เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 34899 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 12:44:02 pm »

บทวิเคราะห์ จากหลักทรัพย์กรุงศรี

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000233193/R_SPCG_140225.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2014, 09:55:32 am »

บล.กรุงศรี : SPCG แนะนำ "เก็งกำไร" มูลค่าพื้นฐานที่ให้ไว้ 21.40 บาท (Sum-of-the-parts)

กำไรสุทธิ 4Q56 ขยายตัวโดดเด่น QoQ และ YoY ตามคาดกำไรสุทธิ 4Q56 ขยายตัว 105%QoQ และ 1,133%YoY ตามคาด

SPCG มีกำไรสุทธิงวด 4Q56 เท่ากับ 199 ล้านบาท (+105%QoQ, +1,133%YoY) ใกล้เคียงกับที่คาดไว้
การเติบโตก้าวกระโดดทั้ง QoQ และ YoY เป็นผลจากจำนวนโครงการโซลาร์ฟาร์มมีการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 21 โครงการ เทียบกับ 20 โครงการ ใน 3Q56 และ 9 โครงการ ใน 4Q55 พร้อมกับมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 69% เทียบกับ 67% ใน 3Q56 และ 47% ใน 4Q55 ตามสัดส่วนผลประกอบการจากธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มีการบันทึกส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจำนวน 10.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8.9 ล้านบาท ใน 3Q56 และพลิกจากส่วนแบ่งขาดทุน 1.7 ล้านบาท ใน 4Q55 อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยจ่ายงวด 4Q56 เพิ่มขึ้นเป็น 199 ล้านบาท (+16%QoQ, +145%YoY) เนื่องจากยอดเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้นตามการเริ่มดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์มเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 56 (+22%QoQ, +143%YoY) ภาพรวม SPCG รายงานกำไรสุทธิปี 56 เท่ากับ 499 ล้านบาท (+824%YoY) การเติบโตโดดเด่นเป็นผลจากการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโซลาร์ฟาร์มรวม 21 โครงการ เทียบกับปี 55 ที่ผลิตไฟฟ้าได้ 9 โครงการ พร้อมกับมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 18.6 ล้านบาท เทียบกับส่วนแบ่งขาดทุน 1.8 ล้านบาท ในปี 55

การเริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ล่าช้ากว่าคาดการณ์ของเรา
ณ เดือน ก.พ. 57 บริษัทมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวน 27 โครงการ (รวมโซลาร์ฟาร์ม AJ และ TPN ซึ่งถือหุ้นเพิ่มเป็น 75% และ 100% ตั้งแต่ต้นปี 57) จากทั้งหมด 36 โครงการ คงเหลือโครงการที่ยังไม่เริ่มผลิตไฟฟ้าอีก 9 โครงการ ถือว่าล่าช้ากว่าประมาณการของเราที่คาดว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ทั้งหมดภายใน 1Q57 นี้ ดังนั้น เราจึงมีโอกาสปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 57 เพื่อสะท้อนความล่าช้าดังกล่าว หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ในสัปดาห์หน้า

คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" มีแนวโน้มปรับประมาณการผลประกอบการ
เราอยู่ระหว่างทบทวนผลประกอบการปี 57 และมูลค่าพื้นฐานที่ให้ไว้ 21.40 บาท (Sum-of-the-parts) เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากการเริ่มผลิตไฟฟ้าโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ช้ากว่าคาด รวมถึงฐานะทางการเงินที่อ่อนแอ มีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ สิ้นปี 56 เท่ากับ 4.7x แต่ยังคงคำแนะนำ "เก็งกำไร" หลังจากราคาหุ้นชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมาหนุนให้มีส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้นเป็น 16.3%


Analysts : Apisak Limthumrongkul Registration No. 13130 Technical Analyst Charnvut Taechaamorntanakij Registration No. 14532 charnvut.taechaamorntanakij@krungsrisecurities.com


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2014, 09:56:29 am »

บล.ทรีนีตี้ : SPCG แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 23.40 บาท อิงวิธี DCF มี upside ราว 27%

กำไร 4Q56 ดีกว่าคาดเล็กน้อย…ปี 57 รายได้ 36 โครงการหนุน
4Q56 มีกำไรสุทธิที่ 198 ล้านบาท +104%QoQ +3763%YoY โดยได้แรงหนุนจากโซลาร์ฟาร์มอีก 2 โครงการ ขนาดรวม 15 MW ส่งผลให้กำลังการผลิตในไตรมาสนี้ขยับเพิ่มเป็น 152 MW แนวโน้มปี 57 คาดจะรับรู้รายได้จากโครงการโซล่าร์ฟาร์มทั้งหมด 36 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวม 260 MW ตั้งแต่ 3Q57 เป็นต้นไป โดยปัจจุบัน การก่อสร้างอีก 9 โครงการที่เหลือ (90 MW) แล้วเสร็จไปกว่า 90% อย่างไรก็ตาม เรามองว่า ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆรวมถึงแผนการลงทุนเข้ามาหนุนในระยะสั้น เนื่องจากยังติดขัดเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเม็ดเงินทุนทุนในอนาคต อาจมาจากการออกหุ้นเพิ่มทุนหรือ PP เนื่องจากบริษัทมีข้อจำกัดด้านเงินกู้ ซึ่งสัดส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 5.70 เท่า ทั้งนี้ เรายังคงประมาณการกำไรปี 57 ที่ 1,178 ล้านบาท ประเมินราคาเป้าหมายที่ 23.40 บาท อิงวิธี DCF มี upside ราว 27% แนะนำ "ซื้อ"

ผลการดำเนินงาน 4Q56 มีกำไรสุทธิ 198 ล้านบาท +104%QoQ +3763%YoY ดีกว่าที่เราคาดไว้ที่ 148 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจาก (1) โครงการโซล่าร์ฟาร์ม 2 โครงการๆ ละ 7.46 MW ที่จังหวัด ขอนแก่น ซึ่งรับรู้รายได้โครงการ ขอนแก่น2 เต็มไตรมาส ขณะที่เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการขอนแก่น 7 ช่วง ต.ค 56 (2) ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิมากขึ้น QoQ เนื่องจากไม่ใช่ฤดูฝน ทำให้ความเข้มข้นของแสงส่งผ่านไปยังแผนโซล่าร์ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดย ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพิ่มขึ้น ราว 5 ล้านบาท และ 1 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังรับรู้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากการติดตั้งแผงโซล่ารูฟ ราว 16.3 ล้านบาท ให้แก่ลูกค้า ซึ่งอัตรากำไรขึ้นต้นจากการติดตั้งโซล่ารูฟนั้นค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ราว 15% QoQ เป็นผลมาจากดอกเบี้ยจ่ายและค่าธรรมเนียมการกู้ยืมสูงขึ้น

เตรียมรับรู้รายได้เพิ่ม จาก 2 โครงการ : ขนาดโครงการละ 7.46 MW (โครงการบุรีรัมย์ 3 และ นครพนม 3) โดยบริษัทได้ทำการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของฟาร์มทั้งสองแล้ว คาดจะเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายใน ก.พ 57 ซึ่งจะเข้ามาช่วยหนุนผลกำไรตั้งแต่ 1Q57

อีก 9 โครงการที่เหลือ แล้วเสร็จไปกว่า 90% : ขนาดกำลังการผลิตราว ราว 90 MW โดยจะใช้เวลาราว 1-2 สัปดาห์ในการเชื่อมระบบส่ายส่งของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเรามองว่าบริษัทจะเริ่มทยอยขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ 2Q57 เบื้องต้น คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้ทั้ง 36 โครงการ เต็มไตรมาสตั้งแต่ 3Q57 เป็นต้นไป

นอกเหนือจาก 36 โซลาร์ฟาร์ม ยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาเพิ่มมูลค่าในระยะสั้น : เรามองว่าแผนการลงทุนในอนาคตยังไม่ชัดเจน เนื่องจากยังติดขัด เรื่องการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น ในกรณีที่ไม่สามารถจัดตั้งได้ เรามองว่าช่องการการระดมทุน น่าจะเป็น Private Placement หรือการออกหุ้นเพิ่มทุน ขณะที่การกู้ยืมจากธนาคารอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากระดับสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยผูกพันต่อทุน (Interest Bearing Debt/Equity) ปัจจุบันอยู่ที่ 5.7 เท่า

คงประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ที่ 1,178 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐาน โครงการโซล่าร์ฟาร์มที่เหลืออีก 9 โครงการ เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ ก.ค 57 เป็นต้นไป ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 57 ที่ 23.40 บาท อิงวิธี DCF (WACC 9.78% Terminal Growth Rate 0%) มี upside ราว 27% นอกจากนี้ เราประเมินเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 57 ที่ 0.56 บาท ต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ราว 3% คงคำแนะนำ "ซื้อ"


นักวิเคราะห์ ดุลเดช บิค, CFA, FRM, CAIA เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 029932 duladeth@trinitythai.com


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2014, 09:57:43 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ kimeng

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000233124/140125_SPCG_t.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:42:07 am »

SPCG เผย 27-28 ก.พ. นี้ เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ 2 โครงการโซล่าฟาร์ม รับรู้รายได้ทันที ส่งผลจำหน่ายไฟ โซล่าฟาร์มได้แล้ว 25 โครงการ รวม 167.01 เมกะวัตต์
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ก.พ. 57 13:27 น.

นายสมศักดิ์ กุญชรยาคง กรรมการ บริษัท เอสพีซีจี จากัด (มหาชน) (SPCG) เปิดเผยความคืบหน้า การเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operating Date: COD) ของโครงการโซล่าฟาร์ม ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ อีก 2 โครงการ คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (นครพนม 2) จำกัด กำลังการผลิต 7.46 เมกะวัตต์ และ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (หนองคาย 1) จำกัด กำลังการผลิต 7.46 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 27 และ 28 กุมภาพันธ์ ตามลำดับ โดยบริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นต้นไป เป็นผลให้บริษัทฯ มีโครงการโซล่าฟาร์มที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว รวมทั้งสิ้น 25 โครงการ รวมกำลังการผลิต 167.01 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ทำการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแล้วเสร็จ และเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าของโครงการโซลาร์ฟาร์มได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพิ่มเติมอีกจำนวน 1 โครงการ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (อุดรธานี 1) จำกัด สำหรับโครงการที่เหลือจานวน 8 โครงการ มีความคืบหน้าตามแผนการที่ได้วางไว้ และคาดว่าจะเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสแรกของปี 2557 นี้

ทั้งนี้ บริษัทเป็น ผู้นำในการพัฒนาโครงการโซล่าฟาร์ม รวม 36 โครงการ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (“กฟภ.”) และได้รับเงินสนับสนุน (Adder) จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จำนวน 8 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยได้รับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าไปแล้วจำนวน 23 โครงการ นั้น


เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน อีเมล์. pimrapas@efinancethai.com

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มีนาคม 17, 2014, 10:46:27 am »

บอร์ด SPCG อนุมัติออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 4 พันลบ. เพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป 83 ล้านหุ้น ขาย PP สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มี.ค. 57 9:49: น.

   บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)หรือ SPCG รายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จาก 839,991,048 บาท เป็น 923,990,000 บาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน จานวน 83,998,952 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 83,998,952 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนแบบมอบอานาจทั่วไป (General Mandate)เพื่อจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจากัด (PP)โดยจะกำหนดราคาเสนอขาย วันและเวลาที่เสนอขาย และรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ อีกครั้ง โดยบริษัทฯ ดาเนินการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่บริษัทฯ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี กำหนดวันประชุมเป็นวันที่ 25 เมษายน 2557   

อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้ ในวงเงินไม่เกิน 4,000 ล้านบาท โดยมี อายุไม่เกิน 5 ปี เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปและ/หรือให้แก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง อัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดในขณะที่ออกและเสนอขายหุ้นกู้   

ทั้งนี้ จะนำเงินทีได้จรากการออกหุ้นกู้ ไปชำระคืนเงินกู้เดิมของบริษัทฯ และใช้ในการดำเนินงานหรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ


เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มีนาคม 17, 2014, 10:48:16 am »

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : SPCG แนะนำซื้อ ราคาเหมาะสมก่อนปรับประมาณการที่ 22.80 บาท

มุมมอง “บวก” จากการเลือกใช้หุ้นกู้ปรับโครงสร้างหนี้  

ประเด็นการลงทุน : มติการเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ส่วนทุน จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากประมาณการได้ 7% ในปี 2558, การจ่ายปันผลที่เร็วกว่าคาด 1 ปี รวมถึงการปลดเงื่อนไขในการเข้าไปลงทุนธุรกิจใหม่นอกเหนือโซล่าฟาร์มได้ ซึ่งในคราวเดียวกันนี้ SPCG จะขอมติเพิ่มทุนแบบจำเพาะเจาะจง (PP) แบบ General mandate ไว้ด้วย ซึ่งมองว่าเป็นการเตรียมพร้อมในลำดับถัดไปสำหรับการลงทุนในอนาคตในกรณีที่ต้องมี Strategic partner เรามีแนวโน้มปรับประมาณการกำไรขึ้นหากแผนการเสนอขายหุ้นกู้ได้รับการอนุมติ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมก่อนปรับประมาณการที่ 22.80 บาท/ หุ้น อิง SOTP  

มติออกหุ้นกู้ไม่เกิน 4,000 ล้านบาท : SPCG แจ้งตลาดฯว่าในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 วันที่ 25 เม.ย. 2557 จะเสนอวาระการออกเสนอขายหุ้นกู้ ขนาดไม่เกิน 4 พันล้านบาท อายุไม่เกิน 5 ปี โดย SPCG เปิดเผยกับเราเพิ่มเติมว่า จะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนเงินกู้ส่วนทุน (Equity Bridging Loan, EBL) ที่มีภาระหนี้อยู่ราว 2.9 พันล้านบาท บนฐานดอกเบี้ยจ่ายที่สูงราว 11% ต่อปี
โดยหากได้รับการอนุมัติ ก็จะดำเนินการเสนอขายให้เร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยให้
(1) ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายราว 120-180 ล้านบาท/ ปี หรือเทียบได้กับราว 14% ของประมาณการปี 2557
(2) ปลดเงื่อนไขทางการเงินของ EBL ที่เข้มงวดได้ ทำให้ SPCG จ่ายปันผลได้เร็วขึ้นเป็นปี 2557 ได้ (เร็วกว่าสมมติฐานของเราที่ 1.30 บาทในปี 2558) และ สามารถเดินหน้าลงทุนอื่น นอกเหนือจากธุรกิจโซล่าฟาร์มได้
โดยเบื้องต้นเราประเมินว่าการประหยัดดอกเบี้ยนี้ มีแนวโน้มทำให้กำไรสุทธิปี 2557-58 จะเพิ่มขึ้น 4% และ 7% ตามลำดับ หรือ EPS จะเพิ่มขึ้นราว 0.18 บาท/ ปี  

มติเพิ่มทุนแบบจำเพาะเจาะจง 10% : ในคราวเดียวกันนี้ SPCG จะขออนุมัติการเพิ่มทุนแบบจำเพาะเจาะจง (Private placement) ในรูปแบบมอบอำนาจทั่วไป (General mandate) จำนวน 84 ล้านหุ้น ในกรอบระยะเวลาภายใน 1 ปี ซึ่งผู้บริหารได้เคยเปิดเผยกับเราว่า หากมีการเพิ่มทุนก็จะเป็นการเพิ่มทุนสำหรับโอกาสในการลงทุนใหม่ที่เหมาะสมเข้ามา ไม่ได้เป็นการเพิ่มทุนเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (ซึ่งในกรณีเลือกใช้หุ้นกู้) ดังนั้นมติ PP นี้ จึงสอดคล้องกับการเปิดเผยก่อนหน้า และเป็นการเปิดทางในกรณีที่บริษัทต้องการผู้ร่วมลงทุนที่มีศักยภาพ (Strategy partner)  

คำแนะนำการลงทุน : เรามองว่าแผนการออกหุ้นกู้นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทชัดเจน และมีแนวโน้มที่เราจะต้องปรับประมาณการกำไร และราคาเหมาะสมขึ้น ส่วนการขอมติเพิ่มทุนนั้น เรามีความเห็น “เป็นกลาง” เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนของโครงการใหม่ที่จะลงทุน รวมถึงผู้ร่วมทุนที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุน ขณะที่ dilution effect ที่อาจเกิดบน EPS ได้นั้น ก็จำกัดเพียง 9% เท่านั้น ราคาหุ้นปัจจุบันยังคงต่ำกว่าราคาเหมาะสม 18% เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”   

ความเสี่ยง : ภัยธรรมชาติ, ความล่าช้าในการก่อสร้าง


จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์http://www.maybank-ke.co.th(02) 658-6300


เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล อีเมล์. reporter@efinancethai.com
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: มีนาคม 17, 2014, 10:48:52 am »

บล.ธนชาต : SPCG แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 26.00 บ.

ออกหุ้นกู้ 4 พันลบ. และหุ้นใหม่ 10% สำหรับบุคคลในวงจำกัด
บอร์ดอนุมัติแผนออกหุ้นกู้ 4 พันลบ. สำหรับการรีไฟแนนซ์หนี้…
…และออกหุ้นใหม่ 84 ล้านหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด
เรามองว่าเป็นบวกและน่าจะบรรเทาความกังวลของตลาด
คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยคาดกำไรเติบโตแข็งแกร่ง

ประชุมคณะกรรมการของ SPCG มีมติอนุมัติที่สำคัญใน 2 ประเด็น และมีแผนที่จะขออนุมัติผู้ถือหุ้นในประเด็นดังนี้
(1) แผนการออกหุ้นกู้ 4 พันลบ. เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้
(2) ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 83,998,952 หุ้น โดยกำหนดให้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยวิธีเสนอขายหุ้นต่อบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เพื่อการขยายโครงการในอนาคต
เรามองว่าเป็นข่าวดี ซึ่งข่าวนี้น่าจะทำให้ปัจจัยลบกดดันราคาหุ้นจางหายไป เนื่องจากแผนรีไฟแนนซ์ในที่สุดก็มีข้อสรุป
เราเห็นประโยชน์ของการออกหุ้นกู้ แม้จะไม่ลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่สูงมากที่ 5 เท่า ในปี 1Q14 เนื่องจาก:
(1) น่าจะช่วยลดดอกเบี้ยจ่ายราว 150-160 ลบ. (สมมติอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วที่ 6% เทียบกับอัตราดอกเบี้ยจ่ายปัจจุบันที่ 11-12%)
(2) เงื่อนไขที่ผู้ให้กู้กำหนดจะถูกปลดล๊อค SPCG น่าจะสามารถจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น และลงทุนในโครงการใหม่

SPCG ไม่มีเงินเพียงพอที่จะลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด 36 โครงการในช่วงต้น ดังนั้นบริษัทฯ จึงกู้ยืมจากธนาคาร และนำไปคืนหนี้ในส่วนทุนของโครงการ (ขณะที่ส่วนหนี้ของโครงการเป็นการจัดหาเงินกู้แบบโครงการปกติ) จำนวนเงินรวมปัจจุบันอยู่ที่ 2.9 พันลบ อัตราดอกเบี้ยจ่ายสูงถึง 10-12% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้น 1% ในปี 2015 SPCG จะใช้เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้เพื่อชำระหนี้คืนในส่วนนี้
ในกรณีเลวร้ายสุด หากการออกหุ้นกู้ไม่ประสบความสำเร็จ บริษัทฯ มีแผนที่จะจ่ายคืนหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงส่วนนี้ ซึ่งน่าจะถูกชำระคืนทั้งหมดภายในกลางปี 2015
สำหรับแผนการออกหุ้นใหม่ให้บุคคลในวงจำกัด บริษัทฯ ยืนกรานว่าแผนนี้น่าจะดำเนินการเฉพาะถ้าบริษัทฯ มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ใหม่เท่านั้น
เรายังคงแนะนำ "ซื้อ" SPCG เนื่องจากเราเห็นความเสี่ยงกำลังลดลงเมื่อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 36 โครงการดำเนินงานภายใน 2Q14 บริษัทฯ น่าจะมีกระแสเงินสดอิสระกลับมาเป็นบวกจากที่เป็นลบ ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิลดลงจากระดับสูงสุดที่ 5 เท่า ใน 1Q14 ปัจจุบันเราอยู่ในช่วงการปรับประมาณการกำไร เนื่องจากวัน COD ของ 9 โครงการล่าช้าออกไป 3 เดือน


นักวิเคราะห์:Supanna Suwankird | Email: supanna.suw@thanachartsec.co.th



( นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-664-4451-2 อีเมล์: reporter@hooninside.com )



ที่มา: หุ้นอินไซด์


วันที่ : 14 มีนาคม พ.ศ. 2557

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: มีนาคม 25, 2014, 11:58:51 am »

บล.กรุงศรี : SPCG แนะนำ"เก็งกำไร" ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลง 2% เหลือ 21 บาท (Sum-of-the-parts)

ฐานะทางการเงินเริ่มมีพัฒนาการทางบวก
เราคาดหวังเห็นการออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในปี 57 หลังจากแผนการปรับโครงสร้างทางการเงินในปัจจุบันแล้วเสร็จ ซึ่งช่วยหนุนให้ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งมากขึ้นและมีเงินทุนสำหรับการต่อยอดธุรกิจในอนาคต พร้อมกันนี้ เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลง 14% สะท้อนการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการโซลาร์ฟาร์มช้ากว่าคาด แต่ยังคงเติบโตโดดเด่น YoY ในปี 57-58 คงคำแนะนำ เก็งกำไร และปรับลดมูลค่าพื้นฐานลง 2% เหลือ 21 บาท (Sum-of-the-parts)

COD โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มได้แล้ว 67%
ปัจจุบัน SPCG สามารถผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มรวม 28 โครงการ จากทั้งหมด 36 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้า 167 เมกะวัตต์ หรือ 67% ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม นอกจากนี้ มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มแล้วเสร็จสำหรับ 8 โครงการที่เหลือ และอยู่ระหว่างขั้นตอนรอจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งบริษัทคาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ราวเดือน เม.ย. 57 นี้ อย่างไรก็ดี แผนการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ดังกล่าวถือว่าล่าช้ากว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ครบทั้ง 36 โครงการตั้งแต่ต้นปี 57 ที่ผ่านมา

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลง 14%
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลง 14% เหลือ 1.27 พันล้านบาท สะท้อนการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มช้ากว่าคาด แต่คงสมมติฐานอัตราค่าไฟฟ้าฐาน (Base Tariff) และค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ไว้ที่ 3.85 บาท/หน่วย และ 0.54 บาท/หน่วย ตามลำดับ ประมาณการกำไรสุทธิปี 57 เติบโตโดดเด่น 155%YoY เป็นผลจากสมมติฐานโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มผลิตไฟฟ้าได้ครบทั้ง 36 โครงการ ตั้งแต่เดือน เม.ย. 57 เป็นต้นไป เทียบกับปี 56 ที่มีการผลิตไฟฟ้าจำนวน 21 โครงการ และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจาก 67% ในปี 56 เป็น 69% ในปี 57 พร้อมกันนี้ คาดว่ากำไรสุทธิปี 58 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 37%YoY ผลจากการผลิตไฟฟ้าครบทั้ง 36 โครงการเต็มที่ทั้งปี

แผนเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินผ่านการออกหุ้นกู้และเพิ่มทุน PP
บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนการออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 4 พันล้านบาท พร้อมกับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 84.0 ล้านหุ้น เพื่อใช้สำหรับชำระคืนเงินกู้เดิม พร้อมกับรองรับการขยายธุรกิจและจ่ายเป็นเงินปันผลในอนาคต โดยเฉพาะเงินกู้ส่วนทุน (Equity Bridging Loans) กับสถาบันการเงินที่ปัจจุบันมียอดเงินกู้ราว 3.0 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้พิเศษที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป ในเบื้องต้น หากประเมินอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้สำหรับระยะเวลา 5 ปี ไว้ที่ 4% ต่อปี พร้อมกับราคาขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 18 บาท/หุ้น คาดว่าจะช่วยให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณปีละ 80-100 ล้านบาท พร้อมกับอัตราส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Net D/E ratio) ปี 56 ลดลงจาก 4.7x เหลือ 3.5x ทั้งนี้ บริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 25 เม.ย. 57 นี้ เพื่อขออนุมัติแผนฯ ดังกล่าว

คาดเห็นการออกกองทุน SPCGIF ในปี 57
ในกรณีที่บริษัทสามารถปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินดังกล่าวแล้วเสร็จ เราคาดว่าจะเห็นการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน SPCGIF ได้ภายในปี 57 นี้ เนื่องจากแผนการจัดตั้งกองทุนฯ ที่ล้มเหลวในปีที่ผ่านมา เป็นผลจากข้อกำหนดของเงินกู้ส่วนทุน (Equity Bridging Loans) ของบริษัทที่บังคับให้ต้องนำเงินที่ได้จากกองทุนฯ ชำระคืนเงินกู้ส่วนทุนก่อน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการออกกองทุนฯ ทั้งนี้ คาดว่ารูปแบบการจัดตั้งกองทุนฯ ในปี 57 จะใกล้เคียงกับแผนการเดิม คือ มีมูลค่าประมาณ 5.6 พันล้านบาท โดยบริษัทจะขายรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ 10-16 (รวม 7 โครงการ) เป็นเวลา 10 ปี ให้แก่กองทุนฯ

คงคำแนะนำ "เก็งกำไร" ฐานะการเงินทยอยดีขึ้นเป็นลำดับ
แม้ว่าผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 57-58 พร้อมกับผลกระทบทางบวกจากแผนการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่จะมีความชัดเจนหลังจากประชุมผู้ถือหุ้น แต่เราคาดว่าฐานะการเงินจะเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากการออกกองทุน SPCGIF สำเร็จ ซึ่งจะหนุนให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงสู่ระดับ 2x และมีฐานเงินทุนรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต คงคำแนะนำ เก็งกำไร และปรับลดมูลค่าพื้นฐานลง 2% เหลือ 21 บาท (Sum-of-the-parts) สะท้อนการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิ

Analysts : Charnvut Taechaamorntanakij Registration No. 14532 charnvut.taechaamorntanakij@krungsrisecurities.com


เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม อีเมล์. reporter@efinancethai.com
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: เมษายน 10, 2014, 01:12:24 pm »

SPCG สดใสเช้านี้ หลังโบรกฯ คาดจะจ่ายปันผลงวดปี 57เป็นครั้งแรกที่ 1.02 บาท/หุ้น แนะนำ "ซื้อ"

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 เม.ย. 57 10:20 น.

  ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว ราคาหุ้น บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)หรือ SPCG ว่า ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 2% โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอับดับ 8 ของการซื้อขายเช้าวันนี้ (10.09 น.) หลังโบรกฯ มองว่าการเสนอขายหุ้นกู้ จะช่วยปรับโครงสร้างหนี้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อกำไรในอีก 2 ปี ข้างหน้า และคาด SPCG จะจ่ายปันผลงวดปี 2557 เป็นครั้งแรกที่ 1.02 บาท/หุ้น  

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) ระบุว่า ประเด็นการลงทุนสำหรับ SPCGมองว่าการเสนอขายหุ้นกู้ เพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ต่อประมาณการกำไรปี 2558-59 ที่เพิ่มขึ้น 7%-5%, การจ่ายปันผลที่เร็วกว่าคาด 1 ปี บน Dividend Yield เฉลี่ย 6.0% รวมถึงการปลดเงื่อนไขทางการเงินให้ SPCG สามารถเข้าไปลงทุนธุรกิจด้านพลังงานทดแทนที่กำลังเปิดกว้างนอกเหนือโซล่าฟาร์มทั้ง 36 แห่งได้ ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานที่เติบต่อเนื่องยังไม่ได้สะท้อนในราคาหุ้น   

เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเหมาะสมขึ้น 23% เป็น 28.00 บาท/ หุ้น จาก WACC ของโซล่าฟาร์ม 20 แห่ง (จาก 36 แห่ง) ที่จะลดลงหลังการออกหุ้นกู้ที่จะเสนอขายใน 3Q57 นี้   

ณ เวลา 10.17 น. ราคาหุ้นอยู่ที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 1.99% มูลค่าการซื้อขาย 51.15 ล้านบาท


เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: เมษายน 10, 2014, 03:05:12 pm »

SPCG จากรายการ Stock In Trend

Stock in trend SPCG
 
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: เมษายน 11, 2014, 09:18:05 pm »

SPCG เผยล่าสุดขายไฟเพิ่มอีก 1 โครงการ ส่งผล เม.ย.นี้ขายไฟได้ทั้งหมด 29 โครงการ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 เม.ย. 57 9:41: น.

  บริษัท เอสพีซีจี จากัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า ในฐานะผู้พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้บริษัทย่อยรวม 36 โครงการ ขอรายงานความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มว่า ณ วันที่ 9 เมษายน 2557บริษัทฯ ได้ทาการก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มแล้วเสร็จและได้ทาการทดสอบเชื่อมโยงขนานเครื่องกาเนิดไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจาหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ระบบไฟฟ้าของโครงการโซลาร์ฟาร์ม ที่เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพิ่มเติมอีกจานวน 1 โครงการ คือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (เลย 2) จากัด ด้วยขนาดกาลังการผลิต 7.46 เมกะวัตต์/ชั่วโมง  

บริษัทฯ เชื่อว่าการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในครั้งนี้ จะเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันจะส่งผลให้ผู้ใช้ไฟได้รับประโยชน์สูงสุด โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มจาหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operating Date: COD) ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน 2557 ซึ่งทาให้บริษัทมีโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รวมเป็นจานวน 29 โครงการ ส่วนโครงการที่เหลืออีก 6 โครงการ อยู่ระหว่างรอที่จะเริ่มเชื่อมโยงเข้าระบบ ซึ่งบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบตามลาดับต่อไป

เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

jameworter

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.teeneepoipet.com/
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: เมษายน 19, 2014, 07:43:29 pm »

 :D :D :D :D
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: SPCG : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: เมษายน 23, 2014, 06:52:14 pm »

โบรกเกอร์เชียร์หุ้นกลุ่มไฟฟ้าพลังงานทางเลือก รับอานิสงส์ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) หน่วยละ 5-10 สตางค์ และการเติบโตของแต่ละบริษัท

บล.ธนชาต วิเคราะห์หุ้นกลุ่มไฟฟ้าพลังงานทางเลือก จากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค.อีกหน่วยละ 5-10 สตางค์ จะเป็นปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง SPCG ,GUNKUL, DEMCO, EA นอกจากนี้ยังแนะนำ “ซื้อ” KBS คาดกำไรกลับมาเติบโตดี 10-26% ในปี 2557-2559จากธุรกิจน้ำตาล โรงไฟฟ้า และเอทานอล โดยธุรกิจโรงไฟฟ้า 35MW จะเริ่มผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ เม.ย.นี้ ทำให้กำไร KBS มีคุณภาพมากขึ้น และธุรกิจเอทานอลจะเป็นตัวเร่งกำไรตั้งแต่ปี 2559เป็นต้นไป และ 4) คิดจากมูลค่าได้ค่าที่ PE 9.5-8.2x ในปี 2014-15 ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10x และให้อัตราเงินปันผล (Div. Yield) 5.2-6.1% ด้วยเป้าหมายพื้นฐานที่ 14.20 บาท

หุ้น SPCG บมจ.เอสพีซีจี จากการประชุมผู้ถือหุ้น 25 เม.ย.นี้จะปลดล็อกความสามารถในการจ่ายเงินปันผล แนะนำ “ซื้อ” SPCG (ราคาเป้าหมาย 26 บาท) ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก คาดการณ์กำไร ไตรมาส 1ปี 2557 เติบโตสูงด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเพิ่มค่า Ft เป็นปัจจัยบวกต่อกำไรไตรมาส 2ปีนี้ การประชุมผู้ถือหุ้น 25 เม.ย.นี้ เกี่ยวกับการออกหุ้นกู้ 4,000 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยลดลง และคาดว่าจะทำให้บริษัทกลับมาจ่ายปันผลได้ภายในสิ้นปี แม้ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาแต่ถ้าพิจารณาตั้งแต่ต้นปีปรับสูงขึ้นเพียง 15.8% ยัง Laggard กลุ่มที่ปรับสูงขึ้น 28-49% และเมื่อพิจารณาในทางเทคนิค ราคาหุ้นยืนได้เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.เป็นสัญญาณกลับตัว และปรับสูงขึ้นเหนือกรอบ Uptrend Channel ไปแล้ววานนี้ ทำให้มีแนวโน้มเปลี่ยนกรอบซื้อขายเป็น 20.9-24.2 บาท โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ 22.8-23.3 บาท

DEMCO บมจ. เด็มโก้เตรียมรับทรัพย์ ภายหลัง “อีโอลัส พาวเวอร์” บริษัทร่วมแจ้งจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานเดือนม.ค.-มี.ค. 57 ตามนโยบายจ่ายปีละ 2 ครั้ง คาดอีกครั้งจ่ายไตรมาส 4 ปีนี้ ได้รับเงินปันผล 116.47 ล้านบาท โดยกำหนดรับเงินในวันที่ 30 เมษายน 2557 ซึ่งถือว่าเป็นเงินปันผลงวดแรกของปี 2557 สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า บริษัทจะเร่งทำงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ 3,565 ล้านบาทให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมรับงานใหม่ โดยในปีนี้มีงานประมูลรวม 22,400 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายที่จะรับงาน 4,500-5,500 ล้านบาท

โดยธุรกิจปี 2557 กำไรสุทธิและรายได้รวมจะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้ารายได้ 6 พันล้านบาท ซึ่งมาจากงานในมือรับรู้ปี 2557 ราวๆ 2.9 พันล้านบาท (เหลืออีก 630 ล้านบาท รับปี 58) และที่เหลือเป็นการรับรู้รายได้จากส่วนแบ่งการลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัทร่วม และรับรู้รายได้งานใหม่ๆ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเหมาะสมหุ้น DEMCO ไว้ที่ 11.70 บาท จากภาพของกำไรยังอยู่ในทิศทางเพิ่มขึ้น


http://news.mthai.com/hot-news/324089.html
บันทึกการเข้า