เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 18023 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 10:44:03 am »

BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ชื่อบริษัท    บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่    เลขที่ 555/1 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร A ชั้น 10 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.

เบอร์โทรศัพท์    0-2140-8999
เบอร์โทรสาร    0-2140-8900

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทน้ำมันของคนไทย ประกอบธุรกิจนำน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกกลาง ตะวันออกไกล และจากแหล่งน้ำมันดิบภายในประเทศเข้ามากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปด้วยกำลังผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน โดยโรงกลั่นของบริษัทฯ เป็นประเภท Simple Refinery (Hydroskimming) ที่ทำการแยกองค์ประกอบในน้ำมันดิบออกเป็นน้ำมันชนิดเบา ชนิดหนักปานกลาง และชนิดหนักในสัดส่วนตามธรรมชาติของน้ำมันดิบแต่ละชนิด และอยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างหน่วยแตกตัวโมเลกุลน้ำมัน (Cracking Unit) ภายใต้โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน หรือ Product Quality Improvement (PQI) ซึ่งเป็นกระบวนการแปลงน้ำมันชนิดหนัก บางส่วน(น้ำมันเตา) ให้เป็นน้ำมันชนิดเบา (น้ำมันเบนซินและดีเซล) ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะทำให้กลายเป็นโรงกลั่นประเภท Complex Refinery โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จราวปลายปี 2551 และในปี 2549 บริษัทฯ ได้มีการติดตั้งหน่วยผลิตไบโอดีเซลขึ้นภายในโรงกลั่นน้ำมัน โดยใช้น้ำมันพืชใช้แล้วเป็นวัตถุดิบหลัก ปัจจุบันผลิตอยู่ประมาณ 20,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งไบโอดีเซลที่ได้จะนำไปผสมเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลสูตร บี5

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จะจำหน่ายให้แก่ บริษัทผู้ค้าน้ำมันทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง ที่มีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง ซึ่งจะนำน้ำมันเหล่านี้ไปจัดจำหน่ายต่อผ่านระบบเครือข่าย และช่องทางการจำหน่ายของบริษัทเหล่านั้นไปสู่ผู้บริโภคน้ำมันอีกทอดหนึ่ง การจัดส่งให้ลูกค้าส่วนใหญ่จัดส่งทางท่อ อย่างไรก็ตาม บางกรณีลูกค้าอาจมารับน้ำมันเองโดยทางเรือหรือทางรถยนต์

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงผ่านสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 566 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 530 แห่ง (ณ สิ้นปี 2549) ภายใต้เครื่องหมายการค้า  และจำหน่ายให้ผู้ใช้โดยตรงในภาคขนส่ง สายการบิน เรือเดินสมุทร ภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม อีกทั้งมีการประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในร้านค้าเลมอนกรีนและร้านใบจาก และยังให้บริการด้านอื่นๆ อีก เช่น ศูนย์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณสถานีบริการ และในปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันบางจากบางแห่ง ยังได้มีการรับเชื้อเพลิงก๊าซ NGV มาจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งด้วย

นโยบายการจ่ายปันผล:
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภท ตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฏหมายแล้ว (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)

เว็บไซต์    http://www.bangchak.co.th
กราฟและข้อมูล  http://www.ruayhoon.com/stock/BCP/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2013, 11:48:57 am โดย admin »
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2013, 10:44:34 am »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                     
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่                       30 กันยายน 30 กันยายน
ปี                       2556 2555 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1,359,366 1,071,884 3,964,499 3,125,574
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      0.99 0.78 2.88 2.27
ต่อหุ้น (บาท)                     


งบการเงินเฉพาะกิจการ                     
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่                       30 กันยายน 30 กันยายน
ปี                       2556 2555 2556 2555
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1,186,195 1,049,382 3,488,725 3,020,218
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      0.86 0.76 2.53 2.19
ต่อหุ้น (บาท)                     
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2013, 01:56:55 pm »

OPPDAY Q3 2013

OPPDAY BCP
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 17, 2014, 11:56:47 pm »

BLS.BCP: ค่าการกลั่นอ่อนแอและยอดขายปิโตรเลียมชะลอตัวได้สะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว;ไตรมาสหน้าปรับตัวดีขึ้น
วันที่เผยแพร่ : 14/01/2014

บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าตลาดได้สะท้อนความคาดหวังกำไรไตรมาส 4/56 ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงและความกังวลเกี่ยวกับการบริโภคน้ำมันปิโตรเลียมชะลอตัวประเทศ ค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 1/57 มีแนวโน้มหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้เราคิดว่ากำไรของ BCP มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่ากลุ่มเนื่องจากโมเดลธุรกิจมีความเป็นเอกลักษณ์ มูลค่าหุ้นถือว่ามีราคาไม่แพง โดย PER ปี 2557 อยู่ที่ 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 10.1 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 10.3 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2557 อยู่ที่ 6.0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียที่ 3.5%

ค่าการกลั่นอ่อนแอไตรมาส 4/56 ส่งผลให้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2556

ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยไตรมาส 4/56 อยู่ที่ 4.1 เหรียญต่อบาร์เรล (ลดลง 40% YoY และ 30% QoQ) นั้นต่ำกว่าที่ตลาดคาดเนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากกำลังการผลิตใหม่, การส่งออกจากจีนและอินเดียเพิ่มขึ้น, และอุปสงค์ชะลอตัวในภูมิภาค นอกจากนี้สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้การบริโภคน้ำมันปิโตรเลียมชะลอตัว จากปัจจัยดังกล่าว เบื้องต้นเราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ของ BCP ไว้ที่ 700 ล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 48% QoQ จากสมมติฐานค่าการกลั่น อัตรากำไรทางการตลาด และกำไรจากสินค้าคงคลังสำหรับไตรมาสที่ลดลง เราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ของเราลง 14% เป็น 4,672 ล้านบาท

ค่าการกลั่นที่เพิ่มเพิ่มขึ้นจะหนุนกำไรเติบโต QoQ ในไตรมาส 1/57

อุปสงค์สำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลในไตรมาสแรกกอรปกับอุปทานที่ลดลงเนื่องจากอากาศหนาวเย็นในอเมริกาเหนือหนุนค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/57 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 40% QoQ (แต่ลดลง 32% YoY) เป็น 5.8 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นเราคาด BCP จะรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่ง QoQ (แต่ลดลง YoY) ในไตรมาส 1/57 แม้ยอดขายผ่านช่องทางการตลาดอาจอ่อนแอลง QoQ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง

จากการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่ายอดขายปิโตรเลียมในประเทศมีความสัมพันธ์อย่างมากกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ (แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับการเติบโตของ GDP มากนัก) อย่างไรก็ตามยอดขายปิโตรเลียมของ BCP มีความแข็งแกร่งต่อวิกฤติทางการเมืองมากกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม ดังนั้นปริมาณขายปิโตรเลียมคาดว่าจะไม่ลดลงมากนักในไตรมาส 1/57 จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองอาจต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เราจึงปรับลดสมมติฐานสำหรับปี 2557 ในส่วนของปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดลดลง 5% เป็น 90BKD และในส่วนของค่าการตลาดลดลง 8% เป็น 0.60 บาทต่อลิตร ดังนั้นประมาณการกำไรสุทธิของเราปี 2557 จึงลดลง 10% เป็น 5,404 ล้านบาท และราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF ลดลงเป็น 38 บาท (จาก 44 บาท)

กำไรไตรมาส 2/57 สูงกว่ากลุ่ม

โดยปกติแล้วไตรมาสที่ 2 จะเป็นฤดูกาลที่มีค่าการกลั่นต่ำ ดังนั้นกำไรของบริษัทโรงกลั่นในไทยจะอ่อนแอลง QoQ ในไตรมาส 2/57 แต่เราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/57 ของ BCP จะสูงกว่ากลุ่มเนื่องจากโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เฟส 3 จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนเม.ย. ซึ่งจะ ช่วยลดผลกระทบจากรายได้ที่หายไปจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ในทางตรงกันข้ามกำไรไตรมาส 2/57 ของ TOP คาดว่าจะลดลงอย่างมาก QoQ เนื่องจากจะมีหยุดซ่อมบำรุงทั้งคอมเพล็กซ์
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 38.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 23, 2014, 06:44:51 pm »

BLS.BCP: คาดการณ์กำไรลดลงไตรมาส 4/56; คาดปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/57
วันที่เผยแพร่ : 23/01/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าตลาดได้สะท้อนความคาดหวังกำไรไตรมาส 4/56 ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงและความกังวลเกี่ยวกับการบริโภคน้ำมันปิโตรเลียมชะลอตัวประเทศ ค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 1/57 มีแนวโน้มหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้เราคิดว่ากำไรของ BCP มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่ากลุ่มเนื่องจากโมเดลธุรกิจมีความเป็นเอกลักษณ์ มูลค่าหุ้นถือว่ามีราคาไม่แพง โดย PER ปี 2557 อยู่ที่ 7.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 10.2 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 10.7 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2557 อยู่ที่ 6.0% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียที่ 3.4%

อัตรากำไรอ่อนแอและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจะกดดันกำไรไตรมาส 4/56 แต่...

เราทบทวนประมาณการกำไรของ BCP ของเราอีกครั้ง ขณะนี้เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 554 ล้านบาท ลดลง 52% YoY และ 59% QoQ ไม่รวมสมมติฐานขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 540 ล้านบาท และกำไรจากการสต็อกน้ำมัน 159 ล้านบาท และกำไรจากการ Hedging น้ำมัน 240 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/56 จะอยู่ที่ 695 ล้านบาท ลดลง 32% YoY แต่เพิ่มขึ้น 329% QoQ ประมาณการใหม่ของเราต่ำกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้าเล็กน้อยเนื่องจากคาดการณ์ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ดังนั้นเราได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ลดลง 3% เป็น 4,519 ล้านบาท

คาดการณ์กำไรปรับตัวลดลงในไตรมาส 4/56 เนื่องจาก 1) ค่าการกลั่นอ่อนตัวลง (ลดลง 63% YoY และ 18% QoQ เป็น 3.9 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) ค่าการตลาดลดลง (ลดลง 23% YoY และ 4% QoQ เป็น 0.51 บาทต่อลิตร), 3) กำไรจากสต็อกน้ำมันลดลง QoQ (1 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 3.2 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/56), และ 4) กำไรจากการ Hedging น้ำมันต่ำลง YoY (0.8 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 1.2 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/55) ให้สังเกตว่าธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะทำกำไรดีขึ้น QoQ และ YoY ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรไตรมาส 4/56 นอกจากนี้กำลังกลั่นเพิ่มขึ้น 19% YoY (ทรงตัว QoQ) เป็น 101KBD ขณะที่ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 8% QoQ เป็น 437 ล้านลิตรต่อเดือน

…คาดกำไรเติบโต QoQ สำหรับไตรมาส 1/57

ดังนั้นเราคาดว่า BCP จะรายงานกำไรเติบโต QoQ (แต่ลดลง YoY) ในไตรมาส 1/57 แม้ปริมาณขายผ่ายช่องทางการตลาดอาจอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ปัจจัยหนุนได้แก่ค่าการกลั่นตลาดปรับตัวสูงขึ้นจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นด้วยปัจจัยทางฤดูกาลสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระหว่างไตรมาสแรกกอรปกับอุปทานที่ลดลงเนื่องจากอากาศหนาวเย็นในอเมริกาเหนือ ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/57 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 50% QoQ (แต่ลดลง 27% YoY) เป็น 6.1 เหรียญต่อบาร์เรล

ได้รับผลกระทบปานกลางจากการอ่อนค่าของเงินบาท

เนื่องจาก BCP มีเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์รวมประมาณ 200 ล้านเหรียญ การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบปานกลางต่อกำไรของบริษัท หากเงินบาทอ่อนค่าลง 1 บาทเทียบกับเงินดอลลาร์ บริษัทอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 200 ล้านบาท นอกจากนี้อาจมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจากการซื้อน้ำมันดิบในระหว่างไตรมาสด้วย
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 38.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2014, 11:48:53 am »

BLS.BCP: กำไรไตรมาส 4/56 สูงกว่าคาด; คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/57 เติบโต QoQ
วันที่เผยแพร่ : 19/02/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

สูงกว่าคาด

BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 688 ล้านบาท ลดลง 40% YoY และ 49% QoQ หากไม่นับรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 530 ล้านบาท, กำไรจากสต๊อกน้ำมันและสัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 342 ล้านบาท, ผลขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาท และการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิจำนวน 58 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/56 จะอยู่ที่ 822 ล้านบาท ลดลง 20% YoY แต่เพิ่มขึ้น 407% QoQ กำไรสุทธิที่ออกมาสูงกว่าประมาณการของเรา 24% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 32% เนื่องจากอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาดและกำไรพิเศษ สำหรับปี 2556 BCP รายงานกำไรสุทธิที่ 4,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY และกำไรหลัก 3,366 ล้านบาท เติบโต 106% YoY

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรไตรมาส 4/56 ปรับตัวลดลงมาจาก: 1) ค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนตัวลง (ลดลง 55% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ มาอยู่ที่ 4.8 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) ค่าการตลาดค้าปลีกลดลง (ลดลง 26% YoY และ 8% QoQ มาอยู่ที่ 0.49 บาทต่อลิตร), 3) กำไรจากสต๊อกน้ำำมันต่ำลง QoQ (2.1 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 3.2 เหรียญต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/56) และ 4) กำไรจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันที่ลดลง YoY (1.19 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 1.20 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/55) ให้สังเกตว่าบริษัทรับรู้กำไรจากหน่วยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มสูงขึ้น QoQ และ YoY ในไตรมาสดังกล่าว นอกจากนี้อัตราการใช้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 101KBD ในขณะที่ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้น 8% YoY และ 7% QoQ มาอยู่ที่ 432 ล้านลิตรต่อเดือน

แนวโน้ม

เราคาด BCP จะรายงานกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่ง QoQ (แต่ลดลง YoY) ในไตรมาส 1/57 แม้ปัญหาทางการเมืองอาจส่งผลให้ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดลดลง QoQ ปัจจัยหนุนได้แก่ค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากอุปสงค์สูงตามฤดูกาลสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระหว่างไตรมาสแรกกอปรกับอุปทานขาดตลาดในอเมริกาเหนือ (เนื่องจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็น) ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์นับตั้งแต่ไตรมาส 1/57 จนถึงปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้น 55% QoQ (แต่ลดลง 25% YoY) เป็น 6.3 เหรียญต่อบาร์เรล

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราคงประมาณการกำไรสุทธิของเราปี 2557 ที่ 5,404 ล้านบาทไว้ตามเดิม

คำแนะนำ

ค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 1/57 และความคาดหวังต่อกำไรหลักเติบโต QoQ มีแนวโน้มหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้แนวโน้มกำไรของ BCP นั้นเติบโตดีกว่าหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นอื่นๆเนื่องจากโมเดลธุรกิจที่โดดเด่น (ธุรกิจโรงกลั่น+ธุรกิจค้าปลีก+ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์)

มูลค่าหุ้นยังถือว่าราคาไม่แพง โดย PER ปี 2557 อยู่ที่ 8.0 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยในระยะยาวของบริษัทที่ 10.2 เท่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 12.6 เท่า บริษัทเสนออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2557 5.6% สูงกว่าค่าเฉลี่ยหุ้นกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียมากที่ 3.3% BCP ประกาศเงินปันผลสำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 ที่ 0.75 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ 4.8% สำหรับปี 2556 โดยหุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 3 มี.ค.2557 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 เม.ย.2557
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 38.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:51:20 am »

บางจาก′ลุยลงทุน 1.2 หมื่นล้าน เตรียมขาย′อี 20′ทุกปั๊มทั่วประเทศ

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 14:27:40 น.

นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจปี 2557 บางจากเตรียมลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนด้านปิโตรเลียม 4,000 ล้านบาท พลังงานทดแทน 3,400 ล้านบาท และลงทุนธุรกิจใหม่กว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนขยายการลงทุนออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ที่มีหลายโครงการในประเทศญี่ปุ่นเสนอให้บางจากฯเข้าไปลงทุน ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 30-50 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพิจารณาและเข้าตรวจสอบกิจการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณกลางปีนี้ ซึ่งโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าไทย แต่ระดับความเข้มของแสงน้อยกว่าไทย

"ธุรกิจค้าปลีกปัจจุบันมียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 3 รองจาก ปตท.และเอสโซ่ จึงมีเป้าหมายขึ้นอันดับ 2 โดยมีแผนจำหน่ายน้ำมัน 260 ล้านลิตรต่อเดือน เพิ่มขึ้น 11% และปีนี้จะใช้เงินลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 70 แห่ง รวมเป็น 1,130 แห่งทั่วประเทศ พัฒนาสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ให้มีความทันสมัยประมาณ 100 ขยายสถานีบริการ อี85 เพิ่มเป็น 150 แห่ง และสถานีบริการ อี 20 ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนนโยบายพลังงานทดแทนของภาครัฐ รวมทั้งตั้งเป้าขยายร้านสะดวกซื้อบิ๊กซีมินิในสถานีบริการน้ำมันเพิ่มเป็น 150 แห่ง และเพิ่มร้านกาแฟอินทนิลเป็น 400 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงเพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน" นายวิเชียรกล่าว

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1393399675&grpid=03&catid=&subcatid=
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:51:42 am »

BCP อัดงบธุรกิจใหม่ปีละ 5 พันล้าน ดัน EBITDA ปี 63 พุ่ง 1.5 เท่า
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 กุมภาพันธ์ 2557 17:25 น.

บางจากทุ่มงบ 1.2 หมื่นล้านบาทขยายการลงทุนในปีนี้ มั่นใจกลางปี 57 ได้ข้อสรุปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น และออกหุ้นกู้ 5-8 พันล้านบาทเพื่อใช้ในการลงทุนธุรกิจใหม่ วางเป้าหมาย EBITDA ปี 63 โตขึ้น 1.5 เท่าแตะ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยอัดงบลงทุนธุรกิจใหม่ปีละกว่า 5 พันล้านบาท

นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2557 ว่า ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งงบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียม 4 พันล้านบาท ธุรกิจพลังงานทดแทน 3.4 พันล้านบาท และธุรกิจใหม่ (New Business) ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท โดยมีแผนจะขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นเสนอให้บางจากเข้าร่วมทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 30-50 เมกะวัตต์ ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาและเข้าตรวจสอบกิจการ (Due Dilligence) คาดว่าจะได้ข้อสรุปในกลางปีนี้ โดยบางจากจะถือหุ้นไม่น้อยกว่า 20% เพื่อให้มีสิทธิในการบริหารงานด้วย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมทุนโรงงานผลิตเอทานอล รวมทั้งหาโอกาสการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับแร่ และปิโตรเลียม โดยธุรกิจใหม่เหล่านี้จะต้องมีผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งจะสร้างรายได้ต่อเนื่องให้แก่บริษัทฯ ในอนาคต จากการพิจารณาโครงการใหม่แล้วจะใช้เงินลงทุนเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีความชัดเจน 2-3 โครงการ

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดงบลงทุนธุรกิจใหม่ไม่ต่ำกว่าปีละ 5 พันล้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปี 2563 บริษัทฯ จะมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (EBITDA) 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ 1.5 เท่า โดยธุรกิจโรงกลั่นคาดว่าจะมี EBITDA ราว 7.5 พันล้านบาท ธุรกิจการตลาดค้าปลีกน้ำมัน มี EBITDA ปรับขึ้นจากปีนี้ 2 พันล้านบาทเป็น 4 พันล้านบาท ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มจากปีนี้ 2.2 พันล้าน เป็น 2.7 พันล้านบาท ธุรกิจพลังงานทดแทน จาก 300 ล้านบาทเป็น 1 พันล้านบาท และที่เหลือมาจากธุรกิจใหม่

“จากปีนี้เป็นต้นไปบางจากจะใช้เงินลงทุนในธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่าปีละ 5 พันล้านบาท ในอนาคตบริษัทลูกอาจจะโตกว่าบริษัทแม่ก็ได้”

สำหรับแหล่งเงินลงทุนธุรกิจใหม่นี้ บริษัทฯ เตรียมออกหุ้นกู้สกุลบาท วงเงิน 5-8 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 2 นี้ อายุหุ้นกู้ 3, 5, 7 ปี เพื่อใช้ในการลงทุนโครงการใหม่ และเสริมสภาพคล่อง

นายวิเชียรกล่าวต่อไปว่า ในปีนี้ธุรกิจโรงกลั่นจะมีกำลังการกลั่นเฉลี่ย 9-9.4 หมื่นบาร์เรล/วัน ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากมีแผนการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ 46 วันระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-15 มิ.ย. 57 ส่วนค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ 7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีแผนลงทุนโครงการเสริมประสิทธิภาพ พลังงานและสิ่งแวดล้อม (3E) วงเงิน 7 พันล้านบาท โดยปีนี้จะใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ได้ผ่านการอนุมัติผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี ทำให้มีEBITDA เพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาท

ส่วนธุรกิจค้าปลีกมีแผนเพิ่มสถานีบริการน้ำมันใหม่ 70 แห่ง รวมเป็น 1,130 แห่ง และปรับปรุงปั๊มใหม่อีก 100 แห่ง ใช้เงินลงทุนรวม 1,200 ล้านบาท รวมทั้งขยายปั๊มขาย E85 เพิ่มเป็น 150 แห่ง และ E20 ให้ครอบคลุมทุกปั๊ม รวมทั้งตั้งเป้าขยายร้านบิ๊กซี มินิในปั๊มบางจากเพิ่มขึ้นเป็น 150 แห่ง และร้านกาแฟอินทนิลเป็น 400 แห่งภายในสิ้นปีนี้

สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเพิ่มอีก 4.5 แสนลิตร/วัน ทำให้มีกำลังการผลิตรวม 8.10 แสนลิตร/วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2558 และจ่อลงทุนผลิตเอทานอลเพิ่ม โดยอาจจะสร้างโรงงานใหม่หรือเข้าร่วมทุนกับโรงงานที่มีอยู่เดิม ส่วนธุรกิจโซลาร์ฟาร์มจะมีกำลังการผลิตใหม่เฟส 3 อีก 48 เมกะวัตต์เข้าระบบ ทำให้ EBITDA เพิ่มขึ้นจาก 700 ล้านบาทเป็น 2.2 พันล้านบาทในปีนี้

นายวิเชียรกล่าวว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบเฉลี่ยปีนี้ 103.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย 105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปีนี้คาดว่าจะเติบโต 2-3% โดย 2 เดือนแรกนี้ ยอดขายน้ำมันบางจากยังเติบโตอยู่ แม้ว่าภาพรวมตลาดจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น

ส่วนแนวคิดการสร้างโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหม่ในไทยนั้นโอกาสความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากกำลังการผลิตในประเทศยังเกินความต้องการอยู่ และการหาพื้นที่ตั้งโรงกลั่นที่เหมาะสมลำบาก แต่หากมีโรงกลั่นน้ำมันในไทยที่ผลิตอยู่แล้วต้องการหาผู้ร่วมทุนหรือขายกิจการ บางจากก็สนใจและพร้อมที่จะเข้าไปซื้อกิจการ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังสนใจลงทุนโครงการธุรกิจไฟฟ้าในพม่าด้วย
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มีนาคม 06, 2014, 09:52:16 am »

ธุรกิจ
วันที่ 5 มีนาคม 2557 16:41
บางจากคาดได้อิบิด้าเพิ่มหลังเดินเครื่องโซลาร์ฟาร์ม
"บางจาก" คาดอิบิด้าปีนี้เพิ่มขึ้น หลังเดินเครื่องโครงการโซลาร์ฟาร์ม ประเมินผลงานไตรมาสแรกปีนี้ดีกว่าไตรมาสก่อน ตามค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น



นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านบัญชีและการเงิน บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวว่า บริษัทคาดว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1/57 จะดีกว่าไตรมาส 4/56 เนื่องจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ในระดับ 7 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงกว่าไตรมาส 4/56 ที่อยู่ราว 6.8-6.9 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศ ซึ่งยอดขายน้ำมันยังอยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประเมินค่าการกลั่นเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 7 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงกว่าปีก่อนที่อยู่เฉลี่ยทั้งปี 6.9 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นไปตามภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น แม้เศรษฐกิจในประเทศจีนจะมีการชะลอตัว แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีทำให้ช่วยสนับสนุนความต้องการในตลาดให้เพิ่มมากขึ้น

นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า ในปีนี้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (solar farm) จะสามารถเดินเครื่องได้ครบทั้ง 3 เฟส กำลังการผลิตรวม 118 เมกะวัตต์ โดยเฟส 3 จะเริ่มเดินเครื่องในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะทำให้ปีนี้ EBITDA จากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ที่ราว 2.2-2.3 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 22% ของ EBITDA รวม

ขณะที่ในปีหน้ารายได้จากโรงไฟฟ้าฯจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 พันล้านบาท หลังจากเดินเครื่องครบทั้ง 3 เฟสแบบเต็มปี ซึ่งทำให้สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 25%

นอกจากนี้ บริษัทฯคาดว่าจะมีความคืบหน้าในการลงทุนโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่นภายในไตรมาส 3 นี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษาผลตอบแทนที่จะได้รับ

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140305/566827/บางจากคาดได้อิบิด้าเพิ่มหลังเดินเครื่องโซลาร์ฟาร์ม.html
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มีนาคม 07, 2014, 07:11:52 pm »

'บางจาก'ลงทุน5พันล.เล็งร่วมพันธมิตรขุดเจาะ
วันพุธที่ 05 มีนาคม 2014 เวลา 06:33 น.
กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ ลงทุน-อุตสาหกรรม - คอลัมน์ : ลงทุน-อุตสาหกรรม
Source:http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=221392:5&catid=88:2009-02-08-11-23-46&Itemid=418#.Uxki9n8ayK0
เล็งกว้านซื้อหุ้นในธุรกิจอัพสตรีมเพิ่ม "วิเชียร"เผยสนใจร่วมทุนธุรกิจขุดเจาะน้ำมันทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมเงินลงทุนธุรกิจใหม่ไม่น้อยกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี มั่นใจมีสัดส่วนรายได้ไม่น้อยกว่า 50% ของอีบิตด้ในปี 2563 ที่วางไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีนี้อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท
นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากแนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันที่เติบโตค่อนข้างช้าในอนาคต ทำให้บางจากต้องมองการเข้าไปลงทุนในธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยจะเน้นไปยังธุรกิจต้นน้ำ หรืออัพสตรีม จากปัจจุบันที่บางจากดำเนินธุรกิจปลายน้ำ หรือดาวน์สตรีมเป็นหลัก อาทิ แผนร่วมทุนกับพันธมิตรในธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน โดยจะต้องเป็นน้ำมันดิบที่มีซัลเฟอร์ต่ำ เพราะสามารถส่งเข้ามาให้โรงกลั่นน้ำมันบางจากได้ ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีการเจรจากับผู้ที่มีแหล่งน้ำมันดิบในประเทศบ้างแล้ว ส่วนจะเห็นภาพชัดเจนอาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เพราะจะต้องศึกษาถึงความคุ้มค่าจริงๆ คาดว่าจะไม่เกินปี 2563 อย่างแน่นอน
ขณะที่การลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือโซลาร์ฟาร์ม นอกจากที่มีอยู่ในประเทศแล้ว จะต้องมองหาโอกาสในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งมีหลายโครงการในประเทศญี่ปุ่นที่เสนอให้บางจากเข้าไปลงทุน ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 30-50 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพิจารณาและเข้าตรวจสอบกิจการ (Due Diligence) คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณกลางปีนี้ นอกจากนี้บางจากยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อเข้าซื้อกิจการโรงงานเอทานอลเพิ่มขึ้นด้วย คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆ นี้ 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 2 แสนลิตรต่อวัน
ส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ ยอมรับว่าต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนในส่วนนี้ไว้มากกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี แต่เชื่อว่าการเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจใหม่ จะทำให้รายได้ของบางจากเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีนี้บางจากตั้งเป้ากำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม หรืออีบิตดาไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2556 ที่มีอีบิตดา 9.3พันล้านบาท โดยมาจากธุรกิจโรงกลั่น 55% ธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม 22% ธุรกิจไบโอดีเซล 3% ธุรกิจการตลาด 20% และที่เหลือเป็นธุรกิจใหม่
นายวิเชียร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บางจากได้ตั้งเป้าหมายอีบิตดาในปี 2563 ไว้ที่ 2.5 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 1.5 เท่า รายได้ส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ด้วย ซึ่งในปี 2563 บางจากคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (รวมธุรกิจเอทานอล ไบโอดีเซล และโซลาร์ฟาร์ม) จะอยู่ที่ 50% ของรายได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามบางจากไม่สนใจทำธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากซ้ำซ้อนกับทางบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการจัดหาก๊าซรายใหญ่
"บางจากตั้งเป้าอีบิตดาที่ 2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมาจากธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน จากปัจจุบัน 5.5 พันล้านบาท เป็น 7.5 พันล้านบาท การตลาด จากปัจจุบัน 2 พันล้านบาท เป็น 4 พันล้านบาท ,โซลาร์ฟาร์ม จาก 2.2 พันล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เต็มปีทั้ง 3 เฟสเป็น 2.7 พันล้านบาท , ธุรกิจไบโอดีเซล จาก 300 ล้านบาท เป็น 1 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเข้าร่วมลงทุนในอนาคต"
สำหรับแผนดำเนินธุรกิจในปีนี้ บางจากจะมีการลงทุนเพิ่มศักยภาพการผลิตของโรงกลั่น และขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน รวมทั้งขยายธุรกิจพลังงานทดแทน และลงทุนในธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะมีกำลังการกลั่นเฉลี่ย 9-9.4 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากมีแผนหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ และมีแผนลงทุนในโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม วงเงิน 7 พันล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงกลั่น คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่ปลายปีนี้ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ทำให้มีอีบิตดาเพิ่มขึ้น 2 พันล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ในส่วนธุรกิจค้าปลีกยังมีแผนจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ 260 ล้านลิตรต่อเดือน เพิ่มขึ้น11% จากปีก่อนหน้า โดยในปีนี้จะขยายสถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 70 แห่ง รวมเป็น 1,130 แห่งทั่วประเทศ และพัฒนาสถานีบริการน้ำมันรูปแบบใหม่ให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และสวยงามประมาณ 100 แห่ง ใช้เงินลงทุนรวม 1.2 พันล้านบาท ขยายสถานีบริการน้ำมันอี85 เพิ่มเป็น 150 แห่ง และสถานีบริการ อี20ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งตั้งเป้าจะขยายร้านสะดวกซื้อบิ๊กซีมินิในสถานีบริการน้ำมันบางจากภูมิภาคต่างๆ เพิ่มเป็น 150 แห่ง และเพิ่มร้านกาแฟอินทนิลเป็น 400 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้
"ธุรกิจพลังงานทดแทน บางจากมีแผนจะขยายกำลังการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพไบโอดีเซล และลงทุนผลิตเอทานอลเพิ่ม โดยโรงงานผลิตไบโอดีเซล บี100 ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 4.5 แสนลิตรต่อวัน ทำให้มีกำลังการผลิตรวม 8.1 แสนลิตรต่อวัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับเหมาก่อสร้าง คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2558"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,928 วันที่ 6 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2557
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มีนาคม 11, 2014, 06:45:20 pm »

“บางจาก” ก้าวสู่ปีที่ 30 กับบทบาทที่ท้าทายเพิ่ม EBIDA ปี 63 อีก 1.5 เท่าตัว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มีนาคม 2557 11:38 น.

“บางจาก” ก้าวสู่ปีที่ 30 ปรับบทบาทปี 2020 หรือปี 2563 สร้างEBITDA เพิ่มเป็น 2.5 หมื่นล้านบาทหรืออีก 1.5 เท่าจากสัดส่วนธุรกิจใหม่ 50% เน้นย้ำองค์กรที่ยังคงยึดหัวใจธุรกิจที่ยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม เร่งเครื่องหาพันธมิตรทั่วโลกหวังแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ที่สร้างรายได้ บินลัดฟ้าดูเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ดีที่สุดในโลกที่เยอรมนี และแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ฝรั่งเศส

นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บางจากได้ทำธุรกิจมาจะครบรอบ 30 ปี โดยยังคงยึดถือวัฒนธรรมองค์กรที่พัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งจากนี้ไปก็ยังคงยึดมั่นในหลักการนี้และพร้อมที่จะหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจใหม่ โดยแผนธุรกิจปี 2020 หรือปี 2563 ได้วางเป้าหมายที่จะเพิ่มกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าเสื่อม (อีบิตดา) ระหว่างธุรกิจเดิมคือการกลั่นและจำหน่าย กับธุรกิจใหม่สัดส่วน 50:50 จากปัจจุบันมีสัดส่วน 78:22 หรือจะมีอีบิตดารวมระดับ 2.5 หมื่นล้านบาท มากกว่าปัจจุบัน 1.5 เท่าที่ตั้งเป้าไว้ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้ต้องใช้เงินลงทุนปีละไม่ต่ำกว่า 5-8 พันล้านบาท หรือรวม 7 ปี (ปี 57-63) จะลงทุนประมาณ 3.5-5.6 หมื่นล้านบาท

“บางจากมองหาโอกาสและพันธมิตรในการลงทุน เพราะอนาคตตัวเนื้อน้ำมันจากฟอสซิลนั้นจะโตน้อยลงแต่คงไม่ถึงกับจะลดลงระยะ 5-10 ปีจากนี้ แต่ถ้าเทคโนโลยีไปเร็วก็คงค่อยๆ ลง เทรนด์ข้างหน้าพลังงานทดแทนจะเข้ามามีบทบาทเพิ่ม และอีกอย่างอนาคตเราจะเดินคนเดียวในโลกนี้ลำพังไม่ได้และจะใหญ่คนเดียวก็คงไม่มีใครคบ บางจากจึงพร้อมที่จะหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆ และพันธมิตรลงทุนที่มีศักภาพที่ยังเน้นดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน” นายวิเชียรกล่าว

สำหรับธุรกิจใหม่ที่อยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ การเข้าไปซื้อแหล่งสำรวจและผลิตน้ำมันโดยมีผู้ติดต่อบางจากมา 2-3 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียด โดยมีแหล่งสำรวจและผลิตที่ในไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมองลู่ทางลงทุนผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในญี่ปุ่น ซึ่งมองเป้าหมายลงทุนเบื้องต้นระดับ 50 เมกะวัตต์ โดยจะเข้าไปถือหุ้นในระดับ 30-40% ซึ่งเห็นว่าโซลาร์เซลล์ในญี่ปุ่นให้การส่งเสริมต่างชาติไปลงทุนมาก และขนาดและจำนวนเมกะวัตต์ยังสูงอยู่ขณะที่ไทยขนาดใหญ่หรือโซลาร์ฟาร์มถูกจำกัด ซึ่งการเจรจาคาดว่าจะสรุปได้ในปีนี้

เล็งการบริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป
นายวิเชียรกล่าวว่า บางจากได้เดินทางมาศึกษาดูงานที่ประเทศเยอรมนีกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน หรือโซลาร์รูฟท็อปของบริษัท IBC Solar AG ซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ที่ดีสุดในโลกในขณะนี้ ซึ่งทำให้เห็นรูปแบบธุรกิจที่ IBC มีเครือข่ายการบริการที่กระจายไปยังรายอื่นๆ ให้มาติดตั้งโซลาร์รูฟมากถึง 600 บริษัทในเยอรมนี แต่จะต้องผ่านมาตรฐานจาก IBC ก่อนเท่านั้น ทำให้มีจุดเด่นคือคุณภาพบางจากจึงมองความเป็นไปได้ในการหาพันธมิตรในเรื่องของธุรกิจบริการของโซลาร์รูฟท็อปที่ขณะนี้ไทยให้การส่งเสริมการติดตั้งบนหลังคาบ้านแต่การบริการทั้งก่อนและหลังการขายยังไม่มีแบบจริงๆ จังๆ

“รัฐบาลส่งเสริมการผลิตไฟแสงอาทิตย์ 10 ปี (ปี 2555-2564) ถึง 3,000 เมกะวัตต์ บางจากเองก็ตอบสนองนโยบายนี้ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาปั๊มบางจาก 2 แห่งที่ปั๊มวิภาวดี สาขาเกษตร และอยู่ระหว่างติดตั้งเพิ่มอีก 11 แห่ง คาดว่าจะจำหน่ายไฟฟ้าได้ในเดือน พ.ค. 57 นอกเหนือจากการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (Sunny Bangchak) ที่มีกำลังการผลิตจำหน่ายรวม 118 เมกะวัตต์” นายวิเชียรกล่าว

ส่วนเทคโนโลยีการผลิตไฟจากกังหันลมขนาดเล็กที่ผลิตไฟฟ้าได้แม้ความเร็วลมต่ำที่สามารถติดตั้งบนหลังคาบ้านเรือนและที่ผลิตไฟฟ้าที่ระดับความเร็วลมต่ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบริษัท Tubina Energy AG พบว่าเทคโนโลยีนี้เข้าถึงบ้านในเยอรมนีที่สามารถติดตั้งได้บนหลังคาบ้านเรือน หรือประยุกต์ใช้กับอาคารอื่นๆ ได้โดยไม่ต้องติดตั้งเสาเพิ่ม สามารถใช้ร่วมกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ผลิตไฟได้ที่ความเร็วลมเพียง 1.5 เมตรต่อวินาทีซึ่งถือว่าน้อยที่สุดของกังหันที่ผลิตในโลกที่จะเริ่มผลิตไฟฟ้าที่ 3 เมตรต่อวินาทีขึ้นไป ไม่มีเสียง ไม่ต้องซ่อมบำรุง ปลอดภัยสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญผู้ติดตั้งสามารถประหยัดไฟได้มาก เนื่องจากค่าไฟที่เยอรมนีสูงเมื่อเทียบกับไทยที่ยังอยู่ระดับต่ำ แต่ก็น่าสนใจกรณีพื้นที่ลมต่ำๆ ซึ่งคงจะต้องมาดูรายละเอียดความเร็วลมในไทยที่เหมาะสมเพราะการลงทุนนั้นยังค่อนข้างสูงอยู่

สนเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่
ส่วนการเดินทางไปดูเทคโนโลยี The Hive อาคารอัจฉริยะของ บ.Schneider Electric ที่ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพลังงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก อาคารของบริษัทซึ่งถือเป็นอาคารอัจฉริยะที่เชื่อมทุกระบบที่ใช้งานให้เข้าถึงกัน ระบบพลังงานและอื่นๆ ของอาคารจึงอยู่ภายใต้สถาปัตยกรรมเดียวกันบน EcoStuxure และสามารถบริหารจัดการระบบเหล่านี้ได้ผ่านระบบควบคุมอาคาร ทำให้มีการปะหยัดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก แต่ความสะดวกสบายของพนักงานในอาคารยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และที่สำคัญรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากำลังจะเป็นส่วนสำคัญของเมืองอัจฉริยะ Schneider จึงเริ่มดันโซลูชันระบบขนส่งที่สะอาดด้วยพื้นที่จอดรถที่ติดตั้งสถานีจ่ายไฟฟ้า 3 คู่ สำหรับการชาร์จปกติและสถานีฯ แบบชาร์จเร่งด่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 7 คัน ซึ่งบางจากเองก็สนใจการติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็ว (CuickCharger) ภายในปั๊มบางจาก พร้อมรองรับการขยายตัวของรถยนต์ไฟฟ้าอนาคตสอดรับนโยบายรัฐที่จะมุ่งสู่สังคมสีเขียวในอนาคต

นายวิเชียรกล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ยังเดินทางไปอังกฤษเพื่อดูเทคโนโลยีการทำเหมืองแร่แบบปิดเพื่อนำมาปรับใช้กับเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จ.ชัยภูมิ ซึ่งโครงการนี้บางจากถือหุ้นอยู่ 12% แต่บริษัทมีการเพิ่มทุนทำให้สัดส่วนของบางจากจะลดเหลือ 6% ซึ่งปัจจุบันโครงการยังไม่ได้รับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะผลิตปุ๋ยซึ่งบางจากมีปั๊มชุมชนซึ่งเป็นเครือข่ายสหกรณ์จะสามารถเข้าถึงได้

“โครงการนี้จะใช้เงินลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิต 1 ล้านตันต่อปี แต่การลงทุนจะทยอยเป็นเฟสๆ ซึ่งต้องใช้เวลาเงินที่จะลงไปก็ค่อยๆ ใส่ ซึ่ง บ.ไทยเยอรมันไมนิ่งเขาเพิ่มทุนเมื่อใส่ครบหุ้นเราจะไดรูตลงเหลือ 6% ก็คงต้องดูว่าบริษัทอื่นจะเพิ่มทุนไหม เราเองคงตามไปเฉยๆ” นายวิเชียรกล่าว

สำหรับโอกาสการก่อสร้างโรงกลั่นใหม่ในไทยของบางจากมองว่าเป็นไปได้ยาก ยกเว้นบริษัทต่างชาติที่มีโรงกลั่นในไทยจะขายให้ในราคาต่ำ บางจากเองก็พร้อมซื้อเนื่องจากมองว่าธุรกิจการกลั่นที่มีอยู่เพียงพอต่อความต้องการและการก่อสร้างใหม่ต้องมีขนาดที่คุ้มทุนซึ่งใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ประกอบกับกำไรหรือมาร์จิ้นจากการกลั่นของไทยก็ต่ำทำให้ไม่จูงใจพอที่จะลงทุนใหม่ แต่หากจะเกิดคงเป็นโรงกลั่นขนาดเล็กระดับไม่เกิน 5 หมื่นบาร์เรลต่อวันที่ใช้วิธีซื้อเทคโนโลยีเก่ามา

“ถ้าเป็นโรงกลั่นใหม่เราเองคงสนใจที่จะมองการเข้าไปหาลู่ทางการร่วมทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าเพราะยังมีซัปพลายค่อนข้างน้อย แต่การเติบโตอนาคตจะมีเพิ่มขึ้นซึ่งคงมองโอกาสไปเรื่อยๆ” นายวิเชียรกล่าว
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: เมษายน 25, 2014, 08:33:51 am »

BLS.BCP: มีมุมมองดีขึ้นต่อคาดการณ์กำไรไตรมาส 1/57
วันที่เผยแพร่ : 24/04/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     

ประเด็นการลงทุน

กำไรไตรมาส 1/57 มีแนวโน้มที่จะสูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้คาดการณ์กำไรเติบโต YoY ในไตรมาส 2/57 (แม้ว่าจะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น) น่าจะเป็นอีกปัจจัยหนุนที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อไป ให้สังเกตว่าแนวโน้มกำไรของ BCP เติบโตต่อเนื่องดีกว่าหุ้นโรงกลั่นอื่นๆภายในกลุ่ม เนื่องจากโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของบริษัท หุ้นมีระดับการซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2557 ที่ 8.9 เท่า ซึ่งถือว่าไม่แพง ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 9.9 เท่า และค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 15.2 เท่า อีกทั้งยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2557 ที่ 5.0% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียที่ 2.8%

คาดกำไรเติบโตแข็งแกร่ง QoQ ในไตรมาส 1/57

เราคาด BCP จะรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 1/57 หนุนโดยค่าการตลาดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด โดยเราคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 1/57 ไว้ที่ 1,425 ล้านบาท ลดลง 35% YoY แต่เพิ่มขึ้น 107% QoQ หากไม่นับรวมกำไรจากการสต๊อกน้ำมันและสัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 142 ล้านบาท และคาดการณ์กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 280 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 1/57 จะอยู่ที่ 1,003 ล้านบาท ลดลง 26% YoY แต่เพิ่มขึ้น 22% QoQ

คาดการณ์กำไรปรับตัวลดลง YoY เนื่องมาจาก 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่ต่ำลง (ลดลง 2% YoY มาอยู่ที่ 98KBD), 2) ค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนแอลง (ลดลง 21% YoY มาอยู่ที่ 6.3 เหรียญต่อบาร์เรล), 3) กำไรจากการสต๊อกน้ำมันที่ลดลง (อยู่ที่ 0.3 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 4.2 เหรียญต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/56) และ 4) กำไรจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมันที่ลดลง (0.2 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 0.3 เหรียญต่อบาร์เรล) ให้สังเกตว่าบริษัทจะรับรู้กำไรจากธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มสูงขึ้น YoY ทั้งนี้คาดการณ์กำไรเติบโต QoQ ด้วยอานิสงส์จาก 1) ค่าการกลั่นตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น 31%, 2) ค่าการตลาดค้าปลีกที่สูงขึ้น 37% มาอยู่ที่ 0.67 บาทต่อลิตร และ 3) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 280 ล้านบาท (เทียบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 111 ล้านบาท ในไตรมาส 4/56) ให้สังเกตว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นลดลง 3% QoQ และปริมาณขายผ่านช่องทางค้าปลีกที่ลดลง 4% QoQ มาอยู่ที่ 431 ลิตรต่อเดือน

ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันขยายตัวควบคู่ไปกับ...

เนื่องจาก BCP มีกำหนดการปิดซ่อมบำรุงโรงงานเป็นเวลา 46 วันในช่วงวันที่ 1 พ.ค.-15 มิ.ย. อัตราการใช้กำลังการกลั่นเฉลี่ยจะลดลง 42% YoY และ 44% QoQ เป็น 55KBD ในไตรมาส 2/57 ดังนั้นกำไรไตรมาส 2/57 ของบริษัทคาดว่าจะอ่อนแอ QoQ อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาส 2/57 ยังคงมีแนวโน้มรายงานเติบโต YoY หนุนโดย 1) กำไรธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเพิ่มขึ้น 2) กำไรจากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ปรับตัวสูงขึ้น และ 3) รายได้จากการเคลมประกันสำหรับเหตุไฟไหม้ในปี 2555 ขณะที่ค่าการตลาดค้าปลีกอาจทรงตัว QoQ ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดมีแนวโน้มขยายตัว QoQ ในไตรมาส 2/57

…ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และรายได้จากการเคลมประกันจะหนุนการเติบโต YoY ของไตรมาส 2/57

กำไรจากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยการเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการเฟสที่ 3 ในเดือนเม.ย. โครงการเฟสที่ 3 เริ่มดำเนินงานก่อนกำหนด 2-3 เดือน ดังนั้นกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 80-90 ล้านบาท (และทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 1% สำหรับปี 2557 จากประมาณการปัจจุบันของเรา นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มอัพไซด์ต่อกำไรไตรมาส 2/57 จากกำไรจากสต็อกน้ำมันเนื่องจากราคาดูไบปัจจุบันอยู่ที่ 106.2 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 104.6 เหรียญต่อบาร์เรล ณ สิ้นเดือนมี.ค.
 
คำแนะนำ :
     

คำแนะนำพื้นฐาน: ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน: 38.00 บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2014, 03:32:06 pm »

BLS.BCP: กำไรไตรมาส 1/57 สูงกว่าคาด; การปิดซ่อมบำรุงโรงงานจะกดดันกำไรไตรมาส 2/57
วันที่เผยแพร่ : 12/05/2014
 
บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
     ผลประกอบการสูงกว่าคาด
BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/57 ที่ 1,562 ล้านบาท ลดลง 29% YoY แต่เพิ่มขึ้น 126%QoQ หากไม่รวมกำไรจากการสต๊อกน้ำมันและการป้องกันความเสี่ยงน้ำมัน 90 ล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 301 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 1,169 ล้านบาท ลดลง 14% YoY แต่เพิ่มขึ้น 42% QoQ ผลประกอบการสูงกว่าที่เราและตลาดคาด 7% เนื่องจากอัตราภาษีที่แท้จริงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่ำกว่าที่ประมาณการ

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรลดลง YoY เนื่องมาจาก 1) ปริมาณการกลั่นลดลง (ลดลง 2% YoY เป็น 98KBD), 2) ค่าการกลั่นตลาดปรับตัวลดลง (ลดลง 20% YoY เป็น 6.4 เหรียญต่อบาร์เรล), และ 3) กำไรจากการสต๊อกน้ำมันลดลง (0.2 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 2.1 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/56) ให้สังเกตว่าธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ทำกำไรเติบโต YoY โดยกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคาอยู่ที่ 441 ล้านบาทในไตรมาส 1/57 เพิ่มขึ้น 102% YoY กำไรเติบโต QoQ หนุนโดย 1) ค่าการกลั่นตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 33%, 2) ค่าการตลาดค้าปลีกเติบโต 37% เป็น 0.67 บาทต่อลิตร, และ 3) กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 301 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 530 ล้านบาทในไตรมาส 4/56) ให้สังเกตว่าปริมาณการกลั่นลดลง 3% QoQ และปริมาณขายผ่านช่องทางค้าปลีกลดลง 4% QoQ เป็น 413 ล้านลิตรต่อเดือน

แนวโน้ม
BCP มีกำหนดปิดซ่อมบำรุงโรงงาน 46 วันตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-15 มิ.ย. ดังนั้นปริมาณการกลั่นเฉลี่ยจะลดลง 42% YoY และ 44% QoQ เป็น 55KBD ในไตรมาส 2/57 ดังนั้นกำไรจะอ่อนแอลง QoQ อย่างไรก็ตามกำไรไตรมาส 2/57 มีแนวโน้มรายงานเติบโต YoY หนุนโดย 1) กำไรจากธุรกิจค้าปลีกเพิ่มขึ้น, 2) กำไรจากธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขยายตัว (หนุนโดยการเริ่มดำเนินงานของโครงการเฟสที่ 3 ในเดือนเม.ย.), และ 3) รายได้จากการเคลมประกันสำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 2555 ขณะที่ค่าการตลาดค้าปลีกอาจทรงตัว QoQ แต่ปริมาณขายผ่านช่องทางค้าปลีกสำหรับไตรมาสมีแนวโน้มขยายตัว QoQ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
แม้กำไรสุทธิไตรมาส 1/57 คิดเป็น 29% ของประมาณการกำไรของเราปี 2557 ที่ 5,404 ล้านบาท เรายังคงประมาณการกำไรของเราไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากเราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/57 จะลดลง QoQ

คำแนะนำ
คาดการณ์กำไรเติบโต YoY ในไตรมาส 2/57 (แม้จะมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน) มีแนวโน้มหนุนราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น ให้สังเกตว่าแนวโน้มกำไรของ BCP นั้นดูสดใสกว่าหุ้นกลุ่มโรงกลั่นอื่นๆเนื่องจากโมเดลธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ขณะนี้หุ้นซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2557 ที่ 8.4 เท่า นั้นไม่แพง โดยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 9.9 เท่า และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 14.5 เท่า BCP ยังให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2557 ที่ 5.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มโรงกลั่นในเอเชียที่ 2.8%
 
คำแนะนำ :
     คำแนะนำพื้นฐาน:   ซื้อ
เป้าหมายพื้นฐาน:   38.00บาท
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BCP : บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2014, 02:06:14 pm »

 สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
                บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

                                    (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                                       
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2557         2556
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                1,561,781    2,196,718
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     1.13         1.60
     ต่อหุ้น (บาท)           


งบการเงินเฉพาะกิจการ                               
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2557         2556
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                1,288,926    2,052,772
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                     0.94         1.49
     ต่อหุ้น (บาท)           
บันทึกการเข้า