เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 21145 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2014, 12:00:30 pm »

บล.ธนชาตระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ว่า (30 มิ.ย.57) ว่า นอกจาก Carrefour จะระงับการสั่งซื้อจาก CPF แล้ว Whole Foods ซึ่งเป็นตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐ และ ICA ของนอร์เวย์ได้ยกเลิกการสั่งซื้อจาก CPF เช่นกัน จากข่าวร้ายดังกล่าวเราเห็นผลกระทบต่อ CPF เพียงเล็กน้อยเนื่องจากเรามองนโยบายการยกเลิกจาก US และ EU เป็นเพียง overhang และมองว่าผลกระทบดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นตกมากเกินไป เรามองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงต่อเรื่องราวการฟื้นตัวของกำไร ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากราคาเนื้อสัตว์ที่สูงขึ้น และผลขาดทุนจากกุ้งและธุรกิจต่างประเทศที่น้อยลง
เราเห็นผลกระทบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากยอดขาย Whole Foods เท่ากับ 22 ล้านเหรียญหรือ 700 ลบ.เท่านั้น ในขณะที่ยอดขายจาก ICA น้อยกว่า Whole Foods มาก

การยกเลิกการซื้อโดยลูกค้า CPF เป็นระยะทำให้เราทำการวิเคราะห์ในกรณีเลวร้ายที่สุดว่า CPF ถูกแบนโดยลูกค้าใน EU และ US ทั้งหมด และแม้กระทั่งในสถานการณ์ดังกล่าวผลกระทบยังจัดว่าจำกัดเพราะยอดส่งออกอาหารทะเลไปยัง US และ EU ถือเป็นเพียง 1.6% ของยอดขายรวม CPF

ผลกระทบต่อการทำกำไรนั้นน้อยมากลงอีกเนื่องจากผลิตภัณฑ์กุ้งที่มีอัตรากำไรต่ำ เป็นผลมาจากราคากุ้งที่ปรับสูงขึ้นเพราะโรคกุ้งตายด่วน (EMS)

ในขณะที่เรามองว่าผลกระทบครั้งนี้จะไม่มีนัยสำคัญต่อ CPF เราคาดกำไรไตรมาส 2/57 ของ CPF แข็งแกร่งตามเดิมที่ 2.4 พันลบ.ซึ่งเท่ากับการเติบโต 49% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 19% เทียบไตรมาสก่อนหน้า

ปัจจัยผลักดันการเติบโตได้แก่กำไรที่สูงขึ้นจากเนื้อสัตว์ภายในประเทศ เนื่องจากราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้น และผลขาดทุนที่ลดลงของธุรกิจในต่างประเทศ

ความกังวลเรื่องการยกเลิกสินค้าส่งออกโดย US และ EU ส่งผลให้ราคาหุ้น CPF ลดลง 9% ใน 1 สัปดาห์ ด้วยผลกระทบเพียงเล็กน้อยเรามองว่าราคาหุ้นตกมากเกินไป คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 39 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 03, 2014, 12:03:45 pm »

BLS.CPF: โรดโชว์ประเทศอังกฤษ: ธุรกิจฟื้นตัว
วันที่เผยแพร่ : 02/07/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ประเด็นการลงทุน
จากการพาผู้บริหารของ CPF ไปโรดโชว์ที่เอดินเบิร์กและลอนดอนในช่วงระหว่างวันที่ 19 มิ.ย.-23 มิ.ย. 2557 ผลตอบรับโดยภาพรวมเป็นไปในเชิงบวกจากประเด็นของการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานสำหรับทุกธุรกิจในปี 2557 จนถึง ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจกุ้งส่งออกไทยที่มีแนวโน้มแสดงผลขาดทุนลดลง มาร์จิ้นธุรกิจเนื้อสัตว์บกที่ยังทรงตัวแข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของผลประกอบการของธุรกิจในต่างประเทศ การพลิกกลับเป็นกำไรของธุรกิจกุ้งส่งออกของไทยจะช่วยหนุนกำไรหลักในปี 2558 ให้ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับประเด็นเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศลดอันดับประเทศไทยในรายงานการค้ามนุษย์ปี 2557 ลงเป็น Tier 3 เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อ CPF เพียงแค่เล็กน้อย CPF ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในกลุ่มอาหาร เนื่องจากกำไรหลักปี 2557 ของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตมากที่สุดเทียบกับหุ้นบริษัทอื่นในกลุ่มอาหาร

เป้าธุรกิจกุ้งส่งออกไทยคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนจากการดำเนินงานในปี 2558
ถึงแม้ว่าปริมาณยอดขายอาหารกุ้งและผลผลิตกุ้งในไตรมาส 2/57 จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเนื่องจากผู้เลี้ยงกุ้งชะลอการทำฟาร์มกุ้ง แต่ผู้บริหารคาดว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมกุ้งไทยจะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 บริษัทตั้งเป้าผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งส่งออกไทยลดลงในปี 2557 เทียบกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งส่งออกไทยในปี 2556 ที่ 4.18 พันล้านบาท และคาดว่าธุรกิจกุ้งส่งออกไทยจะถึงจุดคุ้มทุนจากการดำเนินงานในปี 2558 เราคาดผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งส่งออกของไทยในปี 2557 ที่ 2.5 พันล้านบาท เทียบกับผลกำไรจากการดำเนินงานในปี 2558 ที่ 1 พันล้านบาท เราคาดว่าผลขาดทุนจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งส่งออกไทยมีแนวโน้มลดลงเหลือ 1 พันล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เทียบกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 2 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2557

มาร์จิ้นธุรกิจเนื้อสัตว์บกยังคงแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557
เนื่องจากสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ของเนื้อไก่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงอุปทานเนื้อหมูที่ยังคงขาดแคลน เราคาดว่าราคาเนื้อสัตว์บกในประเทศมีแนวโน้มยืนในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ดังนั้นภายใต้สมมติฐานว่าราคาวัตถุดิบ (ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง) มีแนวโน้มปรับตัวลดลง และราคาเนื้อสัตว์บกยังคงทรงตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เราประเมินว่าจะส่งผลให้มาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกยังคงทรงตัวแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ธุรกิจต่างประเทศอยู่ระหว่างการพลิกฟื้น
ผลการดำเนินงานในประเทศตุรกีมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หนุนโดยราคาเนื้อไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น การมุ่งเน้นไปที่การขายปลีก และการเปิดตัวสินค้าประเภทอาหารที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ผลการดำเนินงานของประเทศเวียดนามจะยังคงดีต่อเนื่องไปยังช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ในส่วนของมาร์จิ้นของธุรกิจอาหารสัตว์ CPP ในประเทศจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากการหันมาเน้นขายอาหารหมูมากขึ้น ธุรกิจกุ้งในประเทศมาเลเซียมีแนวโน้มฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมกุ้งทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัว 

ผลกระทบต่อ CPF จากประเด็นการค้ามนุษย์มีเพียงเล็กน้อย
เราประเมินว่าการหยุดคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กุ้งของร้านค้าปลีก 3 รายได้แก่ คาร์ฟูร์ โฮลฟู้ดส์มาร์เกต และ ไอซีเอนอร์เวย์ จะอยู่ที่ประมาณ 750-800 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 0.2% ของยอดขายรวมในปี 2557 เราประเมินว่าภายใต้สถานการณ์ที่แย่ที่สุดได้แก่ กรณีที่ลูกค้าทั้งจากสหรัฐฯ และอียูยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้าทุกประเภทจาก CPF ทั้งหมดซึ่งทำการส่งออกจากประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อยอดขายของ CPF เพียงแค่ 5% เท่านั้น
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   39.00บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2014, 01:52:28 am »

CPF แจงข่าวสะพัดโจมตีจ่ายสื่อ ยืนยันซื้อโฆษณา-ช่วยกิจกรรมโปร่งใสตรวจสอบได้


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 14 กรกฎาคม 2557 17:45:34 น.
นางพรรณินี นันทพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวบนเว็ปไซด์แห่งหนึ่งที่ระบุว่าเป็นการให้ข้อมูลโดยอ้างแหล่งข่าวที่ไม่สามาถเปิดเผยนามพาดพิงการทำงานของหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของบริษัทว่ามีการซื้อสื่อว่า หน่วยสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ซีพีเอฟ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีการประสานงานกับสื่อและผู้สื่อข่าวอย่างใกล้ชิด หลักการและบทบาทของการประชาสัมพันธ์ว่าการทำแผนประชาสัมพันธ์ ค่าใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาในสื่อต่างๆ เป็นเรื่องต้องปฏิบัติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดทำงบประมาณประจำปี และมีความจำเป็นต้องเก็บรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปรงใสและสามารถตรวจสอบในทางบัญชีได้อย่างถูกต้อง



อย่างไรก็ตาม หน่วยงานประชาสัมพันธ์ยังต้องจัดทำงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการสนับสนุนกิจกรรมของสื่อมวลชนในกรณีพิเศษ เช่น การจัดกอล์ฟการกุศลเพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจกรรมพิเศษของสื่อนั้นๆ หรือ การจัดงานสัมมนาต่าง ๆ เป็นต้น เหล่านี้ถือเป็นงบปกติที่องค์กรขนาดใหญ่มีการจัดสรรงบประมาณไว้รองรับ และจำเป็นต้องระบุชัดเจนเป็นงบพิเศษเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ไม่ได้มีวงเงินสูง

นอกจากนี้ การทำงานในเชิงรุกเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อ เพื่อสร้างความเข้าใจในองค์กรเป็นเรื่องจำเป็นที่สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีขององค์กร ดังนั้น การติดต่อกับสื่อที่เกี่ยวข้องนำข้อความหรือกระทู้ที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บริษัทและไม่เป็นความจริงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่หน่วยงานประชาสัมพันธ์ต้องปฏิบัติ

หน่วยสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ ซีพีเอฟ ขอยืนยันว่าการปฏิบัติต่อสื่อมวลชนและการดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้องตามงบประมาณที่นำเสนอไว้กับบริษัทและสามารถตรวจสอบได้ จึงขอเรียกร้องให้พิจารณาในเรื่องอย่างเป็นธรรมกับวิชาชีพการประชาสัมพันธ์

“เราขอยืนยันว่าเราไม่เคยใช้เงินเพื่อซื้อสื่อในการปิดข่าวหรือบิดเบือนเนื้อหาข่าวไม่ให้เป็นความจริง"นางพรรณินี กล่าวย้ำ

อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th-
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2014, 02:10:58 pm »

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซื้อหุ้น 4.92% ในอิโตชูฯ ญี่ปุ่น มูลค่าราว 3.2 หมื่นลบ.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -25 ก.ค. 57 15:20 น.
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์จะเข้าถือหุ้น 4.92% ในอิโตชูฯ คิดเป็นมูลค่าราว 3.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดเมื่อ การซื้อขายหุ้นเสร็จเรียบร้อย
ขณะที่อิโตชูฯ จะเข้าถือหุ้นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ คือ บริษัท ซี.พี.โภคภัณฑ์ จำกัด (CPP) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง จำนวน 25% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.72 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การร่วมมือดังกล่าว เพื่อจะร่วมกันขยายธุรกิจการค้าและการลงทุนไปทั่วโลก โดยจะนำองค์ความรู้ และประสบการณ์ของธุรกิจขนาดใหญ่มาช่วยพัฒนา และส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมให้เติบโตและเข้มแข็ง หลังวานนี้นายธนินท์ และนายมาซาฮีโร่ โอกาฟูจิ ประธานกรรมการและ ประธานคณะผู้บริหาร อิโตชูฯ ได้ลงนามความร่วมมือ เพื่อผนึกกำลังใช้จุดแข็งของ ทั้งสองบริษัท ในการขยายธุรกิจการค้าและการลงทุนไปทั่วโลก
CPP เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ในจีน และทำธุรกิจเกษตรและอาหาร ครบวงจรทั้งการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ และอาหาร ในเวียดนาม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ อิโตชูฯ จะร่วมกันพัฒนา และหาโอกาสในการขยายธุรกิจด้านอาหาร เคมีภัณฑ์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การเงิน และอุตสาหกรรมครบวงจรอีกหลากหลายประเภท รวมทั้งจะส่งเสริมธุรกิจด้านอาหารสัตว์ ปศุสัตว์ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารทะเล ตลอดจนการพัฒนาระบบการจัดซื้อ การขนส่ง การขาย และการพัฒนาตลาดใหม่

อนึ่ง อิโตชูฯ เป็นบริษัทการค้าชั้นนำมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น โดย ทำการค้าแบบครบวงจร ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง โลจิสติกส์ และยังเป็นเจ้าของธุรกิจ Family Mart ร้านสะดวกซื้อใหญ่อันดับ 2 ของโลก ขณะที่ในด้านเกษตร อิโตชูฯเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการกระตุ้นและสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของญี่ปุ่นให้เติบโต
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2014, 02:15:01 pm »

แม็คโดนัลด์ทั่วญี่ปุ่นหยุดขาย 8 เมนูที่ใช้ไก่เน่าจากจีน พร้อมหันมาใช้ไก่ไทยล้วนๆ


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2557 20:27 น.


แม็คโดนัลด์ทั่วญี่ปุ่นหยุดขาย 8 เมนูที่ใช้ไก่เน่าจากจีน พร้อมหันมาใช้ไก่ไทยล้วนๆ

เอเอฟพี - ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด "แม็คโดนัลด์" ทั่วญี่ปุ่นประกาศเลิกขายสินค้าที่ทำจากเนื้อไก่นำเข้าของจีน หลังจากที่มีข่าวอื้อฉาวว่าโรงงานจีนเอาเนื้อเน่าหมดอายุมาจำหน่ายให้แก่ยักษ์ใหญ่ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดรายนี้

แม็คโดนัลด์ ระบุว่า ร้านอาหารกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ในเครือแม็คโดนัลด์ ได้ระงับการนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศจีน โดยเปลี่ยนไปใช้เนื้อไก่จากประเทศไทยแทน เพื่อแสดงความห่วงใยต่อลูกค้า

ซาราห์ คาซาโนวา ผู้บริหารแม็คโดนัลด์ในญี่ปุ่น ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะทางบริษัทรู้สึกกังวลมากขึ้น เกี่ยวผลิตภัณฑ์ภายในร้านที่ทำจากเนื้อไก่ของจีน ซึ่งบรรดาเมนูที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 8 รายการ อาทิ แม็คนักเก็ตและไก่ทอดแบบไม่มีกระดูก ฯลฯ

การประกาศครั้งนี้ทำให้เรื่องเนื้อเน่าของจีนอื้อฉาวมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ธุรกิจร้านสะดวกซื้อชื่อดัง "แฟมิลี่ มาร์ท" กับร้านแม็คโดนัลด์หลายสาขาในประเทศญี่ปุ่น หยุดขายนักเก็ตที่ทำจากเนื้อไก่นำเข้าของจีน

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจของจีนได้ควบคุมตัว 5 ผู้ต้องสงสัย ที่ทำงานให้กับโรงงานหูสี่ ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท โอเอสไอ กรุ๊ป ของสหรัฐฯ โดยคาดว่าคนเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเนื้อหมดอายุให้กับธุรกิจฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่อย่างแม็คโดนัลด์และเคเอฟซี

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของจีน รายงานว่า ทางการจีนได้สั่งปิดโรงงานหูสี่ในเซี่ยงไฮ้ของโอเอสไอเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (20 ก.ค.) เนื่องจากมีการนำเอาเนื้อหมดอายุมาปนกับเนื้อสด แล้วนำมาติดฉลากวันหมดอายุใหม่อีกครั้ง ก่อนนำไปวางขาย

คดีนี้ได้ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฏระเบียบให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นในจีน ประเทศที่เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าและอาหาร

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บรรดาลูกค้าในประเทศจีนของโรงงานหูสี่ที่เซี่ยงไฮ้ ได้แก่ แม็คโดนัลด์ เคเอฟซี พิซซ่าฮัท ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เบอร์เกอร์คิงส์ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลเว่น ปาปาโจนส์พิซซ่า คาร์ลจูเนียร์

แม็คโดนัลด์ทั่วญี่ปุ่นหยุดขาย 8 เมนูที่ใช้ไก่เน่าจากจีน พร้อมหันมาใช้ไก่ไทยล้วนๆ

เชลดอน เลวิน ประธานและซีอีโอของบริษัทโอเอสไอ ได้ออกมาขอโทษพร้อมทั้งระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง มันเป็นเรื่องที่ผิดมากๆ เขาตกใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในบริษัทของเขาเอง ซึ่งในตอนนี้ทางการจีนได้เข้ามาตรวจสอบโรงงานอื่นๆ ของบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนแล้ว และไม่พบปัญหาอะไร

ความเห็นของเขาอยู่ในคำแถลงที่ถูกโพสต์ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.)

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการห้ามจำหน่ายอาหารที่นำเข้าทุกชนิดของบริษัทที่เป็นปัญหารายนี้

เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารจีนที่มีให้เห็นเป็นระยะๆ นั้นไม่เคยจางหายไปจากใจของบรรดาเจ้าของร้านค้าในญี่ปุ่น ส่งผลให้การทำธุรกิจและการค้าในจีนได้รับผลกระทบไปด้วย

ในปี 2008 มีชาวญี่ปุ่น 10 รายต้องพบกับอาการเจ็บป่วยจากสารพิษกำจัดศัตรูพืช หลังจากที่ได้กินเกี๊ยวที่นำเข้ามาจากจีน ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาก็มีการตัดสินจำคุกตลอดชีวิตคนงานรายหนึ่งในโรงงานของจีนเพราะก่อเหตุดังกล่าว

โฆษกของแม็คโดนัลด์ ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2013 แม็คโดนัลด์ญี่ปุ่นได้ใช้เนื้อไก่นำเข้าจากจีนประมาณ 38 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือนำเข้าจากประเทศไทย แต่นับจากนี้ไปผลิตภัณฑ์อาหารเมนูไก่ทั้งหมด จะทำโดยใช้เนื้อไก่นำเข้าจากไทยทั้งสิ้น
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2014, 10:05:37 am »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 3,546,242 1,635,797 5,596,051 2,662,133
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.48 0.22 0.76 0.36
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,759,900 1,238,914 2,869,984 2,532,389
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.23 0.16 0.37 0.33
ต่อหุ้น (บาท)

การพิจารณาปันผล

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 13 ส.ค. 2557
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 28 ส.ค. 2557

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 29 ส.ค. 2557
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 26 ส.ค. 2557
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.30
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 12 ก.ย. 2557
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2557 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2557
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กันยายน 24, 2014, 09:34:24 pm »

บทวิเคราะห์จาก Phillip Capital

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000249444/CPF092314_t.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กันยายน 27, 2014, 10:23:45 am »

อดิเรก ศรีประทักษ์ แผน 5 ปี ซีพีเอฟ ก้าวกระโดดโตในต่างประเทศ
updated: 25 ก.ย. 2557 เวลา 10:26:56 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เป็นผู้นำในธุรกิจอาหารแบบครบวงจร โดยเปลี่ยนจากการอยู่ในกลุ่มธุรกิจเกษตรเป็นธุรกิจอาหารในปี 2553 และรุกการลงทุนในพื้นที่เกือบครึ่งโลก จึงทำให้มีขนาดของธุรกิจใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกในเรื่องของอาหารสัตว์ เป็นอันดับ 2 ของโลกในเรื่องของหมู และอันดับ 3 ของโลกในเรื่องของไก่ ย่างเข้าไตรมาส 4 ปี 2557 สถานการณ์โดยรวมของซีพีเอฟเป็นอย่างไร "อดิเรก ศรีประทักษ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร CPF ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" สรุปภาพให้เห็น

ภาพรวมของธุรกิจซีพีเอฟปีนี้


ระยะนี้เมืองไทยภาคเกษตรแย่ ราคายาง ข้าว ข้าวโพดตกต่ำ ตลาดพืชเกษตรโลกผลผลิตก็ดีมากทั้งที่อเมริกาและบราซิล ทำให้ราคาข้าวโพดตลาดโลกอ่อนลง ถั่วเหลืองก็อ่อนลง เราเป็นผู้ใช้ซื้อถั่วเหลืองมาทำอาหารสัตว์ ก็เลยได้ต้นทุนถูก ต้นทุนเบาลง แต่เกษตรกรไทยผมว่าลำบากพักนี้ รัฐบาลยกเลิกกฎอัยการศึกเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าม็อบเกษตรกรมาแน่ (หัวเราะ) ต้องหาทางช่วย อันนี้เป็นหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ซีพีเอฟโดยรวมในแง่ของธุรกิจสัตว์บก ถือว่าไปได้ ตอนนี้มันหมุนกลับมาแล้ว ส่วนสัตว์น้ำห่วงกุ้งอย่างเดียวเรื่องโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) แต่ดูแล้วค่อย ๆ ดีขึ้น ฉะนั้น เชื่อว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของเรา คิดว่าดีกว่าปีที่แล้วมาก สังเกตได้จากไตรมาส 1 กับครึ่งแรกของปีที่ประกาศผลประกอบการออกไป ถือว่าดีกว่าปีที่แล้ว ครึ่งปีหลังผมเชื่อว่าดูแนวโน้มแล้วน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะกุ้งที่ค่อย ๆ กลับมา ซีพีเอฟปีนี้น่าจะได้เป้าตามที่เราคาดการณ์ไว้และเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าตัวเลขรายได้ปีนี้ประมาณ 4.2-4.5 แสนล้านบาท

สัดส่วนในประเทศน้อยกว่าต่างประเทศ

ครับ เราโตจากการขายที่ต่างประเทศ จากเงินที่เราไปลงทุนในต่างประเทศ 58% ในประเทศเราส่งออกจากเมืองไทยแค่ 6% ผลิตในประเทศ 36% เอง เดี๋ยวนี้รายได้ในประเทศเหลือ 1 ใน 3 ผมมองไปอีก 5 ปีข้างหน้าการผลิตในประเทศอาจจะเหลือ 30% เพราะต่างประเทศเราโตเร็วกว่า เราวางฐานธุรกิจอาหารสัตว์ให้โตในต่างประเทศ

ปัจจัยที่ทำให้โตในต่างประเทศ

ราคาเนื้อสัตว์กลับมาสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาอ่อนลงหน่อย และเวลานี้กุ้งก็กลับมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เต็มที่ ฉะนั้น โดยรวมถือว่าขาดทุนน้อยลง ในส่วนของธุรกิจอาหารสำเร็จรูปเราโตขึ้น 20-30% ที่โตเร็วมากคือ "ไข่" พวกไข่แปรรูปไม่ว่าไข่ต้ม ไข่ลวก ไข่ออนเซน ไข่ต้มขายได้เป็นอันดับ 1

ยอดขายต่อจุดเฉพาะที่เซเว่นฯ วันละ 2 แสนกว่าฟอง ไข่ลวกขาย 5 หมื่นฟอง/วัน แต่ไข่สมุนไพรไม่โตมาก ยอดคงที่เพราะคนอาจยังไม่ชินกับรูปแบบ อย่างไรก็ดี เรามีแผนจะทำกิจกรรมเรื่องไข่กับเซเว่นฯเยอะมาก จะบูมไข่ขึ้นมา

การลงทุนล่าสุดของซีพีเอฟ

ลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ประเทศจีน เป็นพวกอาหารสำเร็จรูป รองลงมาในเวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ตอนนี้ฟิลิปปินส์เราใส่เม็ดเงินลงไป 7,000 กว่าล้านบาท และที่รัสเซีย พวกนี้เป็นประเทศหลัก ปีนี้คิดว่าจะใส่เม็ดเงินลงไป 2.2.-2.5 หมื่นล้าน ส่วนฝั่งยุโรปก็ซื้อบริษัทท็อปฟู้ดส์ กำลังนำเทคโนโลยีเขาเข้ามาใช้ในเมืองไทยกับที่จีน บริษัทพวกนี้เขาเป็นบริษัททำอาหารสำเร็จรูปขายในยุโรป เทคโนโลยีเขาก้าวหน้ากว่าเรามาก ใช้ระบบไมโครเวฟทำให้สินค้าชิลของเขาเก็บได้นาน 1 เดือน แต่ของเราเก็บได้ 7 วัน และเขายังสามารถทำที่เก็บสินค้าในอุณหภูมิห้องได้นานถึง 1 ปี โดยที่ยังคงรสชาติดีเหมือนเดิม คุณภาพดีมาก

จะใช้กับสินค้าในซีพี เฟรชมาร์ท

ใช้กับพวก Ready to Eat ส่วนซีพี เฟรชมาร์ทขณะนี้มี 600 สาขา ขายดีขึ้นเรื่อย ๆ คนนิยมมากเพราะอยู่ใกล้บ้านและเป็นซีพีแบรนด์ด้วย หมูดำคุโรบูตะนี่ขายดีมาก อันนี้ไม่ได้พูดเองมาจากผลสำรวจที่สำรวจมา ธุรกิจอาหารถึงอย่างไรคนก็ต้องกิน และที่ผ่านมาไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง ไม่กระทบต่อธุรกิจของซีพีเอฟ

การลงทุนในต่างประเทศซื้อกิจการ

เราพยายามลงทุนเดี่ยว ๆ หรือไม่ก็ใช้วิธีซื้อธุรกิจ ช่วงหลังเราขยายงานคือซื้อธุรกิจ เหมือนเราซื้ออาร์พีไอ รัสเซีย และตอนนี้กำลังมีดีลที่จะซื้ออยู่อีก 2-3 ดีล ปีนี้น่าจะไม่เห็นเพราะเหลือเวลาแค่ 3 เดือน แต่ละดีลต้องใช้เวลาเพราะต้องดูว่าบริษัทนั้น ๆ น่าสนใจไหม เป็นกลุ่มอาหารเหมือนกันหรือเปล่า หรือมีเครือข่ายในการขายไหม ดูหลายอย่าง 2-3 ดีลที่ว่าระหว่างนี้อยู่ในโปรเซส เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เนื้อสัตว์ เรามุ่งอย่างนี้ไม่ออกนอกกรอบ

ปีนี้ปิดไปกี่ดีล

ปิด BHJ เทรดดิ้งเฟิร์มเล็ก ๆ ไม่ใหญ่กับอิโตชูฯ (บริษัทอิโตชู คอร์ปอเรชั่น) บริษัทผู้นำการค้าใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่น อิโตชูฯตกลงเข้าซื้อหุ้น CPP 25% พอเป็นพันธมิตรเราเลยมีข้อตกลงว่าจะช่วยกัน อิโตชูฯเป็นยักษ์ใหญ่ในเรื่องเทรดดิ้ง ตัวเลขเขาเป็นล้าน ๆ ในด้านอาหารเขาเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น มีบริษัทในเครือ 200 กว่าบริษัท ที่น่าจะเบเนฟิตกับเราตรง ๆ คือ แฟมิลี่มาร์ท ซึ่งเขาถืออยู่ 30% เพราะตอนนี้เราขายค่อนข้างเยอะในเซเว่นฯ แต่แฟมิลี่มาร์ทยังไม่เยอะ เราก็ดูว่าจะเอาอะไรเข้าไปขายเขา และจะเอาอะไรมาขายในเมืองไทย ค่อนข้างแมตช์กับซีพีเอฟ

ปี′58 เข้าสู่ "เออีซี" จะเป็นอย่างไร

ภาพรวมใหญ่น่าจะดี เพราะดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ภูมิภาค ทำให้การถ่ายเทสินค้า บริการต่าง ๆ มีมากขึ้น คนเดินทางก็สะดวกขึ้นเป็นภาพบวก เพียงแต่ละประเทศจะบวกมากหรือน้อยเท่านั้นเอง แต่นโยบายซีพีเอฟไม่พึ่งนำเข้า-ส่งออกมาก แต่จะใช้วิธีลงทุนในประเทศนั้น ๆ แล้วขายในประเทศนั้น ๆ ที่บอกว่าฟรีเทรดมันไม่เคยฟรีเทรดจริง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร

ถึงตอนนี้ปักธงเต็มหรือยัง

อินโดนีเซียเครือซีพีไปลงทุน 40 ปีแล้ว พม่าเครือซีพีไปลงทุน 20 ปีแล้ว เขมร เวียดนาม ลาว ซีพีเอฟไปลงเอง มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ซีพีเอฟไปเอง สรุปในอาเซียนขาดเพียงประเทศเดียว คือ บรูไน (หัวเราะ) เพราะประชากร 4 แสนกว่าคนเอง นี่ไม่รวมจีน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ พวกนี้ไปหมดแล้ว ที่แอฟริกาก็ไปแทนซาเนีย แต่ยังเป็นธุรกิจไซซ์เล็ก

ไปลงทุนในรัสเซีย

รัสเซียน่าสนใจมากเพราะเขาขาดแคลนเนื้อสัตว์ ต้องอาศัยนำเข้า ยิ่งตอนนี้มีปัญหากับยุโรปและอเมริกา ยิ่งทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศแพง เราไปลงทุนธุรกิจฟาร์มหมู 2 แห่ง ตอนนี้ราคาหมูมีชีวิตกิโลกรัมละ 100 บาทสูงมาก รัฐบาลส่งคนมาเจรจาให้เราขยายเร็ว ๆ จะเอาอะไรเขาสนับสนุนเต็มที่ เสนอที่ดินให้เรา 3 ผืน เนื้อที่ 1.4 แสนไร่ มูลค่าที่ดินที่รัสเซียถูกไร่ละ 15,000-20,000 บาทเอง ได้กรรมสิทธิ์มาเสร็จเลย ตอนนี้กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย ตั้งใจว่าจะเอาที่ดิน 3 ผืนนี้มาขยายฟาร์มหมู คิดดูคนเขา 130 กว่าล้านคนบริโภคมากกว่าเมืองไทย 4 เท่าตัว เมืองไทยมีคน 60 กว่าล้านคน กินหมูปีละ 14 ล้านตัว เขากินปีละ 40 ล้านตัว ทุกวันนี้เขายังขาดอีก 10 กว่าล้านตัว จึงเป็นโอกาสของเรา ใส่เงินไปหลายพันล้านแล้ว แต่ก็ยังลงไปเรื่อย ๆ

ที่ว่าแผน 5 ปีจะปรับสัดส่วนรายได้

ใช่ ๆ ในประเทศจาก 36% จะเหลือ 30% จะไปโตในต่างประเทศ เราหากินในจีน เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ เพราะคนเยอะและตลาดเพิ่งเปิดไม่มากเท่าไหร่ เวลาสร้างยอดขายสร้างง่ายกว่า ยังตั้งเป้ารายได้โตปีหนึ่งอย่างต่ำ 10% ปี"58 ก็เหมือนกัน 10% หนักนะ เพราะยอดขาย 4 แสนกว่าล้าน โต 10% ปีหนึ่งต้องเพิ่มยอดขาย 4 หมื่นล้านบาท แต่เราก็โตได้ทุกปี ส่วนการลงทุนในแผน 5 ปี ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2014, 03:54:08 pm »

BLS.CPF: ส่องกล้องไตรมาส 3/57 – กำไรหลักเติบโตก้าวกระโดด
วันที่เผยแพร่ : 13/10/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ประเด็นการลงทุน
หลังจากประชุมนักวิเคราะห์ เรายังคงมั่นใจต่อแนวโน้มของการเติบโตของกำไรสุทธิของ CPF ในช่วงครึ่งปีหลังว่ามีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดทั้ง HoH และ YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากมาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ผลการดำเนินงานของธุรกิจต่างประเทศโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้น และธุรกิจกุ้งในประเทศที่ขาดทุนลดลง CPF ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบมากที่สุดในกลุ่มอาหารเนื่องจากอัตราการเติบโตของกำไรหลักในปี 2558 ที่ยังคงสดใสจากธุรกิจกุ้งของไทยที่ฟื้นตัว ราคากากถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง (ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง) รวมถึงธุรกิจต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นไปอีกในปี 2558 นอกจากนี้อัพไซด์ยังมาจากการเข้าซื้อกิจการของบริษัทต่างประเทศที่ทำธุรกิจผลิตอาหารสำเร็จรูป หรือธุรกิจผลิตอาหารปลายน้ำภายในปี 2558

ส่องกล้องไตรมาส 3/57 – กำไรหลักเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/57 ที่ 4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY และ 13% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดกำไรหลักที่ 3.52 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% YoY และ 22% QoQ กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด YoY เนื่องจากธุรกิจกุ้งในไทยมีผลขาดทุนลดลง มาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศที่เพิ่มขึ้น และผลการดำเนินงานของธุรกิจต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น (ยกเว้นประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์ และจีน) ส่วนกำไรหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น QoQ เนื่องมาจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ผลการดำเนินงานของธุรกิจต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น (ยกเว้นประเทศตรุกี อินเดีย และจีน) และผลขาดทุนของธุรกิจกุ้งในไทยที่ลดลง ประเทศเวียดนามและรัสเซียมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ

ธุรกิจกุ้งในประเทศขาดทุนลดลงในไตรมาส 3/57
เราคาดธุรกิจกุ้งในไทยมีแนวโน้มแสดงผลขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงเหลือ 700 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 ขาดทุนลดลง 55% YoY และ 37% QoQ หนุนโดยผลผลิตกุ้งในอุตสาหกรรมมีทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น และปริมาณยอดส่งออกกุ้งที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค. เราคาดมาร์จิ้นจากการดำเนินงานของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในไทยในไตรมาส 3/57 ที่ 9% ซึ่งใกล้เคียงกับในไตรมาส 2/57 ที่ 9.4% แต่สูงกว่าในไตรมาส 3/56 ซึ่งอยู่ที่ 6.5% ราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้น YoY จะชดเชยผลกระทบของราคาเนื้อไก่ที่ลดลงเล็กน้อย YoYและราคาข้าวโพดและราคากากถั่วเหลืองที่ปรับตัวสูงขึ้น YoY ราคาเฉลี่ยผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และราคาวัตถุดิบในไตรมาส 3/57 มีดังต่อไปนี้ ราคาเนื้อไก่ (ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ) ราคาเนื้อหมู (เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 3% QoQ) ราคาข้าวโพด (เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 1% QoQ) และราคากากถั่วเหลือง (เพิ่มขึ้น 17% YoY แต่ลดลง 5% QoQ)

ผลประกอบการประเทศเวียดนามและรัสเซียโดดเด่นที่สุดในไตรมาส 3/57
เราคาดธุรกิจในประเทศตุรกีมีแนวโน้มขาดทุนสุทธิที่ 120 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 3/57 ขาดทุนลดลง 54% YoY (แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น 100%QoQเนื่องจากยอดขายโดยรวมที่หดตัวลง) กำไรจากธุรกิจในประเทศเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 122% YoY และ 25% QoQ เนื่องจากราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจกุ้งที่ฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ส่วนธุรกิจในประเทศรัสเซียมีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิที่ 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% QoQ และพลิกกลับจากขาดทุนในไตรมาส 3/56 ที่ 130 ล้านบาทเนื่องจากราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากวิกฤตการเมืองรัสเซียกับยูเครน ส่วนธุรกิจในประเทศอินเดียคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 100% YoY และ 140% QoQ เนื่องจากราคาเนื้อไก่ที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง

เราคาดขาดทุนสุทธิของประเทศมาเลเซียมีแนวโน้มลดลง 77% YoY และ 40% QoQ เนื่องจากธุรกิจกุ้งมีแนวโน้มค่อยๆ ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีนจะยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีกในไตรมาส 3/57
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   42.00บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2014, 04:14:48 pm »

บทวิเคราะห์ CPF จาก BLS

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000250385/CPF141006%28T%29.pdf

บทวิเคราะห์จาก Phillip Capital

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000250887/cpf101314_t.pdf

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Country Group

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000250890/CPF_13-10-14.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 13, 2014, 11:32:34 pm โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2014, 06:39:40 am »

บทวิเคราะห์จาก Phillip Capital

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000253246/cpf111114_t.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: มีนาคม 03, 2015, 01:41:30 pm »

บทวิเคราะห์จาก Maybank Kimeng

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000261468/150302_CPF_t.pdf

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Country Group

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000261468/150302_CPF_t.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 03, 2015, 01:43:34 pm โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: เมษายน 04, 2015, 08:55:35 pm »

‘CP’ลงทุน20ล้านดอลลาร์ สร้างรง.แปรรูปอาหารในเวียดนามเพิ่ม
ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 06:00:00 น.

นายมนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เขตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า นับตั้งแต่บริษัทได้เริ่มเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนามตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปัจจุบัน มองว่าเวียดนามยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณประชากรที่มีมากกว่า 90 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 ในประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และมีความพร้อมในด้านปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ดังนั้นบริษัทจึงยังคงขยายการลงทุนด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรในเวียดนาม อย่างต่อเนื่อง โดยทิศทางของการลงทุนในปี 2558 นี้ บริษัทจะเน้นขยายธุรกิจอาหารแปรรูป ประเภทอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ให้มากขึ้น

“การขยายธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เป็นการรองรับการส่งออกอาหารสำเร็จรูปที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น รวมทั้งการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของสังคมเมืองของเวียดนามเอง ที่เป็นผลจากภาพรวมเศรษฐกิจของเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประชากรมีความรู้และรายได้เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มบริโภคอาหารนอกบ้านและอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น”นายมนตรี กล่าว
นอกจากนี้ ยังนับเป็นการต่อยอดธุรกิจการเลี้ยงสัตว์ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่แล้วกว่า 20 ปี ซึ่งปัจจุบันมีโรงงานแปรรูปอาหารเนื้อหมูและไก่ 2 แห่ง และสัตวน้ำ 3 แห่ง และในปี 2558 นี้ก็ได้จัดสรรงบลงทุน 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการก่อสร้างโรงงาน เพื่อขยายกำลังการผลิตอาหารแปรรูป มีกำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2559 ดังนั้น บริษัทจึงมีความพร้อมที่จะขยายเข้าสู่ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ยังมีโอกาสพัฒนาและเติบโตได้อีกมาก โดยประมาณการความต้องการบริโภคหมูในปี 2558 ของเวียดนามสูงถึง 47 ล้านตัวต่อปี ขณะที่ธุรกิจหมูที่บริษัทผลิตได้เพียง 3.9 ล้านตัวต่อปีเท่านั้น แต่ก็นับเป็นผู้ผลิตเชิงอุตสาหกรรมรายใหญ่อันดับ 1 ในเวียดนาม
“ตลาดเวียดนามกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงเป็นโอกาสของบริษัทในการสร้างความเชื่อมั่นถึงคุณภาพและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์อาหารภายใต้แบรนด์ซีพีมากขึ้น โดยให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องของการผลิตอาหารสะอาดและปลอดภัย ด้วยต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต และเพื่อรองรับธุรกิจที่จะขยายตัวในระยะยาว บริษัทได้เตรียมความพร้อมเรื่องบุคลากร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจ ทั้งเกษตรกร พนักงาน และผู้บริหารที่เป็นชาวเวียดนาม ซึ่งผ่านการถ่ายทอดความรู้ความเชี่ยวชาญจากไทย โดยในปี 2557 บริษัทมียอดขายรวม 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 64,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2556 รายได้ส่วนใหญ่ 95% มาจากตลาดเวียดนาม ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากการส่งออก” นายมนตรีกล่าว

http://www.ryt9.com/s/nnd/2129932
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: เมษายน 18, 2015, 11:28:12 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2015, 08:18:49 pm »

ผู้เลี้ยงกุมขมับไก่ล้น30ล้านตัว ยักษ์ใหญ่ดั๊มพ์ราคาแย่งตลาด

updated: 28 พ.ค. 2558 เวลา 00:30:33 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ไก่เนื้อล้นตลาดต่อเนื่อง 2 ล้านตัว/สัปดาห์ เหตุปี 2557 ทุกบริษัทโหมเพิ่มกำลังผลิต 10%-"สหฟาร์ม" กลับเข้าตลาด ลุ้นครึ่งปีหลังสถานการณ์กระเตื้อง วงการส่งออกไก่ชี้ราคาปริ่มระดับขาดทุน

นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ไก่เนื้อล้นตลาดซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนั้นยังไม่ดีขึ้น และประมาณการทั้งปี 2558 กำลังผลิตไก่เนื้อเข้าสู่โรงเชือดอยู่ที่ประมาณ 28 ล้านตัว/สัปดาห์ ถือว่าล้นตลาดประมาณ 1-2 ล้านตัว/สัปดาห์ โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่อเค้ามาตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2557 เนื่องจากทุกบริษัทต่างขยายกำลังผลิตของตนเอง ตอบสนองราคาที่สูงขึ้น รวมถึงบริษัท สหฟาร์ม จำกัด ได้ฟื้นฟูกิจการและกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

ถึงแม้ปี 2558 คาดว่าการส่งออกไก่เนื้อจะขยายตัว แต่ไม่สามารถครอบคลุมปริมาณไก่ที่ล้นได้ทั้งหมด รวมถึงมีปัญหาเนื้อไก่ส่งออกเป็นชิ้นส่วนเนื้อหน้าอกและเนื้อน่องเท่านั้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ (บายโปรดักต์) เช่น ซี่โครงไก่ เครื่องในไก่ ที่จำหน่ายภายในประเทศขยายตลาดไม่ทัน จนขณะนี้ซี่โครงไก่ราคาตกเหลือเพียง 8-10 บาท/กก. ส่วนราคาไก่เป็นภายในประเทศ ราคากระเตื้องขึ้นเป็น 39 บาท/กก. จากช่วงต้นปีที่ราคา 35-37 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม นายคึกฤทธิ์กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์น่าจะดีขึ้นเพราะเป็นช่วงที่มีการส่งออกไก่มาก ซึ่งจะช่วยระบายไก่เพิ่มได้ ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงเล็กน้อยน่าจะช่วยจูงใจตลาดต่างประเทศ ส่วนปัญหาบายโปรดักต์น่าจะระบายเพิ่มได้ เพราะเป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารปลาน้ำจืดที่จะมีการเลี้ยงมากขึ้นเมื่อเข้าหน้าฝน

ด้านแหล่งข่าวจากวงการธุรกิจไก่รายหนึ่งกล่าวว่า ขณะนี้กำลังผลิตลูกไก่เนื้อมีประมาณ 30 ล้านตัว/สัปดาห์

ซึ่งเพิ่มกำลังผลิตต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 สาเหตุจากบริษัท สหฟาร์ม จำกัด ประสบภาวะขาดทุนจนต้องหยุดผลิตเมื่อปี 2555 ทำให้แต่ละบริษัทเร่งเพิ่มกำลังผลิตประมาณ 10% เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดที่สหฟาร์มเคยมีอยู่ถึง 20% และเมื่อสหฟาร์มกลับมาผลิตได้ 3-4 แสนตัว/วัน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 ทำให้ไก่เนื้อล้นตลาดมากขึ้น เชื่อว่าปีนี้ไก่จะล้นตลาดไปจนถึงสิ้นปี ภาคการเลี้ยงไก่ต้องแบกรับภาระขาดทุนในบางพื้นที่ เพราะราคาขายไก่เป็นตกเหลือ 32 บาท/กก. จากต้นทุนเลี้ยงเฉลี่ยที่ 36 บาท/กก.

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า บริษัทที่มีธุรกิจครบวงจรและมีสายป่านทางการเงิน จะทำให้แบกรับภาระขาดทุนจนถึงช่วงไก่ขาดตลาดที่น่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางปีཷ จากปัญหาขาดแคลนไก่ปู่ย่าพันธุ์ (GP) ได้ สำหรับประมาณการกำลังผลิตไก่เนื้อของแต่ละบริษัทขณะนี้ ได้แก่ เครือซีพี 8-9 แสนตัว/วัน เครือเบทาโกร 3 แสนตัว/วัน คาร์กิลล์ 3 แสนตัว/วัน สหฟาร์ม 3-4 แสนตัว/วัน ไทยฟู้ด 3 แสนตัว/วัน จีเอฟพีที 2.5 แสนตัว/วัน แหลมทอง 2 แสนตัว/วัน นอกจากนั้นเป็นบริษัทขนาดกำลังผลิต 1 แสนตัว/วัน

แหล่งข่าวจากวงการผู้ส่งออกไก่อีกรายหนึ่งเปิดเผยว่า บางบริษัทที่เคยผลิตอยู่ 2 แสนตัว/วันเมื่อปลายปีཱུ ได้เพิ่มกำลังผลิตเป็น 4 แสนตัว/วัน และใช้กลยุทธ์ดัมพ์ราคาเพื่อระบายไก่สู่ตลาด บางลอตดัมพ์ลงต่ำกว่าต้นทุน 10 บาท/กก. ทำให้กระเทือนราคาไก่ทั้งวงการ

"บางทีเรามักคิดว่าการเติบโตคือการเพิ่มกำลังผลิต แทนที่จะเพิ่มมูลค่าของสินค้า กลายเป็นใช้วิธีดัมพ์ราคาแข่งกัน ซึ่งไม่ถูกต้อง บริษัทที่เขาไม่มีจุดแข็งหรือไม่มีความไว้วางใจของคู่ค้า วิธีแรกที่จะได้ลูกค้ามาจึงเป็นการลดราคา เพื่อแก้ปัญหาผลิตมาแล้วขายไม่หมด" แหล่งข่าวกล่าว
บันทึกการเข้า