เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 15452 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2014, 12:04:51 pm »

"บินไทย" เล็งอัพภาพลักษณ์ สู่ "ซูเปอร์พรีเมี่ยม" ทุกบริการต้อง 5 ดาว
05 ธ.ค. 2557 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ว่ากันว่า หน่วยธุรกิจบริการการบินของ "การบินไทย" นั้นดูแลงานตั้งแต่ผู้โดยสารมาเช็กอิน ส่งผู้โดยสารไปเลานจ์ ขึ้นเครื่องอินไฟลต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ บริการอาหารและเครื่องดื่ม กระทั่งผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ามารับกระเป๋าแล้วกลับบ้าน ทุกบริการล้วนสัมผัสกับความรู้สึกผู้โดยสารทั้งสิ้น ดังนั้น การบริการที่ดีในทุกจุดบริการ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการให้บริการของสายการบินแห่งนี้

"ประชาชาติธุรกิจ" ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ร้อยตรีอนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม" รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจบริการการบิน (D1) และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริการอุปกรณ์ภาคพื้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ถึงแผนงานต่าง ๆ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การให้บริการของ "การบินไทย" สายการบินแห่งชาติไทย ไว้ดังนี้

"ร้อยตรีอนุสสรณ์" บอกว่า โครงสร้างของหน่วยธุรกิจบริการนั้นมีส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย ฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น ทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสารตั้งแต่เช็กอิน ฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น ดูแลด้านอุปกรณ์ภาคพื้นทั้งหมด ฝ่ายครัวการบิน ทำหน้าที่จัดเตรียมอาหารสำหรับให้บริการบนเครื่องบิน ทั้งในส่วนที่เป็นของสายการบินไทยและสายการบินพันธมิตร และฝ่ายการพาณิชย์สินค้า ดูแลทางด้านการขนส่งสินค้าทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีฝ่ายสนับสนุนธุรกิจการบินที่ดูแลเรื่องอินไฟลต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง อุปกรณ์และนิตยสารต่าง ๆ รวมถึงการจัดซื้อจัดหาเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่นำขึ้นไปให้บริการบนเครื่องบินด้วย

"ร้อยตรีอนุสสรณ์" บอกว่า เป้าหมายของหน่วยธุรกิจบริการการบิน นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องการให้บริการ และ 2 . ผลประกอบการ

บริการทุกส่วน "ต้อง" ดีกว่าเดิม

โดยในส่วนของการให้บริการนั้น การบินไทยจะต้องทำให้เป็นไฟฟ์สตาร์ (5 ดาว) กล่าวคือทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากที่สุด และอยากให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และภาคภูมิใจในความเป็นสายการบินแห่งชาติว่ามีบริการที่ดีเยี่ยม

ปัจจุบันบริการของการบินไทยก็ได้รับการยอมรับว่าดีอยู่แล้ว และได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รางวัลสายการบินยอดเยี่ยมจากสกายแทรกซ์ โดยเป็นอันดับที่ 1 ประเภทพนักงานสายการบินให้บริการยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (Best Airline Staff Service in Asia)

รางวัลสายการบินยอดเยี่ยมจากสกายแทรกซ์ โดยเป็นอันดับที่ 3 ประเภทการให้บริการภาคพื้น และรางวัลสายการบินที่พนักงานต้อนรับภาคพื้นให้บริการเช็กอิน (ตรวจบัตรโดยสาร) รวดเร็วที่สุดที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง "Best Check-in Service Award-Waiting Time in Check-in Queue-Airlines"

แต่สำหรับ "การบินไทย" ปีหน้าเราตั้งเป้าหมายว่า ทุกส่วนงานด้านการบริการจะต้องดียิ่งกว่าเดิม เช่นในส่วนงานเช็กอินก็มีพนักงานคอยช่วยเหลือ บอกทางและขั้นตอนเพิ่มขึ้น รวมทั้งหามาตรการที่จูงใจให้ผู้โดยสารหันไปเช็กอินทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อผู้โดยสารจะได้ไม่ต้องมาต่อแถวเช็กอิน และลดเวลารอคิวของผู้โดยสาร ขณะที่เคาน์เตอร์เช็กอินก็ต้องมีเพียงพอและสอดรับกับจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการอยู่

ตั้งเป้าติดท็อป 3 ของภูมิภาค

สำหรับผู้โดยสารที่เป็นเฟิรสต์คลาสและแพลทินั่มก็จะรับบริการพิเศษ คือจะมีคนดูแลตั้งแต่เริ่มเช็กอิน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พาไปเลานจ์ และส่งขึ้นเครื่องและเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทางการบินไทยยังเพิ่มบริการในเลานจ์ ทั้งเรื่องอาหาร บริการต่าง ๆ อาทิ สปา นวด ฯลฯ ซึ่งขณะนี้การบินไทยมีแผนที่จะเพิ่มพื้นที่เลานจ์อีกประมาณ 2,200 ตารางเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดว่าน่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จภายในกลางปีหน้า

"เราจะมีการวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงบริการเราอยู่ตลอดเวลา โดยใช้ข้อมูลจาก 3 ส่วนคือ จากไออาต้า หรือสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) จากรีเสิร์ชภายใน และ จากลูกเรือที่รับข้อมูลโดยตรงจากผู้โดยสาร โดยวิเคราะห์ทั้งของตัวเองและเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วย"

โดยมีเป้าหมายเป็นสายการบินที่ติดท็อป 3 ของภูมิภาคจากไออาต้า และต้องดึงภาพลักษณ์ของการบินไทยให้ดียิ่งขึ้น และเป็น 5 ดาวให้ได้ภายในปีหน้า

บริการที่ดีเยี่ยมจะเป็นตัวสำคัญที่ย้ำความเป็นซูเปอร์พรีเมี่ยม และเป็น One of the Best ของภูมิภาคในทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นกราวนด์เซอร์วิส อาหาร บริการด้านต่าง ๆ โดยส่วนอินไฟลต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์นั้นก็จะมีการพัฒนาบริการในส่วนของหนัง เพลง และรวมถึงคอนเทนต์ต่าง ๆให้มีความทันสมัยและมีวาไรตี้มากขึ้น

ปรับปรุงรสชาติอาหาร

"ร้อยตรีอนุสสรณ์" บอกด้วยว่า บริการสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ อาหาร ซึ่งเป็นอะไรที่เซ็นซิทีฟมาก เพราะอาหารอย่างเดียวกันคนหนึ่งบอกอร่อย อีกคนหนึ่งบอกว่าไม่อร่อย

แต่นโยบายของการบินไทยจากนี้คือ จะเน้นให้บริการอาหารไทยให้มีความเป็นไทยอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือรสชาติเข้มข้น มีสมุนไพร ตามสูตรของอาหารไทย เพียงแต่จะลดความเผ็ดลง ขณะที่อาหารฝรั่งก็จะเป็นรสชาติของฝรั่งจริง ๆ

ดังนั้นอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องของการบินไทยต้องดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทย ที่สำคัญต้องไม่ให้สายการบินไหนเสิร์ฟอาหารไทยอร่อยกว่าการบินไทย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจะทำการตรวจสอบทุกกระบวนการ แม้แต่วัตถุดิบที่ใช้ก็จะเลือกสรรมาอย่างดี เพื่อให้ได้สูตรที่ชัดเจน เมื่อได้สูตรแล้วก็จะทำตามสูตร เพื่อให้อาหารออกมาสูตรเดียวกันทุกครั้งที่ทำ

พัฒนาเมนูหลากหลาย-ไม่จำเจ

ไม่เพียงเท่านี้ การบินไทยยังพัฒนาเมนูใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2557 นี้เป็นต้นไป การบินไทยเปลี่ยนเมนูอาหารในเที่ยวบินภายในประเทศ เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ให้เป็นอาหารร้อนทั้งหมด

และยังทำการปรับปรุงภาพลักษณ์ของอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้น ด้วยการแยกภาชนะข้าวกับแกงออกจากกัน จากเดิมที่อาหารจะอยู่ในภาชนะเดียวกัน (สำหรับชั้นธุรกิจ) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2557 นี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเมนูอาหาร (Signature Dishes) ให้มีความหลากหลายและไม่จำเจ ด้วยการเปลี่ยนเมนูทุกเดือนตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของเมนูอาหารไทย และอาหารอินเตอร์ รวมถึงขนมหวานอาทิ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา อาหารไทยเป็นแกงมัสมั่นเนื้อหรือไก่ พฤศจิกายนเสิร์ฟเมนูต้มยำกุ้ง ธันวาคมเสิร์ฟเมนูต้มข่าไก่ มกราคมปีหน้าเสิร์ฟฉู่ฉี่ปลาแซลมอน กุมภาพันธ์เสิร์ฟเมนูข้าวมันส้มตำไก่ย่าง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้เซตเมนูสำหรับปี 2558 ได้ตลอดทั้งปีแล้ว

"ในส่วนของครัวการบิน เราก็ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ สายการบินยอดเยี่ยมจากสกายแทรกซ์ โดยเป็นอันดับที่ 1 ประเภทการให้บริการอาหารบนเครื่องบินชั้นประหยัดยอดเยี่ยม รางวัล Jetstar International"s Most Improved Caterer of the Year Award รางวัล Excellent Catering Service Award "Gold" 2013 จากสายการบินอีวีเอ แอร์เวย์ส เป็นต้น"

ซื้อรถบัสรับ-ส่งผู้โดยสารเพิ่ม

ส่วนบริการ Arrive ขณะนี้การบินไทยก็มีแผนปรับปรุงด้านบริการโดยประสานกับการท่าอากาศยาน เพื่อให้เครื่องบินสามารถจอดที่คอนแทรกซ์เกตได้มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารเดินมารับกระเป๋าที่สายพานได้ไม่ไกลนัก หรือในกรณีที่มีความจำเป็นที่ต้องไปจอดหลุมจอด ตอนนี้ได้จัดซื้อรถบัสรับ-ส่งลูกค้าที่เป็นกลุ่มเฟิรสต์คลาสและบิสซิเนสคลาสเพิ่มอีก 10 คัน ขณะที่บริการโหลดกระเป๋าที่ผ่านมาก็สามารถทำเวลาได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

สำหรับแผนด้านรายได้นั้น รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจบริการการบิน "การบินไทย" บอกด้วยว่า จากแผนดังกล่าวข้างต้นนี้ คาดว่าจะทำให้ผลประกอบการทางด้านรายได้และกำไรในหน่วยธุรกิจบริการการบินเพิ่มขึ้นได้อีกไม่ต่ำกว่า 10% ในปีหน้า จากตัวเลขรวมปีนี้ที่มีรายได้รวมสูงกว่า 10,000 ล้านบาท

เรียกว่าเป็นการแก้โจทย์ทั้งในด้าน "ภาพลักษณ์" และ "รายได้" ขององค์กรให้ขยับไปในระดับที่ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสร้างความภูมิใจให้คนไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติอีกด้วย
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 11:02:48 pm »

บอร์ด "การบินไทย" อนุมัติปลดระวางเครื่องบินเก่า 14 ลำ ตามแผนโละทั้งหมด 42 ลำในปีนี้
24 ก.พ. 2558 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมบอร์ดได้มีมติปลดระวางเครื่องบินของการบินไทยจำนวน 14 ลำเพื่อรอจำหน่าย ได้แก่ แอร์บัส เอ330-300 จำนวน 6 ลำ แอร์บัส เอ 300-600 จำนวน 6 ลำ และ โบอิ้ง 747-400 จำนวน 2 ลำที่ใช้เป็นเครื่อง Freighter สำหรับขนส่งสินค้าทางอากาศ (คาร์โก้) และ ในเดือนมิถุนายนนี้ เตรียมเสนอที่ประชุมบอร์ดให้อนุมัติปลดระวางเครื่องบินอีก 8 ลำ เป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ทั้งหมด เพื่อเริ่มขายได้ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ การบินไทยได้ปลดระวางเครื่องบินไปแล้วจำนวน 20 ลำ ปัจจุบันยังจำหน่ายไม่ได้สักลำ โดยตั้งเป้าจำหน่ายให้หมดภายในกลางปีนี้ และเมื่อรวมจำนวนเครื่องบินปลดระวางทั้งหมดที่ต้องจำหน่ายในปีนี้มีถึง 42 ลำ และเมื่อนับรวมกับเครื่องบินใหม่ที่มีแผนรับมอบทั้งหมด 6 ลำในปีนี้ จะทำให้การบินไทยมียอดฝูงบินทั้งหมดที่ 77 ลำ ยังไม่นับรวมแอร์บัส เอ 320 ของไทยสมายล์อีก 20 ลำ

ส่วนรายได้ปีนี้ ได้ปรับเป้าลดลงจากเป้าหมายเดิม 1.85 แสนล้านบาท เหลือ 1.7 แสนล้านบาท เนื่องจากพอปลดระวางเครื่องบิน ก็จำเป็นต้องยกเลิกและปรับลดความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่ไม่ทำกำไรไปด้วย โดยตั้งเป้าทั้งปีปรับลดให้ได้ประมาณ 20 เส้นทางบิน

หลังจากได้เริ่มยกเลิกและปรับลดความถี่เส้นทางบินระหว่างประเทศไปบ้างแล้วราว 10 เส้นทาง อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก เมื่อ 15 มกราคมที่ผ่านมา, เส้นทางกรุงเทพฯ-มอสโคว (รัสเซีย) ที่ขาดทุนเฉลี่ยปีละ 300 ล้านบาท นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2548 จะยกเลิกบิน 29 มีนาคมนี้ และเส้นทางกรุงเทพฯ-มาดริด (สเปน) ยกเลิก 6 กันยายนนี้

และในเดือนมิถุนายนนี้เตรียมพิจารณาตารางบินฤดูหนาว (เริ่ม 29 ตุลาคม) อีกครั้ง เพื่อให้ฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายในทุกสำนักงานกันอย่างเต็มที่ ก่อนจะมาดูว่าเส้นทางไหนควรยกเลิกหรือปรับลดความถี่เที่ยวบินบ้าง โดยตั้งเป้าปรับลดอย่างน้อย 10 เส้นทางบิน

"ผลประกอบการปีนี้จะดีขึ้นหรือไม่ มาจากการขายทรัพย์สินเครื่องบิน ซึ่งได้รับอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกลดลงช่วย ไม่ใช่เพราะกิจกรรมการดำเนินงาน"

เป็นไปตามกลยุทธ์การลดต้นทุนตามแผนฟื้นฟูการบินไทย เพื่อให้การบินไทยขาดทุนน้อยลงในอัตราที่มากกว่าการลดลงของรายได้ และเชื่อว่าการบินไทยจะสามารถกลับมาทำกำไรได้ในช่วงปลายปี และส่งโมเมนตัมที่ดีถึงต้นปี 2559
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 11:03:27 pm »

หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ประจำปี (F45-3)
หลักทรัพย์ THAI
แหล่งข่าว THAI
รายละเอียดแบบเต็ม คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดข่าวรูปแบบเต็ม


สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (15,611,621) (12,047,374)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (7.15) (5.52)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (14,896,001) (13,437,992)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (6.82) (6.16)
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มีนาคม 03, 2015, 01:40:16 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: มีนาคม 06, 2015, 06:11:17 pm »

THAI บนขอบเหว
Source - ข่าวหุ้น (Th)

Friday, March 06, 2015 04:06


กรุงเทพฯ--6 มี.ค.--ข่าวหุ้น

ตัวเลขผลประกอบการงวดสิ้นปี 2557 สายการบินแห่งชาติ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เป็นตัวเลขขาดทุน เหมือนกับที่คาดเดาล่วงหน้าไว้ แต่ที่เหนือกว่าความคาดหมายก็คือ ขาดทุนมากกว่าที่มีคนประเมินไว้ก่อนหน้ามาก
จากที่เคยประเมินกันว่า THAI น่าจะขาดทุนระดับ 1.2 หมื่นล้านบาท (ไม่ต้องใส่ใจกับคำพูดที่เลื่อนลอยของผู้บริหารบางคนที่บอกว่าอาจจะเห็นตัวเลขไม่ขาดทุนได้) เพราะไตรมาสสี่จะเป็นช่วงโอกาสทองในการทำรายได้ดีกว่าไตรมาสอื่น แต่ตัวเลขจริงขาดทุนมากถึง 1.56 หมื่นล้านบาท ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 29.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งหากปราศจากตัวเลขกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3.2 พันล้านบาทแล้ว น่าจะขาดทุนมากขึ้นไปอีก
ที่น่าสนใจคือ แม้จะมีค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง 6% ในปี 2557 แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทยังคงเพิ่มขึ้น 3.5% ในไตรมาสที่ 4 จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน 15% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานการบินที่เพิ่มขึ้น 9% และการเพิ่มขึ้น 9% ของค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ผู้บริหารให้เหตุผลที่คุ้นหูอย่างยิ่งว่า การขาดทุนที่เพิ่มมากขึ้น เกิดจากผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจการบินพาณิชย์ ทำให้จำนวนผู้โดยสารในปี 2557 ลดลง 11.2% จากในปี ก่อนหน้า ถึงแม้ว่าบริษัทได้มีการปรับลดเที่ยวบินให้สอดคล้องกับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารที่ลดลงแล้วก็ตาม โดยที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ในปี 57 อยู่ที่เฉลี่ย 68.9% ลดลงจากปี 56 ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 74.1%
ตัวเลขขาดทุนที่จมดิ่งลงเช่นนี้ อาจจะไม่ทำให้กรรมการหรือผู้บริหารรู้สึกถึงแรงกดดันอะไรมากนัก แต่สำหรับนักลงทุนแล้ว นี่คือบริษัทที่เหมาะสำหรับการล้างพอร์ตหุ้นที่ถืออยู่อย่างแท้จริง เพราะมองไม่เห็นอนาคตเอาเสียเลยว่า แผนปรับโครงสร้างเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและกลับมาทำกำไรระลอกใหม่ภายในเวลาที่กำหนด จะเกิดขึ้นได้อย่างไร และทันการณ์หรือไม่
เดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บริหารและกรรมการของ THAI ได้ออกมาประกาศแผนการลดต้นทุนเพื่อกลับมาทำกำไรครั้งใหม่ โดยเรียกว่าแผนปฏิรูปการบินไทย ซึ่งตั้งเป้าการดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอน 6 กลยุทธ์ โดย 3 ขั้นตอนประกอบด้วย
1. ลดการขาดทุนให้ได้โดยเร็ว ยกเลิกเส้นทางบินที่ขาดทุนต่อเนื่อง เร่งสร้างรายได้เส้นทางบินที่มีศักยภาพ
2.สร้างความสามารถในการแข่งขัน สร้างสมรรถนะการบริการ บุคลากร ในการหารายได้ ลดต้นทุน
3.ยกระดับการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า สำหรับ 6 กลยุทธ์สำคัญประกอบด้วย
- การปรับปรุงเส้นทางบินใหม่ ยกเลิกเส้นทางที่ขาดทุนเรื้อรัง เช่น เส้นทางกรุงเทพ-โจฮันเนสเบิร์กภูเก็ต-โซล และปรับปรุงเส้นทางซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้ เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาภายใน 6-12 เดือน กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี กรุงเทพ–อุบลราชธานี และ กรุงเทพ-อุดรธานี เพื่อให้สายการบินไทยสไมล์ ทำการบินแทน รวมทั้งลดความถี่การบินเส้นทางกรุงเทพ-มาเก๊าโดยจะใช้เวลา 6 เดือน 12 เดือน และ 18 เดือน ในการพิจารณาที่จะกลับมาฟื้นฟูการบินอีกครั้งรวมทั้งพิจารณาเส้นทางที่มีกำไร ซึ่งเปรียบเสมือนกำลังหลัก ที่ต้องเพิ่มเที่ยวบิน
- ปรับปรุงฝูงบินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีประเภท และชนิดเครื่องบิน หลายรุ่น หลายแบบ ทำให้ต้นทุนบำรุงรักษาและจัดการสูง หากมีการลดประเภทรุ่น จะลดค่าใช้จ่ายได้มาก และลดการด้อยค่าของเครื่องบิน (เนื่องจากไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์) ซึ่งรวมถึงการขายทรัพย์สินและอากาศยานที่ไม่ได้ใช้งาน
- พัฒนากลยุทธ์การพาณิชย์ เพิ่มรายได้ทุกช่องทาง เช่นขายผ่านเอเจนซี่ เพิ่มการขายผ่านอินเทอร์เน็ต ที่ยังมีสัดส่วนต่ำ
- ปฏิบัติการลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย ส่วนจะรวมถึงการลดจำนวนบุคลากรหรือไม่ (แผนปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นดังกล่าว และยังไม่กำหนดช่วงเวลา จะลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นก่อน)
- ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร
- การจัดการกลุ่มธุรกิจหลัก และกลุ่มสนับสนุน ให้ชัดเจน
สำหรับการปรับปรุงและพัฒนากิจการที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของการบินไทย เช่น กิจการโรงแรม และกิจการขนส่งน้ำมัน ยังไม่มีความชัดเจน เพราะจะต้องไปพิจารณารายละเอียดว่าส่วนใดจะโอนออกไปหรือขายอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะยังไม่มีความจำเป็นต้องพิจารณา
ผู้บริหารอ้างว่า ภายหลังปฏิรูปจะทำให้การบินไทยเติบโต และเข้มแข็ง แต่ยังไม่ระบุว่าจะกลับมามีผลกำไรเมื่อใด เพียงแค่ระบุสั้นๆ ว่า ตั้งเป้าหมายจะหยุดขาดทุนให้ได้ในปี 2558
แผนธุรกิจดังกล่าว อาจจะมีมุมมองที่ดีในสายตาของผู้บริหารบริษัท แต่สำหรับนักวิเคราะห์แล้ว ถือว่า แผนดังกล่าวยังไม่เพียงพอ
นักวิเคราะห์ของ บล.ธนชาต ระบุว่า แม้ THAI มีความพยายามที่จะพลิกฟื้นบริษัทให้ได้ภายในปี 2560 แต่ยังคงมีประเด็นที่น่ากังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของแผนในปี 2558-2559 ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ยังมีความรุนแรง และมีความไม่แน่นอนในหลายๆ ด้าน ทำให้การเข้าถือหุ้น THAI ในขณะนี้ มีความเสี่ยงเกินไปขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงมีความรุนแรง จึงยังคงแนะนำขาย โดยมีราคาเป้าหมายที่เพียงแค่ 12 บาท
มุมมองดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ยังคงเป็นโจทย์ที่ผู้บริหารและกรรมการของ THAI ไม่เคยสามารถแก้ได้ตก และหาทางออกที่เหมาะสมได้ และปล่อยให้ความเสื่อมโทรมในหลายด้านพร้อมกันครอบงำผลการดำเนินงานของบริษัทต่อเนื่อง
เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 3 ผู้บริหารของTHAI ออกมาระบุว่า ตัวเลขขาดทุนในปี 2557 ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินระยะเฉพาะหน้าขึ้นมา โดย THAI จะต้องหาเงินมาเติมสภาพคล่องอีก 15,600 ล้านบาท โดยจะเป็นการกู้ระยะสั้นจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด 1 พันล้านบาท และธนาคารออมสินอีกราว 5-7 พันล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่องและชำระหนี้ค่าเครื่องบิน Airbus 330 ที่จะรับมอบในเดือนตุลาคม และตลอดทั้งปี 2557-2558 จะต้องหาแหล่งทุนมาเสริมสภาพคล่องรวม 27,000 ล้านบาท เพื่อกอบกู้ฐานะทางการเงินของบริษัท จากสัดส่วนทางการเงินที่เปราะบางลง
สภาพคล่องทางการเงินระยะสั้นคือปัญหาใหญ่ที่สุด เพราะสินทรัพย์หมุนเวียนเมื่อสิ้นสุดงวดไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ระบุว่าเหลืออยู่เพียงแค่ 5.646 หมื่นล้านบาท เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มเป็น 9.107 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำถึงสภาพคล่องทางการเงินที่ฝืดเคืองรุนแรงเพราะอัตราส่วนทุนหมุนเวียน
หนี้สินรวมของบริษัทที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 2.50 แสนล้านบาทในสิ้นปี 2556 เป็น 2.65 แสนล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2557 เทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่ร่อยหรอลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 5.69 หมื่นล้านบาท เพียงแค่ 4.12 หมื่นล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มพูนขึ้นเป็น 6.4 เท่า จากปีก่อนที่ 4.4 เท่า เป็นความเสี่ยงที่ถือว่าเข้าข่ายอันตรายอย่างยิ่ง
ฐานะทางการเงินที่ย่ำแย่นี้ ถูกถ่วงรั้งเพิ่มเติมด้วยปัญหาที่ผู้บริหาร THAI ไม่เคยแก้ตก หรือยอมรับอย่างเปิดเผย นั่นคือ อุปสงค์ของคนเดินทางโดยเครื่องบิน โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมาก ขณะที่ต้นทุนดำเนินการยังคงทรงตัวในระดับสูง รวมไปถึงการมีรายจ่ายพิเศษตั้งสำรองด้อยค่าเครื่องบิน (ซื้อเครื่องบินมาใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า) อีกไตรมาสละ 1.1 พันล้านบาท ทำให้ผลการดำเนินงานอ่อนแอเรื้อรัง
ความรุนแรงของการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยที่กระทบต่อธุรกิจการบินพาณิชย์นั้น มี 2 กลุ่มคือ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ (การแข่งขัน) และปัจจัยที่ควบคุมได้ (การบริหารจัดการ)
ในเรื่องปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ การแข่งขันที่รุนแรงโดยเฉพาะการรุกทั่วโลกของ 3 สายการบินยักษ์ใหญ่จากตะวันออกกลาง กาตาร์ แอร์เวย์ส เอมิเรตส์ และเอธิฮัด รวมถึงความเฟื่องฟูของสายการบินโลว์คอสต์ในตลาดเอเชีย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบินไทยเพียงรายเดียว แต่เป็นทั้งภูมิภาค แม้กระทั่งสายการบินที่หลายคนเชื่อว่ามีความสามารถในการจัดการบริหารธุรกิจการบินที่เหนือกว่าการบินไทย อย่าง สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีกว่ากันมากนัก แม้ว่าจะยังสามารถทำกำไรได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ลดลงอย่างมาก
สิงคโปร์แอร์ไลน์ส ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสายการบินที่กำไรสูงสุดและมีระบบบริหารสายการบินพาณิชย์ที่เข้มแข็งที่สุดในระดับหัวแถวของโลก ได้รับรางวัลมากมาย รายงานกำไรสุทธิที่ลดฮวบ 71.4% จากที่เคยอยู่ในระดับ 121.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ของปีก่อน ลดลงเหลือแค่ 34.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ (งวดสิ้นเดือนมิถุนายน 2557) ในขณะที่รายได้ถดถอยลงไปแค่ 4.1% จากจำนวนผู้โดยสาร และระวางบรรทุกสินค้าวิ่งสวนทางกันกับต้นทุนการแข่งขันและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข่งขันรุนแรงที่ถูกเบียดขับจาก 2 ด้านพร้อมกันคือ การแข่งขันจากสายการบินโลว์คอสต์ และการแข่งขันจากสายการบินประจำระดับโลกจากตะวันออกกลาง อย่าง 3 บิ๊กระดับโลกร่วมสมัยคือ กาตาร์ แอร์เวย์ส เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ส และ เอธิฮัด แอร์เวย์ส เป็นโจทย์ที่แก้ไม่ตก
ในช่วงที่ผ่านมา สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส พยายามปรับยุทธศาสตร์สู้ด้วยการตั้งสายการบินใหม่คือ ไทเกอร์ แอร์เวย์ส (Tiger Airways Holdings Limited) สายการบินโลว์คอสต์มาต่อสู้เพื่อสร้างรายได้ใหม่จากตลาดผู้ที่เดินทางในราคาต่ำ แต่ก็ไม่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ เพราะไทเกอร์ แอร์เวย์ส ขาดทุนย่อยยับ กลายเป็นภาระถ่วงรั้งมากขึ้นไปอีก
ตัวอย่างจากสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ชี้ชัดว่า โจทย์ที่ทำให้สายการบินแห่งชาติทั่วโลก จึงเป็นมากกว่าแค่ความสามารถในการทำกำไร หรือความสามารถในการบริหารจัดการ แต่เป็นความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ ที่ธุรกิจการบินพาณิชย์เริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอยทั้งระบบ ต้องแก้ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่เป็นหลัก
โจทย์ดังกล่าว จะต้องถอดรื้อความคิดเชิงยุทธศาสตร์กันเสียใหม่ ซึ่งไม่ได้มีแนวทางดังกล่าวจากผู้บริหารหรือกรรมการของ THAI แม้แต่น้อย รวมทั้งในแผนธุรกิจที่ประกาศใหม่ล่าสุดด้วย
คำถามจึงต้องย้อนกลับไปสู่โจทย์เดิมนั่นคือ THAI จะอยู่รอดในอนาคตไดอย่างไร หากไม่สามารถตอบโจทย์สำคัญได้ครบถ้วน แต่แก้ไขด้วยการจับทีละจุดในลักษณะที่เป็นการลูบหน้าปะจมูกเป็นเรื่องๆ หวังเพียงแค่ปะผุปัญหาที่เรื้อรัง โดยไม่แตะต้องกับโครงสร้างเพื่อถอดรื้ออย่างจริงจัง
ในอดีตหลายปีมานี้ เราได้เห็นภาพที่ขัดแย้งกันของผลประกอบการของ THAIเมื่อตัวเลขรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ในขณะที่ผลกำไรกลับถดถอยลง แต่นับจากปีนี้ไป ภาพรวมของรายได้ที่ลดลง พร้อมกับการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น น่าจะเป็นโจทย์ที่ท้าทายผู้บริหารและคณะกรรมการของบริษัทมากขึ้นต่อเนื่อง
โดยเฉพาะจุดอ่อนสำคัญที่สุดทางด้านการตลาดคือ การไม่ทำความเข้าใจกับปัญหาเรื้อรังของการแข่งขันจากสงครามราคา ที่ทุกสายการบินทั่วโลกนำมาใช้ ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงผู้ใช้บริการ ซึ่งการบินไทยมีความเสียเปรียบอย่างมาก ไม่เคยได้รับการแก้ไขให้เหมาะสม
คำตอบง่ายๆ ในอดีตของ THAI เป็นจารีตเสมอมาคือ ทุกครั้งที่ธุรกิจย่ำแย่ การปรับตัวผู้บริหาร ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพ ไม่ใช่คำตอบ แต่ก็คงจะเกิดขึ้นอีกได้ไม่ยาก
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: มีนาคม 17, 2015, 06:22:07 pm »

การบินไทยเตรียมระดมทุนกว่า 3 หมื่นล้านใน 2 ปี ใช้หนี้ครบดีล

“จรัมพร” เผยภายใน 2 ปีบริษัทต้องระดมทุนรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายหนี้ที่ครบกำหนดชำระ พร้อมตั้งคณะทำงาน 17 ชุดเดินเครื่องแผนฟื้นฟูให้สำเร็จตามเป้าหมายใน 2 ปี ตั้งเป้า Cabin Factor ปี 58 เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% โดยจะปรับโครงสร้างและรื้อระบบการทำงานของฝ่ายขายให้เสร็จใน 6-8 เดือน

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายในปี 2558 บริษัทจะต้องจัดหาเงินกู้จำนวน 15,000 ล้านบาทเพื่อนำมาชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนด ซึ่งวิธีการจะมีหลากหลายทั้งการออกหุ้นกู้ หรือการกู้สถาบันการเงิน โดยจะทยอยดำเนินการตามช่วงเวลาที่หนี้ครบกำหนดชำระ และในปี 2559 จะต้องจัดหาเพิ่มอีกในจำนวนใกล้เคียงกันประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดเช่นกัน รวมทั้ง 2 ปีประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในแผน ส่วนการรับมอบเครื่องบินนั้นได้เตรียมแผนทางการเงินไว้แล้ว ตามรูปแบบการจัดหาที่มีทั้งการซื้อ ซึ่งต้องหาเงินกู้เอง, การเช่าซื้อ (Financial Lease) การเช่าดำเนินการ (Operating Lease) โดยเหลือรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A 320/2 ลำ วงเงินประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนความคืบหน้าแผนฟื้นฟูบริษัทได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน รองประธานบอร์ด เป็นประธาน เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการตั้งคณะทำงาน 17 ชุดเพื่อทำหน้าที่ในการดำเนินการขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูทั้ง 17 แผนย่อยให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคมได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้บริหารระดับผู้อำนวยการใหญ่เป็นหัวหน้าของคณะทำงานแต่ละชุด (Project Leader) ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทั้ง 9 คน และดีดีจะเข้าไปช่วยกำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง โดยได้มีการประชุมร่วมกับหัวหน้าแต่ละแผนเพื่อทำความเข้าใจในการขับเคลื่อนแผนไปในทิศทางเดียวกันแล้ว

ทั้งนี้ แผนฟื้นฟูการบินไทยจะใช้เวลารวม 2 ปี โดยแต่ละแผนย่อยจะทยยอยแล้วเสร็จ โดยแผนแรกคือ เรื่องการจำหน่ายเครื่องบินที่ปลดระวาง รวม 42 ลำ ภายในเดือนกรกฎาคมจะทยอยขายล็อตแรก 20 ลำ ที่เหลือจะขายภายในสิ้นปี 2558 หรือภายในต้นปี 2559

ส่วนฝ่ายขายนั้น ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (Cabin Factor) เฉลี่ย 80% ขึ้นไป ซึ่งใกล้เคียงกับคู่แข่ง ซึ่งเชื่อว่าต้องทำได้เพราะสายการบินอื่นยังทำได้ ฝ่ายขายต้องหาวิธีการ โดยบริษัทจะมีการตั้งเป้าหมายที่มีความชัดเจน พร้อมกับหาผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาเป็นที่ปรึกษาด้านการขาย นอกจากนี้ บริษัทจะทบทวนโครงสร้างและกระบวนการ ขั้นตอนของระบบการขายให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ทั้งวิธีการทำงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะใช้เวลา 6-8 เดือน โดยในระหว่างนี้ผู้จัดการประจำสถานี (AA) ประมาณ 30 คนที่ประจำอยู่ทั่วโลกต้องหาวิธีที่จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งแต่ละแห่งจะมีวิธีที่แตกต่างกันไป

นายจรัมพรกล่าวว่า ผลประกอบการด้านจำนวนผู้โดยสารในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 (ม.ค.-ก.พ.) ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไม่มีสถานการณ์ภายในประเทศ โดยเฉพาะผู้โดยสารจีนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ส่วนผู้โดยสารยุโรปที่ชะลอตัวนั้นแม้จะยังไม่กลับมาเป็นปกติแต่สถานการณ์ก็ดีขึ้น โดยประมาณการในช่วงเทศกาลสงกราตน์นี้จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น 4,000-8,000 คน โดยบริษัทได้เพิ่มความถี่ของเที่ยวบินไม่ต่ำกว่า 7 เที่ยวบิน ในเส้นทางภูเก็ต, เชียงใหม่, กระบี่

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหมอกควันที่จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้ได้ส่งผลต่อจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง ซึ่งบริษัทได้ปรับลดขนาดเครื่องบินให้สอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารและเชื่อว่าผู้โดยสารจะกลับมาช่วงสงกรานต์

http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000031089
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: เมษายน 02, 2015, 01:08:26 pm »

THAI แผนฟื้นฟูคืบ เป้าปี 60 เริ่มเห็นกำไร

Update: 14.29 น. 1 เม.ย. 58

"จรัมพร" ดีดี THAI เผย แผนการฟื้นฟูกิจเริ่มคืบหน้า ใช้กลยุทธ์ตัดต้นทุน ลดเที่ยวบิน ขายเครื่องบิน พร้อมตั้งเป้าเริ่มเห็นกำไรจากการดำเนินงานปกติได้ตั้งแต่ต้นปี 2560

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บมจ. การบินไทย (THAI) บอกกับ Money Channel ว่า แผนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทย มีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว โดยใช้กลยุทธ์การลดต้นทุนทั้งจากการลดเที่ยวการบินที่ไม่จำเป็นลง และแผนการขายเครื่องบิน โดยยังคงตั้งเป้าว่าน่าจะเริ่มเห็นกำไรจากการดำเนินงานปกติได้ตั้งแต่ต้นปี 2560

ส่วนกรณีที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้แสดงความกังวลมาตรฐานของสายการบินของไทย ล่าสุดทางการบินไทย ได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจาในเรื่องดังกล่าวแล้ว และก็ได้รับผลตอบรับเป็นเชิงบวก

ส่วนเรื่องที่ญี่ปุ่นห้ามเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ หรือ ชาร์เตอร์ไฟล์คจากไทยเข้าประเทศนั้น ยืนยันว่าได้รับผลกระทบเพียง 2 เที่ยวบินตามที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้ที่จะทำการบินไปเมืองโคมัตสุ และเมืองฮิโรชิมา ในช่วงวันที่ 11 และ15 เมษายน นี้เท่านั้น โดยยังคงสามารถให้บริการขนส่งทางอากาศได้ตามปกติ และไม่มีผลกระทบต่อเที่ยวบินประจำตามตารางการบินภาคฤดูร้อน ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำการบินได้ทุกประเทศแล้ว

ส่วนกรณีที่มีการห้ามเพิ่มเที่ยวบินด้วยนั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากการบินไทยไม่ได้เพิ่มเที่ยวบินไปญี่ปุ่น

http://www.moneychannel.co.th/news_detail/2276
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:33:25 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์บัวหลวง

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000265610/THAI150430%28T%29.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2015, 09:58:40 am »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
                    บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

                                    (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                                       
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2558         2557
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                4,541,132  (2,634,111)
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     2.08       (1.21)
     ต่อหุ้น (บาท)           


งบการเงินเฉพาะกิจการ                               
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2558         2557
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                4,749,375  (2,701,843)
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     2.18       (1.24)
     ต่อหุ้น (บาท)           
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2015, 09:59:09 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ BLS

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000266491/THAI150513R%28T%29.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2016, 09:36:51 pm »

การบินไทยฟื้นเที่ยวบินกรุงเทพฯ-มอสโก ครม.ไฟเขียวเพิ่มความถี่เป็น 70 เที่ยว/สัปดาห์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายงานผลเจรจาการบินระหว่างไทย-รัสเซีย ซึ่งได้เจรจากันมาตั้งแต่ปี....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/news/416777
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มีนาคม 01, 2016, 11:10:40 pm »

THAI ปี 5258 ขาดทุน 1.3 หมื่นล. ลดลง 16.3%

29 ก.พ. 2559

THAI แจ้งงบปี 58 ขาดทุนลดลง 16.30% เหลือ 1.3 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 1.5 หมื่นล้านบาท หลังเดินหน้าลดค่าใช้จ่ายตามแผนปฏิรูป ขณะที่ต้นทุนค่าน้ำมันลดลง

บมจ.การบินไทย แจ้งผลการดำเนินงานปี 58 ขาดทุนสุทธิ 13,068 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 5.99 บาท ลดลง 16.30% จากปีก่อนที่ขาดทุน 15,612 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 7.15 บาท โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 3,512 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายที่จ่ายครั้งเดียวที่เกิดจากการดําเนินการตามแผนปฏิรูป จํานวน 4,167 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน 12,157 ล้านบาท

THAI ชี้แจงว่า ในปี 2558 บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนจากการดําเนินงาน จํานวน 1,304 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 21,715 ล้านบาท หรือ 94.3% เนื่องจากค่าใช้จ่ายรวมลดลงจากปี ก่อน 11.2% จากค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 20.2% และค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันลดลง 6.0% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด

ขณะที่รายได้รวมลดลง 2,239 ล้านบาท หรือ 1.2% ซึ่งเป็นผลจากรายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกิน ลดลง 2,393 ล้านบาท หรือ 1.5% โดยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6.5% คิดเป็นราว 9,800 ล้านบาท

แต่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย 2.46 บาท/RPK ลดลง 0.20 บาท หรือ 7.4% คิดเป็นเงินประมาณ 12,180 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยลดลงเกิดจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเฉลี่ยในปี 2557 ทําให้รายได้ต่อหน่วยลดลงประมาณ 0.10 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 6,090 ล้านบาท

ทั้งนี้หากไม่รวมผลของการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยจะลดลง 0.10 บาท หรือ 3.8 % คิดเป็นเงินประมาณ 6,090 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการแข่งขันที่รุนแรง และการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน (Fuel Surcharge) ตามราคาน้ำมันที่ลดลง

หุ้น THAI ล่าสุด 14.50 น. อยู่ที่ 11.50 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.71% มูลค่าซื้อขายรวม 124 ล้านบาท

http://www.moneychannel.co.th/news_detail/8984/THAI-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-58%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-1.3-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%A5.-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%87-16.3
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: เมษายน 16, 2016, 02:39:05 pm »

'บินไทย'มั่นใจพลิกกำไร ชี้ไตรมาสแรกอัตราผดส.เฉลี่ย75-77%



"ณรงค์ชัย" เผยมั่นใจ "บินไทย" พลิกกำไร ชี้ไตรมาสแรกอัตราผดส.เฉลี่ย75-77%

นายณรงค์ชัย ว่องธนะวิโมกข์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการเงินและการบัญชี บมจ.การบินไทย (THAI) คาดว่าในไตรมาส1/59 จะมีอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) เฉลี่ยที่ 75-77% สูงกว่าในไตรมาส 1/58 ที่มี cabin factor ระดับ 73-74% เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเดินทางมากขึ้น โดยปีนี้ยอดผู้โดยสารสูงมากในเดือนก.พ. ทึ่มีเทศกาลตรุษจีน ต่างจากปีก่อนที่ยอดผู้โดยสารสูงในเดือนม.ค.

ขณะที่ยอดผู้โดยสารยังคงดีต่อเนื่องในเดือนมี.ค. จนถึงเม.ย. ทำให้คาดว่าในเดือนเม.ย.จะมี cabin factor ใกล้เคียงไตรมาส 1/59 อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาล (Low Season) บริษัทก็ได้เริ่มทยอยออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อหาลูกค้าต่อเนื่อง ขณะเดียวกันสถานการณ์ตลาดในยุโรปยังไม่ค่อยดีนักหลังจากเหตุวางระเบิดในสนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ส่งผลกระทบต่อบริษัทพอสมควร แต่ก็ได้ตลาดญี่ปุ่น จีน และเกาหลีเข้ามาชดเชย

"ทั้งปีคิดว่า cabin factor คงไม่ถึง 80% โดยใน 3 เดือนข้างหน้าคือพ.ค. ,มิ.ย. และก.ค.เป็นช่วง Low Season ก็ยังไม่แน่ใจ แต่เราก็เตรียมรับมือแล้ว เดือนเม.ย. cabin factor ขึ้นมาพอใจระดับหนึ่ง เพราะ cabin factor ขึ้นมา 1% ก็คือรายได้ 2 พันกว่าล้านบาท" นายณรงค์ชัย กล่าว

นายณรงค์ชัย คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้น่าจะมีกำไรอยู่บ้างแต่ไม่มาก จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยต้นทุนน้ำมันขณะนี้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ แม้ราคาน้ำมันปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40-45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลก็ตาม ขณะที่บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันระดับ 47% ในปีนี้ เทียบกับปีก่อนที่ทำไว้ระดับ 80%

นอกจากนี้ในปีนี้การบินไทยก็ยังดำเนินการแผนฟื้นฟูกิจการต่อเนื่องจากปัจจุบันที่เดินหน้าแผนไปได้แล้ว 60-70% ส่วนแผนที่เหลือ ได้แก่ การจัดหาระบบเข้ามาสนับสนุนการขาย เช่น ระบบ Revenue Management ระบบ Network

ส่วนการปรับแผนการรับมอบเครื่องบินใหม่นั้น นายณรงค์ชัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ผลิตเครื่องบิน ซึ่งไม่ง่ายนักเพราะมีภาระผูกพันต่างๆ อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเดือนเม.ย. หรือเดือนพ.ค.นี้

ทั้งนี้ ตามแผนเดิมบริษัทจะต้องรับมอบเครื่องบินใหม่ 14 ลำ ในช่วงปี 59-61 คือในกลางปีนี้รับมอบ 2 ลำ เป็น แอร์บัส A350 และในปี 60 รับมอบ 7 ลำเป็นแอร์บัส A350 จำนวน 5 ลำ และโบอิ้ง B787 จำนวน 2 ลำ และในปี 61 รับมอบอีก 5 ลำ เป็นแอร์บัส A350 ทั้งหมด


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/694309/
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: เมษายน 25, 2016, 12:17:23 pm »

"บินไทย" ลุยลดค่าใช้จ่าย-หวังขึ้น 1 ใน 5 สายการบินระดับโลก

24 เม.ย 2559 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


"การบินไทย" เพิ่มดีกรีลุยแผนลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันให้ได้อีกกว่า 5 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย "คนร." พร้อมมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานให้ทัดเทียมสายการบินแถวหน้าของโลก ตั้งเป้าไต่อันดับติด 1 ใน 5 อันดับแรกของสายการบินระดับโลก ด้านวงในแย้มปีนี้รายได้รวมทะลุ 1.9 แสนล้าน ฟันกำไรที่ 2 พันล้านบาทได้ไม่ยาก

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันให้ได้มากกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเป้าหมายที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้สั่งการไว้ หากลดได้สูงกว่าเป้าหมาย จะทำให้การบินไทยสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว โดยทุกฝ่ายงานจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เทียบเคียงสายการบินคู่แข่ง

นายจรัมพรกล่าวด้วยว่า สำหรับแผนการเพิ่มรายได้นั้น เมื่อช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่ผ่านมา การบินไทยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟกเตอร์) อยู่ที่ 77% ก็ต้องยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้มีเคบินแฟกเตอร์มากกว่า 80% เช่นเดียวกับสายการบินระดับโลก

"งานยากจบไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้การบินไทยจะมุ่งปรับกระบวนการทำงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เท่ากับสายการบินระดับโลกรายอื่น ๆ โดยตั้งเป้าติด 1 ใน 5 อันดับแรกของสายการบินที่ดีที่สุดในโลก ทั้งการจัดอันดับโดยสกายแทร็กซ์ และสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาต้า หลังจากก่อนหน้านี้ การบินไทยเคยได้อันดับ 6 สูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามาแล้ว"

ด้าน แผนการเปิดเส้นทางบินใหม่ในปีนี้ นายจรัมพรกล่าวว่า บริษัทเตรียมกลับไปบินเส้นทางกรุงเทพฯ-มอสโก (รัสเซีย) อีกครั้ง ในเดือนตุลาคม 2559 นี้ พร้อมให้ความสำคัญกับตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยเตรียมเปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-เซบู (ฟิลิปปินส์) เพิ่ม

ขณะที่เส้นทางบินไปสหรัฐอเมริกา ต้องรอสำนักงานบริหารองค์การการบินแห่งสหรัฐ (FAA) ปลดล็อกผลการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพของกรมการบินพลเรือนเดิม ซึ่งได้ลดเกรดจาก CAT 1 เป็น CAT 2 เมื่อกลางปี 2558 หากปลดล็อกได้เมื่อไร บริษัทจะกลับไปบินสหรัฐอีกครั้ง แต่ขอย้ำว่าไม่ใช่เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอสแองเจลิส (LA) แน่นอน เพราะเดิมนั้นแผนการตลาดมันผิดและบิดเบือน

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย กล่าวว่า 1 ปีที่นับตั้งแต่เดินแผนปฏิรูปองค์กร พบว่าการบินไทยเดินมาถูกทางแล้ว เพราะสามารถลดค่าใช้จ่าย และเคลียร์ไปได้หลาย ๆ เรื่อง เช่น การขายเครื่องบินเก่าไปได้ถึง 20 กว่าลำ ประสิทธิภาพการดำเนินงานมีมากขึ้น ทั้งนี้เห็นได้จากเครื่องบินน้อยลง แต่มีผู้โดยสารมากขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถบริหารราคาตั๋วบินในท้องตลาดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงคู่แข่งมาก ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องหลักของการสร้างรายได้ อีกเรื่องคือการพัฒนาบริการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ ตอบโจทย์การเป็นสายการบินพรีเมี่ยมแอร์ไลน์

"ปีนี้จะเป็นปีแห่งการยกระดับคุณภาพบริการทุกระดับชั้นที่นั่ง เป็นไปตามกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน หลังจากปีที่แล้ว การบินไทยได้ปรับปรุงชั้นธุรกิจไปแล้วบางส่วน บนเครื่องบินแอร์บัส A380 และ โบอิ้ง 777 เส้นทางไปยุโรปและญี่ปุ่น สร้างความพึงพอใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างดี"

นอกเหนือจากการปรับปรุงที่นั่งชั้นโดยสารแล้ว การบินไทยได้ทยอยปรับปรุงเว็บไซต์ เชื่อมโยงข้อมูลของการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า พร้อมรุกทำตลาดต่าง ๆ เพิ่มความหลากหลายของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เช่น กลุ่มลูกค้าองค์กร และหน่วยงานราชการ

ทั้งนี้ การบินไทยยังเตรียมขยายรายได้จากธุรกิจใหม่ด้วย เช่น รายได้จากการซ่อมเครื่องบิน หลังจากเห็นแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุง จากปริมาณการสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมาก เฉพาะในภูมิภาคเอเชีย มียอดการสั่งซื้อหลายพันลำในอนาคต จึงเป็นโอกาสที่ดีของการบินไทยในการขยายธุรกิจนี้

ขณะที่แหล่งข่าวจากการบินไทยรายหนึ่งกล่าวเสริมว่า ในที่ประชุม คนร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา การบินไทยได้รายงานถึงผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิรูป โดยในช่วงหยุดภาวะขาดทุนตั้งแต่ปี 2558-2559 การบินไทยได้ดำเนินงานไปตามแผนเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มข้น ส่งผลให้ช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 นี้ การบินไทยมีกำไรอยู่ที่ 500 ล้านบาท จากรายได้ 4.8 หมื่นล้านบาทและคาดว่าตลอดปีจะมีกำไรสุทธิ 2 พันล้านบาท จากรายได้ 1.94 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปี 2558 ซึ่งปิดไปที่ตัวเลข 1.82 แสนล้านบาท จากโมเมนตัมน่าจะทำให้ปี 2560 มีผลการดำเนินงานดี ก้าวสู่การเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 722
    • ดูรายละเอียด
Re: THAI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2017, 12:21:15 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ KGI

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000319586/Alert_THAI_2017_05_22_th.pdf
บันทึกการเข้า