังไม่เข้าใจว่าธุรกิจของเราคืออะไร กว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องบอกว่าที่รอดมาได้เพราะมีผู้ปกครองชื่อ CP ALL”

วีรเดช อัครผลพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เล่าว่า ราวปี 2539-2540 เคาน์เตอร์เซอร์วิสได้พันธมิตรสำคัญรายแรกอย่างการประปาฯ ที่ยอมให้บริษัทเป็นตัวแทนรับชำระค่าน้ำ จึงเริ่มมีผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการ จากนั้นก็ได้การไฟฟ้าฯ และองค์การโทรศัพท์ฯ เข้ามาร่วมตามลำดับ จึงกลายเป็นที่มาของลำดับ “น้ำ-ไฟ-โทรศัพท์” เวลาที่เอ่ยถึงค่าสาธารณูปโภค ด้วยบริการชำระค่าสาธารณูปโภคเป็นหลัก บวกกับจำนวนเพียงไม่กี่ร้อยสาขา ส่งผลให้ในช่วงแรก บริษัทมียอดรับชำระเฉลี่ยเพียงเดือนละ 3,600บิล/เดือน

จุดเปลี่ยนสำคัญในธุรกิจนี้เกิดขึ้นในปี 2552 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้มอบใบอนุญาตเป็นตัวแทนรับชำระตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเคาน์เตอร์เซอร์วิสถือเป็นผู้ให้บริการที่มิใช่สถาบันการเงินรายแรกที่ได้รับใบอนุญาต ขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดกว้างให้ “ผู้เล่น” รายอื่นเข้าสู่ตลาดด้วยเช่นกัน

เนื่องจากการเป็นตัวแทนที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีสิทธิออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี แทนองค์กรที่มอบหมายให้เคาน์เตอร์เซอร์วิสรับชำระแทน มีผลให้ผู้ใช้บริการที่ถือใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงินที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสออกให้ ได้รับความคุ้มครองเสมือนได้รับใบเสร็จจากองค์กรนั้น จึงทำให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจในการชำระเงินกับเคาน์เตอร์เซอร์วิสมากขึ้น

ปัจจุบัน ด้วยเครือข่ายสาขาถึง 9,300 แห่ง อยู่ในร้าน 7-11 กว่า 7,600 สาขา อีกเกือบ 2 พันสาขาอยู่ในห้างและร้านค้าชุมชน บวกกับบริการที่มีถึงกว่าพันรายการ ทำให้ยอดรับชำระเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 10 ล้านบิล/เดือน โดยค่าธรรมเนียมการรับชำระบิลอยู่ที่ 10-15 บาทต่อรายการ

บริการการรับชำระ (Bill Payment) ประกอบด้วย ค่าสาธารณูปโภคทั้งหลาย, ค่าบัตรเครดิตและสินเชื่อของธนาคาร, ชำระสินค้าเงินผ่อน, ค่าประกัน, ค่าเทอม, ค่าปรับจราจร, บริการต่อภาษีรถยนต์, ค่าสมัครทดสอบO-NET GAT PAT ฯลฯ, ค่าสินค้าและบริการที่ซื้อผ่านระบบออนไลน์, ค่าสินค้าธุรกิจขายตรง, รับชำระค่าตั๋วโดยสาร และตั๋วชมภาพยนตร์ หรือการแสดงต่างๆ ฯลฯ

รวมถึงบริการเติมเงินในบัตร Easy Pas, ระบบ Pay TV ฯลฯ หรือบริการ “เติมบุญ” ด้วยการเลือกทำบุญกับวัดที่ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร มูลนิธิ และองค์กรเพื่อการกุศล ต่างๆ หรือทำบุญแพคเกจ 9 วัดในแคมเปญ “สะดวกบุญ” โดยเคาน์เตอร์เซอร์วิสจะเป็น “ตัวกลาง” รับและส่งมอบเงินบริจาคให้กับองค์กรเหล่านั้น

“ตลอด 20 ปีในการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน เราไม่เคยหยุดยั้งที่จะนำเสนอ “นวัตกรรม” การให้บริการแก่ลูกค้า โดยนับจากนี้ เราจะไม่เพียงให้บริการทางการเงินแบบ “สะดวกจ่าย” แต่เราจะก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน “สบายรับ” อีกด้วย”

คำกล่าวของวีรเดชแสดงถึง “จุดเปลี่ยนสำคัญ” อีกครั้งของเคาน์เตอร์เซอร์วิส นั่นคือการเป็นพันธมิตรกับผู้นำในธุรกิจธนาคารอย่างกสิกรไทย เปิดตัวบริการ “รับโอนเงินผ่านเอทีเอ็มรับเงินสดที่ร้าน 7-11” หรือ “K-ATM to 7-Eleven” โดยผู้รับเงินไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝาก เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้โอนเงินต้องเป็นผู้ถือบัตรเดบิตหรือ ATM ของกสิกรไทย โดยทำรายการโอนเงินผ่านตู้ ATM กสิกรไทยที่มีกว่า 7,800 เครื่อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โอนได้สูงสุด 5,000 บาท/รายการ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ค่าธรรมเนียมรายการละ 30 บาท จากนั้นนำรหัสที่ได้จากตู้ ATM บอกหรือส่งต่อให้ผู้รับทาง SMS ผู้รับสามารถรับเงินสดได้ทันที เพียงแค่นำบัตรประชาชนและแจ้งรหัสที่ร้าน 7-11 ที่มีเคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขา

ว่ากันว่า ตลาดธุรกรรมการโอนเงินโดยกลุ่มลูกค้าบุคคลผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ถือเป็นตลาดใหญ่ มีการขยายตัวต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 15% โดยมูลค่าตลาดในปี 2556น่าจะสูงถึงราว 1,500 ล้านล้านบาท

นี่จึงถือเป็น “ก้าว” สำคัญในการขยายสู่ฐานรายได้แหล่งใหม่ของเคาน์เตอร์เซอร์วิส นักวิเคราะห์ประเมินว่า บริษัทน่าจะได้รับค่าธรรมเนียมจากการรับโอนเงินแทนเป็นจำนวนมาก และยังมีโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกรรมทำนองเดียวกันหากขยายบริการไปยังธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น

แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมในอุตสาหกรรมรับชำระบิลจะอยู่ที่หลัก “ไมกี่สิบบาท” ต่อรายการ แต่เมื่อดูจากจำนวนบิลต่อเดือนในท้องตลาด ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบิล/เดือน ขณะที่ “ผู้เล่น” บางรายเชื่อว่าอาจสูงถึง 50 ล้านบิล/เดือน ยิ่งบวกกับอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% ต่อปี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดรับชำระเงินดูเย้ายวน จนคู่แข่งค้าปลีกอย่าง “เทสโก้ โลตัส” “บิ๊กซี” รวมถึง “ไปรษณีย์ไทย” ต้องเข้ามาปันส่วนแบ่ง โดย “แฟมิลี่มาร์ท” เป็นผู้เล่นรายล่าสุด โดยร่วมกับไทยพาณิชย์ เปิดบริการรับชำระบิลเมื่อกลางปีที่แล้ว ขณะที่อดีตช่องทางหลักอย่างกลุ่มธนาคาร ต่างก็งัดกลยุทธ์ทั้งราคาและโปรโมชั่นมาสู้อย่างหนักเช่นกัน

ไม่เพียง “คู่แข่ง” รูปแบบเคาน์เตอร์ หรือ “ออฟไลน์” ในตลาดยังมี “ผู้เล่น” ที่เป็นช่องทางใหม่คือ “Online Payment” และ “Mobile Payment” อาทิ easybill, True Money Wallet หรือ Bank on Mobile ค่อยๆ เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เริ่มยอมรับเทคโนโลยีทางการเงินเหล่านี้มากขึ้น

วีรเดชเชื่อมั่นว่า ด้วยเครือข่ายสาขาที่มากกว่าคู่แข่ง นวัตกรรมบริการที่หลากหลายกว่า บวกกับการมี “แบ็กอัพชั้นดี” อย่างเครือ CP ถือเป็นข้อได้เปรียบที่แข็งแกร่งที่ทำให้เคาน์เตอร์เซอร์วิสเป็น “ผู้นำตลาด” มาตลอดและน่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป

สำหรับเป้าหมายปีนี้ วีรเดชกล่าวว่า น่าจะเติบโต 15-20% ส่วนรายได้น่าจะแตะระดับ 2 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยปีนี้จะขยายสาขาอีก 850 สาขา ซึ่งจะทำให้เครือข่ายเคาน์เตอร์เซอร์วิสทะลุหลักหมื่นในปีนี้

“รายได้หลักพันล้านอาจดูเยอะ แต่กำไรในธุรกิจนี้ “บางเฉียบ” เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนสูงทั้งเรื่องไอทีและบุคลากร แต่ก็จำเป็น ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาความเป็นผู้นำ และที่มากกว่ากำไร คือการเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน 7-11 ซึ่งเป็นรายได้หลักของเครือ ผลพลอยได้คือ “พันธมิตร” และ “โอกาส” ทางธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทแม่”

อรรถาธิบายทิ้งท้ายของวีรเดช สะท้อนภาพธุรกิจเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่หลายคนเรียกว่าเป็นธุรกิจแห่ง “การเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน” ได้เป็นอย่างดี

- See more at: Manager
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2014, 12:15:39 pm »

CPALL คาดยอดขายปีนี้โต 10% หลังเตรียมขยายสาขาเพิ่มอีก 600 แห่ง- ลดต้นทุนการใช้จ่าย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 57 12:04 น.

  นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า คาดว่ายอดขายปีนี้จะโต 10% หลังจากที่บริษัทฯได้เตรียมขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 600 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่แล้วจำนวน 7,700 สาขา ประกอบกับบริษัทฯเตรียมลดต้นทุนการใช้จ่ายในด้านต่างๆ สำหรับยอดขายในไตรมาส 1 ยืนยันว่าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้   " คาดว่ายอดขายปีนี้จะโต 10% โดยปกติแล้วยอดขายเฉลี่ยแต่ละปีจะโต 12% แต่ในปีนี้พยายามจะทำให้ได้ 10% ตามที่วางไว้ โดยเป็นผลมาจากขยายสาขาให้เพิ่มขึ้นและการลดต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆที่ไม่จำเป็นออกไป ส่วนไตรมาส 1 ยืนยันว่ายอดขายยังคงเป็นไปตามเป้าที่วางไว้" นายปิยะวัฒน์ กล่าว

CPALL ชี้ หากปัญหาการเมืองลากยาวถึงสิ้นปี ฉุดธุรกิจค้าปลีกปีนี้ มีโอกาสโตเพียง 1-2% จากเดิมคาดโต 5%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -30 เม.ย. 57 12:07 น.

  นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อไปถึงสิ้นปีอาจมีผลกระทบทำให้ธุรกิจค้าปลีกในประเทศเติบโตได้เพียง 1-2% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 5% ซึ่งหากปัญหาการเมืองยังคงยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่ออำนาจการซื้อของผู้บริโภคให้ชะลอตัวลง และคาดว่าการเติบโตในไตรมาสที่ 3 และ 4 จะเติบโตได้ 5-7% นั้น จะเป็นไปไม่ได้เลย    " ถ้าการเมืองลากยาวไปจนถึงสิ้นปีจะมีผลทำให้อำนาจการซื้อถดถอยลง โดยธุรกิจค้าปลีกอาจจะโตได้เพียง 1-2% จากเดิมที่คาดว่าทั้งปีจะโตได้ 5% และจะมีผลทำให้ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ธุรกิจค้าปลีกจะเติบโต 5-7% นั้นจะไม่มีทิศทางที่เป็นไปได้เลย" นายปิยะวัฒน์ กล่าว


รายงาน โดย สันติภาพ เกตุสร้อย
เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2014, 07:43:35 pm »

BLS.CPALL:กำไรไตรมาส 1/57 ชะลอตัว แต่จะดีขึ้นมากในไตรมาสต่อไป
วันที่เผยแพร่ : 08/05/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     กำไรต่ำกว่าประมาณการของเรา9%
CPALL รายงานกำไรไตรมาส 1/57 ที่ 2.7 พันล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่สูงขึ้น 34% QoQ หากไม่นับรวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 177 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท ลดลง 21% YoY แต่สูงขึ้น 17% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเรา 9% และต่ำกว่าประมาณการของตลาด 4% เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมต่ำกว่าคาดในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริการสูงกว่าคาด

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้นขึ้น71% YoY เป็น 86 พันล้านบาท จากการรวมงบการเงินกับ MAKROถ้าหากไม่นับรวม MAKROและการเปลี่ยนแปลงการบันทึกยอดขายบัตรโทรศัพท์ ยอดขายขยายตัว 7.7% YoY ในไตรมาส 1/57 หนุนโดยการขยายสาขา ส่วนยอดขายสาขาเดิมที่ไม่รวมบัตรโทรศัพท์และสินค้าเทคโนโลยีลดลง 1.1% YoY เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องดื่มแช่เย็น ซึ่งคิดเป็น 30%ของยอดขายทั้งหมด โดยจำนวนการซื้อลดลง 5% YoYเป็น 1,244 ครั้งต่อร้านต่อวัน แต่มูลค่าการซื้อต่อครั้งสูงขึ้น 5% YoYเป็น 62 บาท

บริษัทเปิดร้าน7-Eleven เพิ่ม 222 แห่งในไตรมาส 1/57 คิดเป็น 37% ของเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 600 สาขา

อัตรากำไรยังคงปรับตัวสูงขึ้น แม้การผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการยังเข้ามาไม่มากในไตรมาส1/57 แต่อัตรากำไรของผลิตภัณฑ์ในร้าน 7-Eleven เพิ่มขึ้น 0.30%YoYเป็น 25.7%หนุนโดยอัตรากำไรที่สูงขึ้นของทั้งสินค้าอาหาร (สูงขึ้น 0.30% YoY) และไม่ใช่อาหาร (สูงขึ้น 0.40% YoY)

สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย(ไม่รวม MAKRO) สูงขึ้นเป็น 26.3% ในไตรมาส 1/57 จาก 22.3%ในไตรมาส 1/56 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการควบรวมกิจการกับ MAKRO(ค่าใช้จ่ายตัดจ่ายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนและค่าธรรมเนียมจากการออกหุ้นกู้)

แนวโน้ม
กำไรไตรมาส2/57 มีแนวโน้มจะแตกต่างจากไตรมาส 1/57 โดยสิ้นเชิง โดยเราคาดว่าไตรมาส 2/57 จะเป็นไตรมาสแรกนับตั้งแต่ไตรมาส 2/56 ที่กำไรจะขยายตัว YoY นอกจากนี้อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มและมีโอกาสสูงกว่าสมมติฐานของเราขณะนี้ที่ 5% เนื่องจากอากาศที่ร้อนผิดปกติและอากาศแห้งตลอดทั้งเดือนเม.ย. จนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ยอดขายเครื่องดื่มแช่เย็นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีสาระสำคัญ นอกจากนี้เราคาดผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/57

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราได้ปรับลดประมาณการกำไรปี2557 ลง 4% ซึ่งสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 1/57 ต่ำกว่าคาด แต่ผลกระทบวิธีคิดมูลค่าแบบ DCF เพียงเล็กน้อย ดังนั้นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ
เราเชื่อว่าCPALL จะเป็นหุ้นที่น่าเล่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 2/57 หนุนโดยกำไรที่ฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งและอานิสงค์จากอากาศที่ร้อนผิดปกติ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   46.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2014, 08:46:14 pm »

updated: 07 พ.ค. 2557 เวลา 14:00:18 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่นอิเลฟเว่น กล่าวว่า เซเว่นมีแผนขยายร้านสุขภาพและความงามเอ็กซ์ตร้าอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีแผนขยายเท่าตัว จาก 500-600 สาขา เป็น 1,000 สาขา เพราะมองเห็นโอกาสจากเทรนด์ของตลาด พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งนี้การเปิดร้านที่ผ่านมามีข้อจำกัดเรื่องของเภสัชกรประจำร้าน จึงได้ปรับแผน ด้วยการกระจายสินค้าเพื่อสุขภาพ ในกลุ่มที่ไม่มีการควบคุม และสินค้าความงามผ่านร้านเซเว่นและเซเว่นแคตตาล็อก ทำให้สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2014, 02:09:08 pm »

BLS.CPALL: กำไรไตรมาสถัดไปแข็งแกร่ง
วันที่เผยแพร่ : 15/05/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ประเด็นการลงทุน
CPALL ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในกลุ่มค้าปลีก จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันนี้ เรารู้สึกได้ว่าตลาดมีมุมองเชิงบวกต่อแนวโน้มของบริษัทในไตรมาส 2/57 จากประเด็นสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ในขณะที่ระยะกลางมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณจากกำไรจากผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการกับ MAKRO รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มลดลงจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ธนาคารด้วยหุ้นกู้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นความกังวลต่อความตั้งใจของบริษัทที่จะกลับเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีนอีกครั้ง

กำไรไตรมาส 2/57 จะแข็งแกร่ง
คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารของ CPALL กล่าวว่ายอดขายกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งตั้งแต่เดือนเม.ย. ผลักดันให้การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2557 กลับเข้าสู่แดนบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (จาก -1.1% ในไตรมาส 1/57) หนุนโดยอากาศที่ร้อนและแห้งกว่าปกติตลอดเดือนเม.ย. และ เดือนพ.ค.  ดังนั้นถ้าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ 0-2% จะส่งผลให้อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในเดือนเม.ย. อยู่ที่ 3-11% เราคาดว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งไตรมาส โดยปัจจัยหนุนในเดือนมิถุนายนจะมาจากยอดขายที่จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฟุตบอลโลก เนื่องจาก 7-Eleven เป็นร้านค้าเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดให้บริการในช่วงถ่ายทอดสด ทั้งนี้ในไตรมาส 2/55 ที่มีฟุตบอลยูโร อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ CPALL สูงขึ้น 10.5%

ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการจะทยอยเข้ามา
ผู้บริหารกล่าวว่า CPALL เริ่มรับผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการกับ MAKRO ในไตรมาส 1/57 แล้ว และผลประโยชน์ดังกล่าวจะค่อยๆปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปี แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ให้ตัวเลขว่าผลกระทบที่มีต่อกำไรมีมากน้อยเพียงไหน เนื่องจากมีผลประโยชน์ทางอ้อมที่ยากที่จะคำนวณเป็นตัวเลขได้ อย่างเช่นเช่น การใช้สินทรัพย์ร่วมกันและการร่วมมือพัฒนาบุคลากร ทั้งนี้เรายังไม่ใส่ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการลงในประมาณการของเรา

อัตราการจ่ายเงินปันผลอาจลดลง
CPALL ตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาที่ 3.0 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 2.0 เท่า ในปี 2560 จาก 6.6 เท่า และ 4.7 เท่า ตามลำดับ ณ สิ้นเดือนมี.ค. และเพื่อที่จะสามารถปรับลดอัตราสัดส่วนหนี้สินต่อทุนลงอย่างรวดเร็ว บริษัทอาจปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลลงเป็น 50% ของกำไรงบเดี่ยว (จาก 79% ในปี 2556) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด ผู้บริหารกล่าวว่าคำสัญญาที่จะจ่ายอัตราปันผลที่ 0.9 บาทต่อหุ้นจะมีผลในปี 2556 เท่านั้น

ขยายสาขาสู่ประเทศจีน?
CPALL มีแผนที่จะเปิดโรงเรียนในประเทศจีนเหมือนกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยการเปิดโรงเรียนในครั้งนี้มีนัยว่าบริษัทกำลังเตรียมตัวที่จะกลับเข้าตลาดค้าปลีกในประเทศจีนอีกครั้ง ซึ่งอาจจะเป็นการได้ใบอนุญาตเปิด 7-Eleven ในบางมณฑล และ/หรือ เปิด MAKRO อย่างไรก็ตามเรามีความกังวลต่อแผนการขยายสาขาสู่ประเทศจีน เนื่องจากมีการแข่งขันค่อนข้างสูง โดยในหลายปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างชาติหลายราย (รวมถึง CPALL) ไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศจีน ทั้งนี้ CPALL เคยถือหุ้นในสัดส่วน 29.7% ในโลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศจีน แต่ได้ขายหุ้นทั้งหมดในปี 2551 เนื่องจากธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง 
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   46.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2014, 12:16:11 pm »

“เซเว่นฯ” ผุดร้าน “รักษ์โลก” สต็อกสินค้ารับเวิลด์คัพ


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มิถุนายน 2557 22:10 น.




“เซเว่นอีเลฟเว่น” คุยเคอร์ฟิวไม่กระทบยอดขาย หวังฟุตบอลโลกกระตุ้นยอดโต 30% เร่งเพิ่มสต็อกสินค้าและตู้แช่อาหารเพิ่มรับคอบอล พร้อมเร่งแผนลดต้นทุนพลังงานที่สูงกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ผุดโมเดลสาขารักษ์โลก

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่ เวลา 00.01-04.00 น. ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในภาพรวมของเซเว่นอีเลฟเว่นเท่าใดนัก ยังมีการเติบโตเป็นปรกติ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกคาดยอดขายจะเติบโตขึ้นมากกว่า 30% จากกลุ่มสินค้าอาหารสแน็กและเครื่องดื่มให้พลังงาน โดยที่พฤติกรรมของลูกค้าในการซื้อสินค้านั้นจะเร่งมาซื้อในช่วงที่ใกล้จะติดเคอร์ฟิวเร็วขึ้น แต่ซื้อในปริมาณที่เท่าเดิมไม่ได้ซื้อกักตุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ เซเว่นฯได้เตรียมสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นในแต่ละสาขาและเพิ่มตู้แช่อาหารอีก 1 ตู้ในสาขาที่คาดว่าจะมียอดซื้อมากขึ้น

นายสุวิทย์ กล่าวต่อด้วยว่า บริษัทฯได้เปิดสาขาเซเว่นอีเลฟเว่นในรูปแบบประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบสาขาแรกที่ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อปีที่แล้วด้วยงบประมาณลงทุน 20 ล้านบาทซึ่งจะเป็นสาขาต้นแบบประหยัดพลังงานและเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ ที่จะประหยัดพลังงานและรักษ์โลกมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปีจะต้องลดต้นทุนด้านพลังงานให้ได้ 10% จากปัจจุบันที่มีต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายพลังงานประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี

สำหรับร้านประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบสาขาแรกนี้มีพื้นที่ 1,391 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 218 ตร.ม. ที่เหลือเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ห้องน้ำ และลานจอดรถ ทำการก่อสร้างด้วยวัสดุประหยัดพลังงาน เช่น หลอดไฟแอลอีดี พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาเซลล์ รวมถึงฝ้า กระจก และผนังหลังคาที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน เป็นต้น รูปแบบนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานได้มากกว่าสาขาทั่วไปเกือบ 20% และจะคืนทุนได้ภายใน 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี

ทั้งนี้ ตามแผนงานแล้วปีนี้จะเปิดร้านประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบตามโมเดลนี้อีก 1 สาขาในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น พัทยา และยังมีแผนที่จะเปิดร้านประหยัดพลังงานในขนาดต่างๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ด้วย โดยจะลงทุนร้านเฉพาะที่เป็นของบริษัทฯ และรูปแบบสแตนด์อโลนเท่านั้น ส่วนสาขาเดิมก็ได้เริ่มทยอยเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอดแอลอีดีประมาณ 140 สาขาแล้ว และมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนให้ครบ 7,777 สาขา โดยตั้งเป้าหมายเปลี่ยนให้ได้ปีละประมาณ 700-800 สาขา
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPALL : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2014, 08:39:14 am »

BLS.CPALL-MAKRO: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหาก CPALL ลดสัดส่วนถือหุ้น MAKRO?
วันที่เผยแพร่ : 17/06/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้น MAKRO ที่ปรับตัวขึ้นมาแรวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ CPALL จะขายหุ้น MAKRO ออกมา เนื่องจากราคาซื้อขายปัจจุบันต่ำกว่าราคาที่ CPALL ซื้อมารวมกับต้นทุนดอกเบี้ย (5.5%) เพียง 2% การลดสัดส่วนการถือหุ้นของ CPALL จะเป็นผลดีทั้งกับตัวบริษัทเองและ MAKRO ด้วย อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้ เราชอบ CPALL มากกว่า เนื่องจากมีราคาถูกกว่าและมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไร เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ CPALLณ สิ้นปี 2557 เป็น 50 บาท (จาก 46 บาท) สำหรับ CPALL และเป็น 36.50 บาท (จาก 32.50 บาท) เนื่องจากเราปรับลด Discount rate ลดลงตาม สมมติฐานของฝ่ายวิจัย

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหาก CPALL ลดสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO?
ปัจจุบัน CPALL ถือหุ้น MAKRO อยู่ 97.88% แต่เคยกล่าวว่าจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงไม่เกิน 60% การขายหุ้นครั้งนี้ นอกจากจะทำให้ สถานะทางการเงินของ CPALL แข็งแกร่งขึ้นแล้ว ยังช่วยให้กำไรของ CPALL เพิ่มขึ้นในระยะสั้นและระยะกลาง หนุนโดยกำไรจากการขายและลดลงของดอกเบี้ยจ่ายที่มากกว่าการลดลงของกำไรที่ได้รับจาก MAKRO ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของ CPALL อยู่ที่ 4.7% อ้างอิงจากการออกหุ้นกู้ครั้งล่าสุด ในขณะที่ ผลตอบแทนกำไรจาก MAKRO เทียบจากราคาปัจจุบันอยู่ที่ 2.7% ในปี 2557 และ 3.3% ในปี 2558

ผลกระทบต่อกำไรของ CPALL
เราได้ทำการศึกษาถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการขายหุ้นในเวลาที่ต่างกันและสัดส่วนที่ CPALL ตัดสินใจว่าจะถือหุ้น MAKRO (ดูตารางที่ 1) โดยเราตั้งสมมติฐานว่า CPALL ขายหุ้น MAKRO ที่ราคาที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ถ้าหากบริษัทขายหุ้น MAKRO ในเดือนก.ค. และลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 60% บริษัทจะมีกำไรจาการขายหุ้นที่ 3.4 พันล้านบาทในปี 2557 ในขณะที่กำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 751 ล้านบาทในปี 2557 และ 1.05 พันล้านบาทในปี 2558 โดยในสถานการณ์เช่นนี้จะหนุนให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น 32% สำหรับปี 2557 และ 6% สำหรับปี 2558     
                                                                         
ผลกระทบต่องบดุลของ CPALL
ถ้าหาก CPALL ลดสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO ลงถึง 60% ในปีนี้ จะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 4.7เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. เป็น 2.0เท่า ณ สิ้นปี 2557 และอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมลดลงจาก 6.6เท่า เป็น 2.5เท่า ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของบริษัทที่จะลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทให้อยู่ที่ 2.0เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมให้อยู่ที่ 3.0เท่า ในปี 2560  อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนและอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมจะยิ่งลดลงมากกว่านั้นเป็น 1.5เท่า และ 1.9เท่า ตามลำดับ ถ้าหากสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO ของ CPALL ลดลงเป็น 50%

ผลกระทบต่อ MAKRO
ปัจจัยพื้นฐานของ MAKRO จะไม่ได้รับผลกระทบจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นของ CPALL ในขณะที่ความร่วมมือของทั้งสองบริษัทนี้คงไม่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบที่สำคัญต่อ MAKRO น่าจะเป็นสภาพคล่องการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นโดย Free float ที่ 40% ของมูลค่าตลาดที่ 2 แสนล้านของ MAKRO นั้นถือว่ามาก และยิ่งรวมกับแนวโน้มกำไรของ MAKRO ที่แข็งแกร่ง เราคาดว่าหุ้น MAKRO ในที่สุดแล้วจะได้กลับไปเข้าไปอยู่ใน SET 50 และ MSCI อีกครั้ง
 
คำแนะนำ :
     CPALL
คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   50.00 บาท

MAKRO
คำแนะนำพื้นฐาน:   ถือ
เป้าหมายพื้นฐาน:   36.50บาท
บันทึกการเข้า