เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 21144 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด

CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

ชื่อบริษัท    บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่    อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ชั้น 15, 313 ถนนสีลม แขวงบางรัก เขตบางรัก กทม.
เบอร์โทรศัพท์    0-2625-8000, 0-2625-8353-4, 0-2638-2935-6    
เบอร์โทรสาร    0-2638-2942

นโยบายการจ่ายปันผล:
ประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิประจำปีหลังหักภาษีเงินได้และสำรองตามกฎหมาย (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)

เว็บไซต์    http://www.cpfworldwide.com
กราฟข้อมูลหุ้น http://www.ruayhoon.com/stock/CPF/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2013, 11:43:50 am โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2013, 12:01:18 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                     
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่                       30 กันยายน 30 กันยายน
ปี                       2556 2555 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      2,648,397 2,403,956 5,310,530 18,552,071
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      0.36 0.33 0.72 2.57
ต่อหุ้น (บาท)                     


งบการเงินเฉพาะกิจการ                     
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่                       30 กันยายน 30 กันยายน
ปี                       2556 2555 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      502,277 299,838 3,034,666 5,717,627
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      0.06 0.04 0.39 0.75
ต่อหุ้น (บาท)                     
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2013, 12:02:00 pm »

บทวิเคราะห์จาก BLS

BLS.CPF: ผลประกอบการหลักสูงกว่าคาด
วันที่เผยแพร่ : 13/11/2013
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

สูงกว่าคาดอย่างมาก

CPF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/56 ที่ 2.65 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 62% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษได้แก่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 119 ล้านบาท และกำไรหลังหักภาษี 1.06 พันล้านบาทจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL กำไรหลักอยู่ที่ 1.71 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และพลิกกลับจากขาดทุนหลัก 842 ล้านบาทในไตรมาส 2/56 กำไรสุทธิสูงกว่าที่เราคาด 7% ในขณะที่ผลการดำเนินงานหลักออกมาสูงกว่าคาดอย่างมาก ซึ่งออกมาเป็นกำไรหลักเทียบกับประมาณการก่อนหน้าซึ่งเราคาดขาดทุนหลักที่ 282 ล้านบาท เหตุผลเนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงกว่าคาด อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.3% ซึ่งสูงกว่าคาดที่ 10% ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเราคำนวณรวมกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับสินทรัพย์ชีวภาพซึ่งบันทึกในไตรมาส 3/56 จำนวน 561 ล้านบาทเข้าไปในอัตรากำไรขั้นต้น (GM) และตัวเลขกำไรหลักของเรา

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรหลักที่เพิ่มขึ้น YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจสัตว์บกที่เพิ่มสูงขึ้น (จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและราคาเนื้อสัตว์บกที่เพิ่มขึ้น) รวมถึงผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจกุ้งในประเทศเวียดนาม ผลการดำเนินงานหลักที่พลิกฟื้นเป็นกำไร QoQ เนื่องมาจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ธุรกิจต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น (ได้แก่ เวียดนาม ไต้หวัน รัสเซีย และฟิลิปปินส์) รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจสัตว์บกที่ปรับตัวดีขึ้น ธุรกิจกุ้งในประเทศไทยยังคงรายงานผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้น QoQ (อัตราผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ -21.6% ในไตรมาส 3/56 และเทียบกับ -13.6% ในไตรมาส 2/56) แต่ธุรกิจกุ้งในต่างประเทศกลับสวนทางปรับตัวดีขึ้น QoQ (อัตราผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 3.7% ในไตรมาส 3/56 เทียบกับ 1.5% ในไตรมาส 2/56)

ถ้าพิจารณาผลการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศ ตุรกียังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิ 260 ล้านบาทในไตรมาส 3/56 หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 271% YoY และทรงตัว QoQ เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น อินเดียรายงานผลขาดทุนสุทธิ 30 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิในไตรมาส 2/56 และ 3/55 เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์บกที่ผันผวนและปรับตัวลดลง (ซึ่งกลบผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งที่แข็งแกร่งมาก) ผลการดำเนินงานของเวียดนามฟื้นตัว QoQ เป็นกำไร 450 ล้านบาทซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากผลผลิตกุ้งในประเทศเวียดนามที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้ม

เราคาดกำไรหลักในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น HoH และกำไรหลักปี 2557 มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด YoY ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงต่อเนื่อง การฟื้นตัวเป็นกำไรของธุรกิจกุ้ง ราคาเนื้อสัตว์บกที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง และผลการดำเนินงานของตุรกีที่ปรับตัวดีขึ้น

ผู้บริหารคาดราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองมีแนวโน้มลดลง 10-15% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสัตว์บกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ธุรกิจกุ้งมีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 2557 ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 33% เป็น 40,000 ตัน) และผลผลิตกุ้งทั้งประเทศที่คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในช่วงไตรมาส 2/57 การที่จำนวนคู่แข่งในประเทศในตุรกีลดลงจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ CPF ในประเทศตุรกีปรับตัวดีขึ้นในปี 2557 เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/56 ที่ 500 ล้านบาท หรือพลิกกลับเป็นกำไร YoY จากขาดทุนหลักที่ 1.7 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 4/55 ซึ่งจะมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นในตุรกี เวียดนาม และอินเดีย

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราปรับประมาณการผลการดำเนินงานหลักของเราในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็นผลกำไรหลัก 772 ล้านบาท (จากเดิมที่เราคาดผลขาดทุนหลัก 1.1 พันล้านบาท) เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 3/56 ที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างมาก

คำแนะนำ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร เนื่องจากกำไรหลักที่มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดในปี 2557
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อเก็งกำไร
เป้าหมายพื้นฐาน: 32.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 11:10:10 am »

โบรกฯเห็นพ้อง"ซื้อ"หุ้น บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF)มองปี 57 จะ Turnaround อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ทุกธุรกิจแย่ โดยขณะนี้ทุกธุรกิจฟื้นตัวทั้งราคาไก่-หมูปรับตัวขึ้น ส่วนธุรกิจกุ้งก็เริ่มฟื้นตัวจาก supply ที่จะออกมามากขึ้น ช่วงสั้นยังได้รับผลดีจากช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย ช่วยเพิ่ม demand อีกทั้ง ยังได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าด้วย เนื่องจากรายได้บางส่วนมาจากการส่งออก

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ในช่วง 10,100-13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ในช่วง 5,897-7,900 ล้านบาท โดยปีก่อนกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากกำไรพิเศษที่ได้จากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL และ CP ฮ่องกง ขณะที่ธุรกิจหลักของ CPF ปีที่แล้วไม่ดีแทบทุกตัว โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งที่แย่เพราะเจอโรค EMS

นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี(ประเทศไทย)ให้เหตุผลที่แนะ"ซื้อ"หุ้น CPF ด้วยราคาเป้าหมาย 33.80 บาท เนื่องจากปีนี้จะเป็นปีที่ Turnaround อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ทุกธุรกิจค่อนข้างไม่ดี โดยปีนี้ทุกธุรกิจจะมีการฟื้นตัว ทั้งราคาไก่ และราคาหมูก็มีการปรับตัวขึ้น ส่วนธุรกิจกุ้งก็เริ่มฟื้นตัว

นอกจากนี้ ช่วงสั้นยังได้รับผลดีจากช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย แม้จะไม่ได้คาดว่าจะสดใสมาก แต่อย่างน้อยก็ได้ในเรื่อง demand ที่มีเข้ามาเพิ่ม อีกทั้ง CPF ยังได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าด้วย เนื่องจากมีบางส่วนที่ส่งออกด้วย

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 57 ไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 7,200 ล้านบาท ซึ่งในปีที่แล้วกำไรที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากกำไรพิเศษที่ได้จากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL และยังได้มาจาก CP ฮ่องกง ที่ปีที่แล้วธุรกิจดีกว่าไทย ส่วนธุรกิจหลักของ CPF ปีที่แล้วไม่ดีแทบทุกตัว

ด้านน.ส.นลิน วิริยะเสถียร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้ธุรกิจของ CPF จะดีกว่าปีที่แล้วทั้งจากธุรกิจกุ้งที่น่าจะมี supply ออกมามากขึ้น โดยปีนี้คาดว่าจะออกมาประมาณ 3 แสนตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ผลิตได้ 2.5 แสนตัน แต่ก็ยังไม่ได้เข้าเกณฑ์ปกติที่ต้องผลิตได้ 5 แสนตัน แต่อย่างน้อยก็ดีขึ้น แค่ธุรกิจกุ้งไม่ขาดทุนก็สามารถที่จะพลิกเป็นบวกได้

ส่วนธุรกิจไก่ และหมูปีนี้มาร์จินน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะราคาไก่ปีนี้ถือว่าดี จากการส่งออกไปญี่ปุ่นแม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้ราคาไก่ในประเทศดีขึ้น จาก demand ที่มากขึ้น ส่วนธุรกิจในต่างประเทศปีนี้ก็น่าจะดูดีขึ้น ซึ่งโดยรวมแล้ว CPF ในปีนี้จะเป็นลักษณะของการฟื้นตัว ธุรกิจไม่แย่เหมือนเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ CPF ยังได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าด้วย ซึ่งได้มาจากการส่งออก แต่ก็คงไม่มาก และยังได้รายได้จากต่างประเทศ ที่หากนำเงินเข้ามาแล้วมาแปลงเป็นเงินบาทกลับมาก็จะได้เงินก้อนใหญ่ขึ้น

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 12,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 5,897 ล้านบาท ซึ่งหากมองที่การดำเนินงานของ CPF ในปี 56 คาดว่าจะขาดทุนประมาณ 800 ล้านบาท รับผลกระทบมาจากธุรกิจกุ้งเป็นหลัก

ส่วน น.ส.สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย)กล่าวว่า ปีนี้ผลประกอบการของ CPF จะฟื้นตัวดีจากปีที่แล้วทุกธุรกิจทั้งธุรกิจกุ้งที่ค่อย ๆ ดีขึ้น จากเริ่มมีผลผลิตออกมามากขึ้น โดยจะเห็นภาพชัดเจนในไตรมาส 2/57 ส่วนธุรกิจไก่และหมูราคาค่อนข้างดีแล้ว และธุรกิจสัตว์บกในต่างประเทศก็มีการฟื้นตัวในหลาย ๆ ประเทศเริ่มกลับมาทำกำไรได้บ้าง
"ในช่วงตรุษจีน ราคาไก่-หมูก็จะดีด้วย ตอนนี้ก็ถือว่าราคาสูง"น.ส.สุทธาทิพย์ กล่าว

นอกจากนี้ CPF ยังได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าด้วย แม้จะไม่มากนัก เพราะมีรายได้จากการส่งออก 7-8% ของรายได้รวม ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจในประเทศ และการลงทุนธุรกิจในจีน, ตุรกี เป็นต้น ซึ่งเกือบ 50% เป็นรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจในต่างประเทศเป็นธุรกิจที่ลงทุนจริง ๆ จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนมากนัก

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ไว้ที่ 10,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 7,900 ล้านบาท ซึ่งปีที่แล้ว CPF มีการรับรู้รายการพิเศษค่อนข้างมาก แต่หากมองที่กำไรจากการดำเนินงานตามปกติ ปีที่แล้วคาดว่าจะมีกำไรปกติแค่ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ 7,600 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าปีนี้กำไรของ CPF จะมีการเติบโตค่อนข้างมาก

ที่มา : อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร
http://www.ryt9.com/s/iq05/1820908
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 28, 2014, 04:58:45 pm »

BLS.CPF: กำไรฟื้นตัวปี 2557
วันที่เผยแพร่ : 27/01/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

ประเด็นการลงทุน

เราปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้น CPF จาก ซื้อเก็งกำไร เป็น ซื้อ เนื่องจากความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในส่วนของธุรกิจกุ้งที่มีแนวโน้มกลับมามีกำไรและผลการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศซึ่งมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 มาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากราคาเนื้อสัตว์บกที่ทรงตัวในระดับสูงและราคากากถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง

ขาดทุนหลักไตรมาส 4/56 มีแนวโน้มลดลง YoY

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% YoY แต่ลดลง 74% QoQ ถ้าไม่รวมรายการอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL เราคาดขาดทุนหลักไตรมาส 4/56 ที่ 200 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 88% YoY (แต่ลดลงถ้าเทียบกับกำไรหลักไตรมาส 3/56 ที่ 1.71 พันล้านบาท) ผลการดำเนินงานหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด YoY เนื่องจากผลขาดทุนของธุรกิจกุ้งที่ลดลงอย่างมาก ผลขาดทุนของธุรกิจในประเทศตุรกีและอินเดียที่ลดลง และมาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนผลการดำเนินหลักที่ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของทั้งธุรกิจส่งออกและธุรกิจกุ้ง มาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรสุทธิจาก CPALL ที่ลดลง

เราคาดว่าธุรกิจกุ้งจะยังขาดทุน 1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/56 เทียบกับขาดทุน 1.6 พันล้านบาทในไตรมาส 3/56 ผลการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศทั้ง 5 ประเทศได้แก่ อินเดีย มาเลเซีย ตุรกี รัสเซีย และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มขาดทุนใกล้เคียงกับไตรมาส 3/56 มีเพียงผลการดำเนินงานของประเทศเวียดนามที่มีกำไรเพิ่มขึ้น QoQ ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากราคาเนื่อสัตว์บกที่ฟื้นตัว ราคาเนื้อไก่ในประเทศเฉลี่ยสำหรับไตรมาส 4/56 เพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 12% QoQ ราคาเนื้อหมูโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 27% YoY แต่ลดลง 3% QoQ ราคาข้าวโพดลดลง 24% YoY และ 16% QoQ ราคากากถั่วเหลืองทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 15% QoQ

ธุรกิจกุ้งมีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุนกลางปีนี้

สภาพอากาศที่เย็นกว่าปกติในช่วงตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอาจจะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตกุ้งที่ออกสู่ตลาดต่ำกว่าที่คาดก่อนหน้า (ซึ่งโดยปกติแล้วไตรมาสแรกจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นสำหรับการเลี้ยงกุ้งด้วยเช่นกัน) ดังนั้นผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งในไตรมาส 1/57 ยังไม่น่าที่จะปรับตัวดีขึ้นมากนัก เราคาดว่าธุรกิจกุ้งของ CPF มีแนวโน้มถึงจุดคุ้มทุนในช่วงปลายไตรมาส 2/57 ซึ่งจะมีปัจจัยหนุนจากผลผลิตกุ้งที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งจะค่อยๆ ทยอยฟื้นตัวภายในปี 2557

การที่ราคาไก่ในประเทศและราคาเนื้อหมูปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเนื่องมาจากอุปทานเนื้อสัตว์ที่ลดลงซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะที่สัตว์ป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติ เราคาดมาร์จิ้นของเนื้อสัตว์บกมีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาเนื้อสัตว์ที่ยืนในระดับสูงและราคาต้นทุนกากถั่วเหลืองที่มีแนวโน้มลดลง ตัวเลขผลการดำเนินงานของธุรกิจใน ประเทศมาเลเซีย อินเดีย เวียดนามและตุรกีในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 มีแนวโน้มฟื้นตัว HoH จากภาวะอุปทานล้นตลาดที่คลี่คลายลงของแต่ละตลาดในต่างประเทศ บริษัทคาดอัตราการเติบโตของยอดขายที่ 10-15% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13% สำหรับในปี 2557

ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก 19%

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของเราเพิ่มขึ้นอีก 28% เพื่อสะท้อนสมมติฐานใหม่สำหรับราคาข้าวโพดที่ปรับลดลงจาก 9.5 บาทต่อกก. เหลือ 8 บาทต่อกก. ราคาเนื้อหมูที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 68 บาทต่อกก. ไปเป็น 70 บาทต่อกก.และสมมติฐานผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งที่ดีขึ้นในปี 2557 จากเดิมที่คาดผลขาดทุนจากธุรกิจกุ้ง 1 พันล้านบาท เราปรับเพิ่มขึ้นเป็นธุรกิจกุ้งถึงจุดคุ้มทุนสำหรับทั้งปี 2557 ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DDM ณ สิ้นปี 2557 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 39 บาท (จาก 32.70 บาท)
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 39.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 10:28:48 am »

CPFสร้างเครือข่ายเกษตรกรคอนแทรคฟาร์ม

"ซีพีเอฟ"สร้างเครือข่ายเกษตรกรคอนแทรคฟาร์ม เน้นส่งเสริมเทคโนโลยีสร้างอาหารปลอดภัย

นายณรงค์ เจียมใจบรรจง รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตอาหารปลอดภัย (food safety) ตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจในคุณภาพของอาหารที่ต้องทั้งอร่อย สะอาด และปลอดภัยกับการบริโภค บริษัทจึงมุ่งมั่นพัฒนากระบวนการผลิตอาหารของบริษัท โดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตเดียวกันกับบริษัทฯ ไปสู่เกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์กับซีพีเอฟ หรือคอนแทรคฟาร์ม ที่ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลิตสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของการผลิตอาหารปลอดภัย

นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ซีพีเอฟทำหน้าที่สร้างเครือข่ายส่งเสริมเกษตรกร ช่วยสร้างอาชีพที่ยั่งยืน และการมีรายได้ที่มั่นคง เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย ขณะที่ระบบคอนแทรคฟาร์มยังช่วยลดปัญหาความเสี่ยงของราคาผลิตผลการเกษตรที่มีความผันผวนสูง โดยมีบริษัทเป็นผู้รับความเสี่ยงแทนเกษตรกร ทั้งนี้ ในกระบวนการผลิตของเกษตรกรจะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากเนื้อสัตว์ที่ผลิตได้ต้องสามารถควบคุมมาตราฐานจนถึงมือผู้บริโภค

"โมเดลคอนแทรคฟาร์ม ในแบบฉบับของซีพีเอฟคือการมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตอาหารปลอดภัยที่เป็นพื้นฐานสำคัญของบริษัทสู่เกษตรกร เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนาสินค้าตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะด้านคุณภาพและความปลอดภัย ที่จะต้องใส่ใจและให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าตลอดสายการผลิตสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นับเป็นหัวใจหลักสู่ความสำเร็จและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคต"นายณรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนการผลิตและจัดพื้นที่การผลิต (Zoning) อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีการจัดประชุมประจำเดือน เพื่อติดตามประสิทธิภาพการผลิต แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ตลอดจนให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ทั้งการเลี้ยงสัตว์ เทคโนโลยี วิชาการใหม่ๆ โดยในบางพื้นที่มีการจัดตั้งเป็นชมรมเกษตรกรคอนแทรคฟาร์มซีพีเอฟ ตลอดจนคัดเลือกฟาร์มของเกษตรกรที่มีการจัดการมาตรฐานและประสิทธิภาพการผลิตดีเด่น ให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์” เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่เพื่อนเกษตรกร นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาดูงานความสำเร็จของเพื่อนเกษตรกรในพื่นที่อื่น เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้กับฟาร์มของตนเอง

"สิ่งที่สำคัญ เกษตรกรไทยต้องมีการปรับตัวเองให้มีความสนใจหาความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แข่งขัน สร้างความยั่งยืน และส่งผลให้ภาคการเกษตรของไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นมากในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากเกษตรกรไม่แข่งขันและปรับตัวจะอยู่รอดได้ลำบาก"นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ บอกอีกว่า ที่ผ่านมายังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในระบบคอนแทรคฟาร์ม ซึ่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถตรวจสอบตัวเลขจำนวนเกษตรกรทั้งประเทศที่อยู่ในระบบนี้ได้อย่างชัดเจน มีเพียงการคาดการณ์เกษตรกรคอนแทรคฟาร์มทั้งการเพาะปลูกพืชและปศุสัตว์ที่ประมาณ 1.5 -2 แสนราย แบ่งเป็นคอนแทรคฟาร์มภาคปศุสัตว์ประมาณ 50,000 รายเท่านั้น

สำหรับซีพีเอฟมีเกษตรกรร่วมโครงการคอนแทรคฟาร์ม จำนวน 5,147 ราย คิดเป็น 10% ของทั้งประเทศ ทั้งนี้ พบว่าในจำนวนเกษตรกรกว่า 5 พันรายของซีพีเอฟ ครึ่งหนึ่งเป็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมาเกินกว่า 10 ปี รวมถึงเกษตรกรรุ่นแรกๆ เมื่อครั้งริเริ่มโครงการฯ ในปี 2518 ก็ยังคงร่วมโครงการกับบริษัทอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการส่งเสริมให้เกิดอาชีพอย่างยั่งยืนแก่เกษตรกรจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท

"ปัจจุบันเกษตรกรที่ร่วมโครงการกับซีพีเอฟมากกว่า 99% ประสบความสำเร็จและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่การที่สังคมมีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคอนแทร็คฟาร์มมิ่งคลาดเคลื่อนไปในเชิงลบ น่าจะเกิดจากที่ผ่านมาในการสำรวจหรือทำการวิจัยของหน่วยงานต่างๆเกี่ยวกับระบบนี้ ในพื้นที่ที่มีการทำวิจัยนั้นมีเกษตรกรของซีพีเอฟในจำนวนน้อย จึงไม่มีโอกาสได้ถ่ายทอดความสำเร็จผ่านงานวิจัยต่างๆ"นายณรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ โครงการคอนแทรคฟาร์มของซีพีเอฟ มีเกษตรกร 67.40 % ที่ปราศจากหนี้สิน ส่วนเกษตรกร 30.66 % ยังอยู่ในระยะเวลาการคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน (ประมาณ 7-8 ปี ) และมีเพียง 1.83 % ที่มีหนี้สินเกินระยะเวลาการคืนเงินกู้กับสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องสุดวิสัย เช่น มีคนในครอบครัวเจ็บป่วยต้องใช้เงินเร่งด่วน อย่างไรก็ตามยังมีเกษตรกร 0.12% ที่มีปัญหากับบริษัทฯ จำเป็นต้องยุติการทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งกรณีนี้เกิดจากเกษตรกรไม่ได้ดูแลฟาร์มเอง เกิดการเสียหายสูง หรือลักขโมย เป็นต้น
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 10:29:37 am »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 7,065,249 18,789,930
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.96 2.59
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 6,873,798 8,051,352
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.89 1.06
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2014, 10:30:57 am »

วันที่/เวลา 24 ก.พ. 2557 20:23:08
หัวข้อข่าว แจ้งมติคณะกรรมการเรื่องการจ่ายเงินปันผล สารสนเทศการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และสารสนเทศการได้มาซึ่งเงินลงทุนใหม่
หลักทรัพย์ CPF
แหล่งข่าว CPF
รายละเอียดแบบเต็ม


การพิจารณาปันผล

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 24 ก.พ. 2557
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 08 พ.ค. 2557

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 09 พ.ค. 2557
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 06 พ.ค. 2557
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.25มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 23 พ.ค. 2557
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ก.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 02, 2014, 10:02:29 pm »

BLS.CPF: ผลการดำเนินงานหลักสูงกว่าคาด
วันที่เผยแพร่ : 26/02/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

สูงกว่าคาด

CPF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 1.76 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 638% YoY แต่ลดลง 34% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4/56 ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 60 ล้านบาทและกำไรหลังหักภาษี 1.4 พันล้านบาทจากการเทรดดิ้งหุ้น CPALL กำไรหลักอยู่ที่ 416 ล้านบาท พลิกกลับ YoY จากขาดทุนหลัก 1.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4/55 แต่ลดลง 76% QoQ กำไรสุทธิออกมาสูงกว่าที่คาด 151% เนื่องจากกำไรพิเศษที่สูงกว่าคาด ในส่วนของผลการดำเนินงานหลักดีกว่าคาดอย่างมากเช่นกัน จากก่อนหน้านี้ที่เราคาดผลขาดทุนหลักที่ 200 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 4/56 ยอดขายสูงกว่าคาด 6% (ซึ่งหนุนโดยรายได้ธุรกิจสัตว์บก) และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.4% (เทียบกับก่อนหน้าที่เราคาดไว้ที่ 10%)

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

ผลการดำเนินงานหลักที่ฟื้นตัว YoY หนุนโดยผลขาดทุนที่ลดลงของธุรกิจกุ้งและมาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศที่เพิ่มขึ้น (ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศเพิ่มสูงขึ้นและต้นทุนข้าวโพดลดลง) กำไรหลักที่ลดลง QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจส่งออกและธุรกิจสัตว์น้ำ (ซึ่งเป็นช่วงที่การเลี้ยงกุ้งและผลผลิตกุ้งลดลง) รวมถึงผลขาดทุนของประเทศตุรกี อินเดีย รัสเซีย และฟิลิปปินส์ ที่เพิ่มสูงขึ้น ธุรกิจกุ้งในประเทศรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน จำนวน 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 4/56 หรือคิดเป็นขาดทุนลดลง 26% QoQ ธุรกิจต่างประเทศส่วนใหญ่ได้แก่ตุรกี อินเดีย ไต้หวัน รัสเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างรายงานผลการดำเนินงานที่ลดลง YoY มีเพียงประเทศลาว กัมพูชา และ CPP (ซึ่งรวมเวียดนาม) ที่มีผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น YoY

ตุรกีรายงานขาดทุนสุทธิ 450 ล้านบาทในไตรมาส 4/56 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 13% YoY และ 73% QoQ โดยภาวะอุปทานเนื้อสัตว์ล้นตลาดยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง อินเดียรายงานขาดทุนสุทธิ 290 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 26% YoY และ 867% QoQ เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์บกลดลง ผลการดำเนินงานในมาเลเซียพลิกกลับจากกำไรสุทธิ 10 ล้านบาทในไตรมาส 4/55 เป็นขาดทุนสุทธิ 125 ล้านบาทในไตรมาส 4/56 แต่คิดเป็นขาดทุนลดลง 4% QoQ รัสเซียและฟิลิปปินส์รายงานผลขาดทุนเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ CPP (ซึ่งรวมเวียดนาม) รายงานกำไรสุทธิ 61 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 45% YoY แต่ลดลง 4% QoQ

แนวโน้ม

เราคาดกำไรหลักในปี 2557 มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด หนุนโดยธุรกิจกุ้งซึ่งคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในไตรมาส 2/57 หรือ 3/57 (ซึ่งการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้งเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นกว่าปกติในเดือนม.ค.) มาร์จิ้นของธุรกิจสัตว์บกในประเทศที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องซึ่งเป็นผลจากราคาวัตถุดิบที่ลดลงและราคาเนื้อสัตว์บกที่ยืนในระดับสูง รวมถึงผลขาดทุนที่ลดลง (และอาจพลิกกลับเป็นกำไร) ของธุรกิจในต่างประเทศได้แก่ ตุรกี อินเดีย และมาเลเซีย (เนื่องจากอุปทานที่ล้นตลาดของสัตว์บกที่คลี่คลายดีขึ้น และผลผลิตกุ้งที่ฟื้นตัว) เราคาดกำไรหลัก 800 ล้านบาทในไตรมาส 1/57 เพิ่มขึ้น 92% QoQ และพลิกกลับจากขาดทุนหลัก 576 ล้านบาทในไตรมาส 1/56

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิของเราในปี 2557 ไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น CPF เนื่องจากกำไรหลักที่จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในปี 2557
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 39.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 10, 2014, 07:35:00 pm »

ขยายฐานต่างประเทศกลยุทธ์เสริมหล่อ
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Monday, March 10, 2014 06:42


ดาริน โชสูงเนิน
ตลาดต่างประเทศ คือ "พระเอก" ในอีก 5 ปีข้างหน้า "อดิเรก ศรีประทักษ์" แม่ทัพใหญ่แห่ง "เจริญโภคภัณฑ์อาหาร" ฟันธง!! กลยุทธ์ครบวงจรตัวนำพาไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ตลอดปี 2556 เหล่าคณะกรรมการ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF เดินหน้าซื้อขายหุ้น CPF ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น "ชิงชัย โลหะวัฒนะกุล" และ "มิน เธียรวร"ในฐานะรองประธานกรรมการ "พงษ์เทพ เจียรวนนท์-พงษ์ วิเศษไพฑูรย์-วีรวัฒน์ กาญจนดุล-สุนทร อรุณานนท์ชัย" ในฐานะกรรมการบริษัท ผู้สอยต้นทุนต่ำสุด 22.90 บาท คือ "พงษ์เทพ เจียรวนนท์"
"เรายังคงเป้าหมายมุ่งหน้าสู่ครัวของโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนเหมือนเดิม" นี่คือ คำยืนยันของ "อดิเรก ศรีประทักษ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF
เขา ขยายความว่า แม้ผลประกอบปี 2556 จะออกมาพลาดเป้าหมายไปเยอะ โดยมี "กำไร สุทธิ" เพียง 7,000 ล้านบาท ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ ถือว่ามี "กำไรต่ำสุด" ในรอบกว่า 10 ปี แต่เรา เชื่อมั่นว่า ในปี 2557 มีสัญญาณจะฟื้นตัวขึ้น หลังราคาเนื้อสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น เพราะโรคตายด่วนในกุ้ง หรือ EMS เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง
"ในปี 2557 โอกาสทำ "กำไรสุทธิ" ระดับ 10,000 ล้านบาท เหมือนในอดีตไม่ใช่เรื่องยาก ด้านยอดขายอาจอยู่ระดับไม่น้อยกว่า 450,000 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์" ในช่วง 3 ปีก่อน (2553-2555) บริษัทมีกำไรสุทธิ 13,562.55 ล้านบาท 15,837.01 ล้านบาท 18,789.93 ล้านบาท ตามลำดับ
"อดิเรก" บอกว่า วันนี้ "เจริญโภคภัณฑ์อาหาร" ถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุม ทั้งฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Farm) ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) และธุรกิจอาหาร (Food) ที่มีการลงทุนอยู่ใน 12 ประเทศ ครอบคลุมประชากรถึง 3,000 ล้านคน ส่งออกไปกว่า 44ประเทศทั่วโลก อาทิ สหภาพยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแคนนาดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฐานรายได้ของ "ซีพีเอฟ" ที่มีมูลค่าตลาดในปัจจุบันอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท
"ปัจจุบันเรามียอดขายเกือบ 400,000 ล้านบาท เป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ สัดส่วน 60 เปอร์เซ็นต์ และรายได้ในประเทศ 34 เปอร์เซ็นต์"
เขา เล่าถึงเรื่องการเป็น "ครัวของโลก" ว่า พวกเขาต้องการเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพดี ป้อนประชากรโลก โดยอาศัยจุดแข็งของประเทศไทยที่มีพื้นฐานทางด้านการเกษตรและอาหาร มา ต่อยอด ไปสู่สินค้าอาหารพร้อม รับประทานภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ระหว่างปูทางสู่ครัวของโลก ธุรกิจของซีพีเอฟ จะค่อยๆ งอกงามอยู่ในหลายประเทศ
"จากนี้ไปอยากเห็นรายได้เติบโตปีละกว่า 10 เปอร์เซ็นต์"
"ผู้บริหารมือเก๋า" ขยายความว่า เป้าหมายการเติบโต ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2557-2561) คงเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ยอดขาย 700,000-800,000 ล้านบาท และสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 75 เปอร์เซ็นต์ และในเมืองไทย 25 เปอร์เซ็นต์ คือ เป้าหมายของเรา ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ฐานรายได้จากต่างประเทศจะเติบโตเร็วมาก และฐานจากต่างประเทศจะเป็นตัวที่ทำให้ธุรกิจของเราไปถึงเป้าหมายที่วางไว้เร็วขึ้น เมื่อเดินทางถึงปีที่ 5 อัตราการเติบโตจากฐาน รายได้ที่อยู่ในต่างประเทศจะขยายตัวเร็วกว่าฐานในประเทศ
สำหรับงบลงทุนใน 5 ข้างหน้า คงอยู่ระดับ 50,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลงทุนปีละ 10,000 ล้านบาท ยังไม่รวมเรื่องการลงทุนซื้อกิจการ (M&A) ที่อาจต้องใช้ เงินลงทุนกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดย จะเน้นลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ภายใต้กลยุทธ์ "การสร้างการเติบโตธุรกิจแบบครบวงจรและยั่งยืน"
"เจริญโภคภัณฑ์อาหาร" มี "จุดเด่น" หลายหลายข้อ อาทิเช่น เรามีธุรกิจ ทั้ง "ต้น-กลาง-ปลายน้ำ"เรียกว่า เข้าถึงตัวผู้บริโภคตรงๆขณะเดียวกันแผนการ เข้าซื้อกิจการในธุรกิจที่มีผลต่อเนื่อง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เรา มากขึ้น นอกจากนั้นเรายังเน้นสร้างความเป็นเลิศในธุรกิจอาหาร "ความปลอดภัย และอาหารสุขภาพ" เรื่องนี้ สำคัญมาก
"อดิเรก" บอกว่า ปัจจุบันราคาหุ้น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร ถือว่าสะท้อนพื้นฐานของบริษัทแล้ว เห็นได้จากเวลาบริษัทมีกำไรดี ราคาหุ้นมักปรับตัว
เพิ่มขึ้น แต่เมื่อใดที่บริษัทมีกำไรไม่ดี ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงทันที ในอดีตราคาหุ้นเคยขึ้นไปสูงถึง 42 บาท ขณะเดียวกันยังเคยปรับตัวลดลงต่ำถึง 21 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นปรับขึ้นมาอยู่เฉลี่ย 27 บาท
เขาย้อนกลับไปดูเรื่องการซื้อกิจการว่า อาจเห็นเราซื้อการในต่างประเทศอีกหลายโครงการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปบางโครงการภายในปี 2557 เมื่อปี 2556 บริษัทได้ซื้อกิจการไปแล้ว 4 รายการ ไล่มาตั้งแต่เข้าถือหุ้น "ซีพี-เมจิ" 60 เปอร์เซ็นต์ ถือหุ้นธุรกิจสุกรประเทศ รัสเซีย (RPBI) 69.7 เปอร์เซ็นต์ และถือหุ้นโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ทันสมัยในเบลเยียม (Top Foods) 80 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวเมื่อ เดือน ม.ค. ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าถือหุ้น 29 เปอร์เซ็นต์ ในธุรกิจการค้าในประเทศสวีเดน (BHJ)
ปัจจุบันเราได้นำรูปแบบการบริหารงาน และการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัยของ Tops Foods มาใช้ในแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน เวียดนาม และไทย รวมทั้งมีการนำเมนูอาหารไทยให้ Tops Foods ผลิตในเบลเยียม เพื่อจำหน่ายในยุโรปด้วย
กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะ ผู้บริหาร ทิ้งท้ายว่า ปัญหาการเมืองยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของเมืองไทย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ "ซีพีเอฟ" เพราะประชาชนยังต้องบริโภคอาหาร
ขณะที่รายได้จากเมืองไทยคิดเป็น สัดส่วนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม รายได้หลักของเรายังมาจากต่างประเทศ ส่วนปัญหาไข้หวัดนกในเมืองจีนยังไม่ส่ง ผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากเราไม่มีธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่ และแปรรูปอาหาร โดยบริษัท มีธุรกิจอาหารสัตว์เท่านั้น
"ซื้อ" คำตอบสุดท้าย
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า แนะ "ซื้อ" หุ้น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ CPF ราคาเป้าหมาย 37 บาท หลังผลประกอบการในปี 2557 มีแนวโน้มฟื้นตัว จากปัจจัยหนุนต่างๆ เช่น ค่าเงินบาทที่มี แนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปีก่อน ซึ่งส่งผลดีต่อ CPF ที่มีรายรับจากทั้งธุรกิจในต่างประเทศและธุรกิจส่งออกรวมกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
อีกทั้งแนวโน้มต้นทุนอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดในช่วงเดือน ม.ค. ยังอ่อนตัวต่อเนื่อง และเนื้อสัตว์ในประเทศ ทั้งหมูและไก่ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยไตรมาสก่อนประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ และ 12 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 72 บาทต่อกก. และ 44 บาทต่อกก. ตามลำดับ เชื่อว่าเมื่อผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวไปได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้สูงขึ้นจากปีก่อน ในเบื้องต้นคาดอยู่ที่ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า มีความเชื่อมั่นค่อนข้างมากว่า ทิศทางผลการดำเนินงานหลักของบริษัทกำลังพัฒนาการไปในทางบวก กำไรสุทธิของ CPF ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2556 ซึ่งกำลังตามมาด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2557 ดังนั้นเรายังคงแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานของ CPF เท่ากับ 33.80 บาท (อ้างอิง PE 20 เท่าในปี 2557)
โดยเริ่มเห็นได้จากราคาไก่และหมูที่ปรับตัวขึ้นจากช่วงไตรมา 4/56 แล้วตั้งแต่ต้นปี 57 ถึงขณะนี้ โดยราคาไก่ปรับขึ้นจากค่าเฉลี่ย 38.5 บาท/กิโลกรัม มาที่ระดับ 44 บาท/กิโลกรัมในขณะนี้ ส่วนหมูปรับขึ้นจากค่าเฉลี่ย 67.8 บาท/กิโลกรัม มาที่ระดับ 74 บาท/กิโลกรัมล่าสุด นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบไม่มีแรงกดดันทางลบในขณะนี้ โดยทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลือง ยังอยู่ในระดับทรงตัวจากปลายปีก่อน
บรรยายใต้ภาพ
อดิเรก ศรีประทักษ์--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 27, 2014, 10:08:37 pm »

เผยซีพีเอฟสมุทรสาครเลิกจ้างแรงงานพม่า 1.19 พันคน เหตุขาดแคลนวัตถุดิบ

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยซีพีเอฟ มหาชัย เลิกจ้างแรงงานแกะกุ้งชาวพม่าจากบริษัทรับเหมา 1.19 พันคน มีผล 10 เม.ย. จ่ายค่าชดเชย 50 ล้าน เหตุโรคตายด่วนในกุ้งทำขาดแคลนวัตถุดิบ แม้จะลดเวลาทำงานแต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. เว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาครว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ (กุ้ง) ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.บางโทรัด อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ได้เลิกจ้างแรงงานพม่าที่เป็นลูกจ้างของบริษัทผู้รับเหมาค่าแรงจำนวน 1,196 คน ซึ่งทำหน้าที่แกะกุ้ง โดยการเลิกจ้างจะมีผลในวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะมีการจ่ายเงินค่าจ้างและเงินชดเชย รวมทั้งเงินบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงินทั้งหมดกว่า 50 ล้านบาท

“สาเหตุที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารเลิกจ้างแรงงานพม่ากว่า 1.1 พันคน เพราะก่อนหน้านี้ช่วงต้นปี 2556 ได้เกิดโรคระบาดในกุ้งซึ่งเรียกว่าโรคตายด่วนในกุ้ง ทำให้สถานประกอบการที่ใช้กุ้งเป็นวัตถุดิบได้รับผลกระทบ เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบกุ้งโดยบริษัทได้ประกอบการสถานการณ์ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจากเดิมให้ลูกจ้างทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ เป็นทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น จึงใช้มาตรการหยุดกิจการชั่วคราวโดยจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ตามมาตรา 75 ของกฎหมายคุ้มครองแรงงานระหว่างวันที่ 26 ก.พ. ถึง 10 เม.ย. 2557 รวม 30 วัน ในที่สุดก็ได้ตัดสินใจเลิกจ้างแรงงานพม่าเพื่อไปประกอบกิจการอื่น” นายพานิช กล่าว

http://www.sakhononline.com/business/?p=520
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2014, 10:22:50 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2,049,809 1,026,336
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.28 0.14
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,110,084 1,293,475
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.14 0.17
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2014, 12:32:57 pm »

ชี้ส่งออกไก่สดใส-กุ้งต้องลุ้น

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2014 เวลา 13:22 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ การค้า-ส่งออก - คอลัมน์ : การค้า-ส่งออก
Source:http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=231349:2014-05-18-06-25-34&catid=87:2009-02-08-11-23-26&Itemid=423#.U3rFKScayK0

ซีพีเอฟฟันธงส่งออกไก่ยังไปโลด ตั้งเป้าปีนี้ 1.4 แสนตันได้อานิสงส์ญี่ปุ่นไฟเขียวนำเข้าไก่สด ขณะได้อานิสงส์บราซิลเจ้าตลาดเป็นเจ้าภาพบอลโลกต้องบริโภคภายในเพิ่มลดส่งออก ด้านสินค้ากุ้งตั้งเป้า 3 หมื่นตัน ได้-ไม่ได้รอดูผลผลิตกุ้งครึ่งปีหลัง
พิสิฐ โอมพรนุวัฒน์ นายพิสิฐ โอมพรนุวัฒน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายฏิบัติการ สายธุรกิจการค้าต่างประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในปี 2557 นี้คาดในกลุ่มสินค้าไก่ของซีพีเอฟจะสามารถส่งออกได้ประมาณ 1.4 แสนตันคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท จากปีที่ผ่านมาส่งออกได้ประมาณ 1 แสนตัน มูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท หรือด้านปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 40% ส่วนด้านมูลค่าขึ้นกับค่าเงินบาท
สำหรับคาดการณ์ส่งออกสินค้าไก่ของซีพีเอฟ 1.4 แสนตันในปีนี้จะเป็นการส่งออกไก่แปรรูป หรือไก่ปรุงสุกประมาณ 9 หมื่นตัน และไก่สดแช่แข็งประมาณ 5 หมื่นตัน ในจำนวนนี้จะเป็นการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น 5-6 หมื่นตัน (ไก่สุกและไก่สด)และตลาดยุโรปประมาณ 7 หมื่นตันที่เหลือส่งออกไปตลาดอื่นๆ ขณะที่ภาพรวมการส่งออกสินค้าไก่ของประเทศไทยในปีนี้คาดมีโอกาสส่งออกได้ประมาณ 6.3 แสนตัน มูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท จากปีที่แล้วส่งออกได้ 5.3 แสนตัน (มูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนตัน
"ปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 แสนตันในปีนี้ได้รับอานิสงส์จากญี่ปุ่นได้อนุญาตให้มีการนำเข้าไก่สดจากไทยอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2556 ซึ่งทางซีพีเอฟได้มีการส่งออกไก่สดไปญี่ปุ่นเป็นเจ้าแรกหลังจากที่เขาอนุญาต รวมถึงตลาดอื่นที่คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เช่นเกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ ตะวันออกกลาง"
นอกจากปัจจัยบวกที่ญี่ปุ่นเปิดตลาดไก่สดให้ไทยแล้ว อีกส่วนหนึ่งจากที่ประเทศบราซิลคู่แข่งขันส่งออกสินค้าไก่รายสำคัญของไทยจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้ ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปท่องเที่ยวและชมการแข่งขันซึ่งจะส่งผลให้มีการบริโภคไก่ในประเทศมากขึ้น และลดการส่งออกลง จะมีผลให้คู่ค้าหันมานำเข้าไก่จากไทยเพิ่มขึ้น
ด้านนายประสิทธิ์ ฉลองชัยชาญ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซี.พี.เมอร์แชนไดซิ่ง จำกัด บริษัทลูกซีพีเอฟ กล่าวเสริมว่า จากที่ญี่ปุ่นได้เปิดตลาดไก่สดให้ไทยอีกครั้งถือมีทิศทางที่สดใส แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นตามาในเวลานี้คือการขาดแคลนแรงงานในการตัดแต่งไก่สดตามความต้องการของลูกค้า เนื่องจากการห้ามนำเข้าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยได้หันไปผลิตไก่แปรรูปเป็นสินค้าหลัก ดังนั้นจะต้องใช้เวลาในการฝึกทักษะแรงงานในการตัดแต่งไก่สดจะทำให้ส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยปีนี้คาดญี่ปุ่นจะมีการนำเข้าไก่แปรรูปและไก่สดมากกว่า 3 แสนตัน ในจำนวนนี้เป็นไก่แปรรูปประมาณ 2.2 แสนตัน และอีกประมาณ 8 หมื่น-1 แสนตันเป็นไก่สด
"ในส่วนของตลาดยุโรปที่เขาให้โควตานำเข้าไก่สดจากไทยในโควตาไก่หมักเกลือ 9.2 หมื่นตันต่อปี(ภาษีในโควตา 15.4%)ในปีที่แล้วไทยเพิ่งส่งไปได้แค่ 6 หมื่นตันเท่านั้น เพราะวอลุ่มที่ไปไม่พอ ตรงนี้ยังไปได้เพิ่มอีกกว่า 3 หมื่นตัน ส่วนปัจจัยเสี่ยงคือวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นช่วงปลายปี"
ขณะที่นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองกรรมการผู้จัดการบริหารซีพีเอฟ (ด้านการค้าสัตว์น้ำ) เผยว่า ในปีนี้ซีพีเอฟตั้งเป้าส่งออกสินค้ากุ้งที่ 3 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 20% จากผลิตกุ้งจากฟาร์มของบริษัทที่คาดว่าจะผลิตได้ในปีนี้ประมาณ 3.5-4 หมื่นตัน เพิ่มจากปี 2556 ที่มีการส่งออก 2.8 หมื่นตัน จากผลผลิตประมาณ 3.2-3.5 หมื่นตัน ทั้งนี้จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ คงต้องรอดูสถานการณ์ผลผลิตกุ้งของบริษัท และผลผลิตกุ้งในภาพรวมของประเทศปลายไตรมาสที่ 2 ถึงช่วงไตรมาสที่ 3 ว่าจะยังได้รับผลกระทบจากโรคตายด่วน(EMS) มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากผลผลิตดีขึ้นทั้งปีนี้การส่งออกกุ้งของไทยก็จะขยายตัวดีขึ้นแน่นอน จากปีที่แล้วไทยมีการส่งออกกุ้ง 2.05 แสนตัน ลดลงจากปี 2555 ที่ส่งออก 3.4 แสนตัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,949 วันที่ 18 - 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2014, 02:12:48 pm »

BLS.CPF: กำไรหลักสูงกว่าคาด
วันที่เผยแพร่ : 19/05/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     กำไรหลักสูงกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
CPF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/57 ที่ 2.05 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% YoY และ 17% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 1/57 ได้แก่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 106 ล้านบาท และกำไรหลังหักภาษีจากการซื้อขายหุ้น CPALL ที่ 415 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 1.74 พันล้านบาท พลิกกลับ YoY จากขาดทุนหลัก 576 ล้านบาทในไตรมาส 1/56 และเพิ่มขึ้น 319% QoQกำไรสุทธิที่ออกมาสูงกว่าคาด 5% ในขณะที่กำไรหลักสูงกว่าคาด 96% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นและรายได้อื่นที่สูงกว่าคาดและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด รายได้รวมต่ำกว่าคาด 10% แต่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.1% (สูงกว่าที่คาดก่อนหน้าที่ 11.8%)

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด เนื่องมาจากมาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศและเนื้อสัตว์บกต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจกุ้งในต่างประเทศที่พลิกกลับมามีกำไร อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.8% จาก 1.7% ในไตรมาส 1/56 เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจเนื้อสัตว์บกต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 14% จาก 11.6% ในไตรมาส 1/56 เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของประเทศตุรกีและอินเดีย อัตรากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งในต่างประเทศพลิกกลับมาเป็นบวกอยู่ที่ 4.2% จาก -14.6% ในไตรมาส 1/56 เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของประเทศมาเลเซียและเวียดนาม ส่วนธุรกิจกุ้งในประเทศไทยยังคงมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 1 พันล้านบาทในไตรมาส 1/57 ขาดทุนลดลง 8% QoQ

ผลการดำเนินงานของประเทศตุรกี อินเดีย มาเลเซีย ลาวและ CPP ในประเทศจีน (ซึ่งรวมเวียดนาม) ปรับตัวดีขึ้น YoY ประเทศตุรกีรายงานจุดคุ้มทุนแล้วสำหรับไตรมาส 1/57 เทียบกับขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/56 และไตรมาส 4/56 ประเทศอินเดียแสดงกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท พลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/56 และไตรมาส 4/56 ประเทศมาเลเซียถึงจุดคุ้มทุนแล้วเช่นกันจากไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วที่แสดงผลขาดทุน ส่วนธุรกิจ CPP ในประเทศจีน (รวมถึงเวียดนาม) แสดงผลกำไรสุทธิ 41 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 38% YoY

แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 2/57 ที่ 3.5 พันล้านบาท พลิกฟื้นจากขาดทุนหลัก 842 ล้านบาทในไตรมาส 2/56 และเพิ่มขึ้น 101% QoQ กำไรที่พลิกฟื้น YoY เนื่องจากผลขาดทุนของธุรกิจกุ้งไทยที่คาดว่าจะลดลงอย่างมาก รวมถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศและธุรกิจกุ้งในต่างประเทศที่แข็งแกร่งมากขึ้น เราคาดว่าธุรกิจกุ้งในประเทศมีแนวโน้มขาดทุนลดลงในไตรมาส 2/57 และพลิกกลับมามีกำไรได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากราคากุ้งในประเทศที่ลดลงมาแล้ว 25% (จาก 275 บาทต่อกก.ในช่วงต้นเดือนเม.ย. ลงมาอยู่ที่ 205 บาทต่อกก.ในช่วงกลางเดือนพ.ค.)

ธุรกิจในประเทศตุรกีและมาเลเซียมีแนวโน้มแสดงผลกำไรสุทธิ และกำไรของธุรกิจในประเทศอินเดียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoYและ QoQ เนื่องจากภาวะอุปทานเนื้อสัตว์บกล้นตลาดเริ่มคลี่คลายดีขึ้นและการลดลงของโรคระบาดอีเอ็มเอสในกุ้ง เราคาดว่ามาร์จิ้นของธุรกิจเนื้อสัตว์บกในประเทศในไตรมาส 2/57 มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย YoY และ QoQ โดยราคาเนื้อหมูในประเทศที่อยู่ในระดับสูง ณ ปัจจุบันจะช่วยลดผลกระทบของราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากกำไรหลักปี 2557 ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวแข็งแกร่ง
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   39.00บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: CPF : บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2014, 08:38:35 am »

CPF เผยคาร์ฟูร์ในฝรั่งเศสหยุดซื้อสินค้ากุ้งหลังสื่อนอกโจมตีอุตฯประมงไทย
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Saturday, June 14, 2014 10:34

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 มิ.ย. 57)--นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ชี้แจงหนังสือพิมพ์ เดอะการ์เดียนกรณีที่อุตสาหกรรมประมงไทยใช้แรงงานเด็กว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการทำประมงอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเป็นสมาชิก The International Fishmeal and Fish Oil Organization (IFFO) ในการสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายตระหนักต่อการจัดหาแหล่งผลิตวัตถุดิบปลาป่นที่ถูกต้อง รวมถึงการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ซึ่งหลักการดังกล่าวจะนำภาคการผลิตโดยรวมไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟได้มีการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการโรงงานปลาป่น ด้วยการเพิ่มราคารับซื้อให้แก่โรงงานปลาป่นที่ใช้วัตถุดิบปลาจากแหล่งที่มาที่ถูกต้อง มีเอกสารหลักฐานรับรอง และผ่านการตรวจสอบของกรมประมง
“เราตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี และได้เดินหน้านโยบายหลายด้าน พร้อมสนับสนุนการทำประมงในประเทศอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน โดยปัจจุบันนี้ บริษัทไม่ได้มีการซื้อปลาป่นที่ยังไม่ผ่านการรับรอง" นายอดิเรก กล่าว
นอกจากนั้น ซีพีเอฟได้ร่วมกับสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย ต่อต้านและหยุดการใช้แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก แรงงานทาส และการค้ามนุษย์ฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมดูแลสภาพการทำงานให้เกิดความเป็นธรรม ป้องกันไม่ให้มีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และปฎิบัติตามกฎหมายแรงงานทั้งของประเทศไทย และกฎหมายระหว่างประเทศ
กรณีที่กลุ่มธุรกิจซุปเปอร์มาเก็ตคาร์ฟูร์ ของฝรั่งเศส ตัดสินใจหยุดการซื้อสินค้าประเภทกุ้งจาก ซีพีเอฟนั้น อาจเกิดขึ้นได้จากความเข้าใจบนข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่ครบถ้วนที่รายงานโดยหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ซึ่งทีมงานของบริษัทอยู่ระหว่างการชี้แจงทำความเข้าใจกับคาร์ฟูร์
อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกจากประเทศไทยไปยังซุปเปอร์มาเก็ตดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 130 ล้านบาท คิดเป็น 0.03% ของยอดขายรวมในปี 2556 เท่านั้น และหลังจากทำความเข้าใจเรียบร้อยแล้ว การค้าน่าจะกลับมาเป็นปกติ

--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร โทร.02-2535000 ต่อ 353 อีเมล์: saowalak@infoquest.co.th--
บันทึกการเข้า