เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



ผู้เขียน หัวข้อ: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)  (อ่าน 27628 ครั้ง)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2014, 12:14:38 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2014, 11:16:35 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 131,002 693,356 2,613,998 1,863,627
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.051 0.269 1.012 0.722
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2557 2556 2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 130,257 (405,965) 3,281,170 6,405,693
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.05 (0.157) 1.271 2.481
ต่อหุ้น (บาท)
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2014, 05:23:06 am »

บ้านปูฯ รุกธุรกิจพลังงาน “รักษ์โลก” ที่จีนไปดี


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 พฤศจิกายน 2557 16:02 น.






ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับธุรกิจถ่านหินของบ้านปูฯ ว่า “มีผลการดำเนินงานที่ดีทั้งจากแหล่งผลิตในอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และจีน โดยมีปริมาณการขายถ่านหินที่สูงขึ้นจากแหล่งผลิตทั้งในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ผนวกกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพที่เหมืองเกาเหอในสาธารณรัฐประชาชนจีน ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้านั้น โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีในประเทศไทย รายงานส่วนแบ่งกำไรจำนวน 17 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 546 ล้านบาท) ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีนรายงานกำไรสุทธิในระดับที่ดีต่อเนื่องจำนวน 3.15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 101 ล้านบาท)"

ผลการดำเนินงานของธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซีย มีปริมาณขายถ่านหินที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากไตรมาสก่อนหน้า หรือคิดเป็นจำนวน 7.74 ล้านตันสำหรับไตรมาส 3/2557 โดยปริมาณขายจากทุกแหล่งปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะที่เหมืองอินโดมินโคและเหมืองทรูบาอินโด ซึ่งรายงานปริมาณขายจำนวน 4.07 ล้านตัน และ 1.81 ล้านตัน ตามลำดับ

ส่วนธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลียนั้น บ้านปูฯ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยเฉลี่ย ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการขายและบริหารสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ โดยผลิตและจัดส่งถ่านหินที่มีคุณภาพที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทั้งจากเหมืองแมนดาลองและเหมืองแองกัส เพลส ได้รายงานปริมาณการผลิตที่ปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2557 คิดเป็นปริมาณการผลิต 2.1 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 72 จากเหมืองแมนดาลอง และ 1.2 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 92 จากเหมืองแองกัส เพลส

นอกจากนี้ ธุรกิจถ่านหินในออสเตรเลียยังได้รายงานปริมาณขายที่ปรับเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว โดยมีปัจจัยบวกมาจากปริมาณการขายและราคาถ่านหินที่จำหน่ายในประเทศซึ่งช่วยลดผลกระทบจากราคาขายถ่านหินที่ลดลงของตลาดส่งออก
ชนินท์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แผนการขยายธุรกิจในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น เป็นการขยายกำลังการผลิตที่เหมืองเกาเหอซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการถ่านหินในประเทศจีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับบริษัท Banpu Power International (บ้านปู พาวเวอร์) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูฯ ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุนเพื่อศึกษาและร่วมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า Shanxi Lu
Guang โดยภายใต้สัญญานี้ บ้านปู พาวเวอร์ ถือหุ้นร้อยละ 30 ร่วมกับบริษัท Shanxi Lu'an Mining Group และบริษัท Gemeng International Energy Co., Ltd.
โครงการโรงไฟฟ้า Shanxi Lu Guang เป็นโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ขนาด 1,200 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในมณฑลซานซี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Ultra-super critical ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยใช้เชื้อเพลิงถ่านหินน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพหม้อไอน้ำและความร้อนสูง อีกทั้งยังช่วยลดมลภาวะ ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าแห่งนี้ซึ่งได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากหน่วยงาน Shanxi Provincial Development and Reform Commission ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา รายละเอียดบางประการของโครงการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าหงสาซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าปากเหมืองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความคืบหน้าตามแผนงานที่วางไว้ตามกำหนด จะเริ่มดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากหน่วยผลิตแรกประมาณกลางปี 2558 ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีหน่วยผลิตทั้งหมด 3 หน่วย มีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,878 เมกะวัตต์ และมีปริมาณการผลิตที่จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 1,653 เมกะวัตต์

ผลลัพธ์ “บ้านปู” บุกธุรกิจพลังงาน 6 ประเทศ
บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจถ่านหินและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องใน 6 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาวและมองโกเลีย สำหรับสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 มีสินทรัพย์รวม 7,146 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 261,360 ล้านบาท) และมีหนี้สินรวม 4,639 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 150,184 ล้านบาท) สำหรับอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน ณ วันที่ 30 กันยายน 2557 เท่ากับ 1.10 เท่า (ซึ่งคงเดิมเมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556) และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (EPS) เท่ากับ 0.002 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น (0.051 บาทต่อหุ้น) เปรียบเทียบกับปีก่อน 0.008 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น (0.269 บาทต่อหุ้น)

ขณะที่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2557 มีกำไรสุทธิจำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 131 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลทางบัญชีจากการประกาศยกเลิกภาษีสินแร่โดยรัฐบาลออสเตรเลีย (Mineral Resource Rent Tax: MRRT) ทั้งนี้หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ซึ่งจะมีผลเพียงในไตรมาสนี้เท่านั้นแล้ว จะมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานคิดเป็น 28 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 901 ล้านบาท) ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้ามากนัก และเพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

ชนินท์ กล่าวว่า กำไรจากผลการดำเนินงานสะท้อนถึงการผลิตและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในสภาวะที่ราคาตลาดถ่านหินไม่เอื้ออำนวยนัก อย่างไรก็ตาม กำไรในส่วนที่ไม่ได้เกิดจากผลประกอบการได้รับผลกระทบทางบัญชีจากการประกาศยกเลิกภาษีสินแร่ MRRT (Mineral Resource Rent Tax: MRRT) โดยรัฐบาลออสเตรเลีย ส่งผลให้ในไตรมาสนี้มีการกลับรายการภาษีจำนวน 24 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 778 ล้านบาท) ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทฯ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ บมจ.บ้านปู มีรายได้จากการขายรวมจำนวน 852 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 27,345 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 43 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,869 ล้านบาท) หรือคิดเป็นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการจำหน่ายถ่านหินจำนวน 816 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 26,190 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 96 ของรายได้จากการขายรวม สำหรับรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำและอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 4 ของรายได้รวม หรือเป็นจำนวน 36 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,155 ล้านบาท) และในไตรมาส 3/2557 บ้านปูฯ มีปริมาณขายถ่านหินจำนวน 12.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายถ่านหินของเหมืองในออสเตรเลีย 1.46 ล้านตัน และเหมืองในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 0.23 ล้านตัน
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มกราคม 16, 2015, 08:33:29 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์เกียรตินาคิน

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000257528/Company%20Update_BANPU_140115.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 10:16:30 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 10:28:17 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      2,679,632 2,324,843
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1.038 0.90
ต่อหุ้น (บาท)                     


งบการเงินเฉพาะกิจการ                     
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่                       31 ธันวาคม
ปี                       2557 2556
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      3,323,359 6,374,959
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      1.287 2.469
ต่อหุ้น (บาท)                     
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 10:28:47 pm »

กำหนดการประชุมผู้ถือหลักทรัพย์

เรื่อง : กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 18 ก.พ. 2558
วันประชุม : 03 เม.ย. 2558
เวลาเริ่มประชุม (h:mm) : 13 : 00
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record : 05 มี.ค. 2558
date)
วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร : 06 มี.ค. 2558
่วมประชุมตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม : 02 มี.ค. 2558
วาระการประชุมที่สำคัญ :
- การจ่ายปันผล
- การเปลี่ยนแปลงกรรมการ
สถานที่ประชุม : ณ ห้องรอยัลพารากอนฮอลล์ 3 ชั้น 5
ศูนย์การค้าสยามพารากอน เลขที่ 991 ถนนพระราม 1 ถนน ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
______________________________________________________________________

การพิจารณาปันผล

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 18 ก.พ. 2558
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 17 เม.ย. 2558

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 20 เม.ย. 2558
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 10 เม.ย. 2558
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.70
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 29 เม.ย. 2558
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ก.ค. 2557 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557 และกำไรสะสม
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 10:31:32 pm »

Coal price rally with legs as India overtakes China
Frik Els | February 18, 2015
Oil aside, coal – specifically the power-generating variety – has turned out to be the real surprise commodity of 2015.

The benchmark thermal export price from Australia's port of Newcastle is up 22% in a month and on Monday scaled $70 a tonne for the first time in nearly six months.

The advance was most keen in the Pacific seaborne market as mines in Australia and South East Asia close, but Rotterdam and Appalachian prices (despite still rising production in the US) have also been lifted from multi-year lows.

The rally in thermal coal (metallurgical continues to languish in the low $90s) also come despite Chinese coal imports falling sharply in January on the back Beijing's crackdown on the commodity through tough emissions regulations and newly-imposed import tariffs.

The jury may still be out whether the coal rally has legs but further out a structural shift in the seaborne market should support price in the longer term.

Hopes are high that India, the world's second most populous nation after China, could take over the role of China as the world's growth engine, particularly since the election of business-friendly Prime Minister Narendra Modi who presides over the country's first majority government since the 1980s.

There is a dire shortage of infrastructure on the sub-continent and the population is urbanizing rapidly, the same conditions that were present before the Chinese economic boom set off a commodity supercycle.

A recent study by independent commodity research house CRU show India's domestic demand in 2014 equalled around 80% of the global seaborne market.

That means that "small changes in supply and demand can have a relatively large impact on total import requirements" and "even if domestic coal production was to increase, there would still be issues getting the coal to market due to logistical bottlenecks."

India's electricity consumption is set to grow by nearly half over the next five years and while the subcontinent's domestic production is rising it won't be able to keep up with the growth in demand.

According to CRU India will requiring an additional 136 million tonnes of imports by 2019. The majority of this import growth is expected to materialise over the next three years as significant coal-fired capacity comes on stream, and CRU expects India to replace China as the world's largest import market by 2015-2016.

http://www.mining.com/coal-price-rally-with-legs-as-india-overtakes-china-22896/
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มีนาคม 02, 2015, 07:12:12 pm »

บ้านปูส่งบริษัทลูกเข้าตลาดฯ

"ชนินท์"เตรียมดัน "บ้านปูเพาเวอร์"เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปีนี้ เผยต้องกระจายความเสี่ยงหลังราคาถ่านหินทรุดต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 2560 มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2 พันเมกะวัตต์ พร้อมเตรียมศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าปากเหมืองเพิ่ม อัดงบลงทุน 423 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขยายการลงทุน พร้อมแต่งตั้ง "สมฤดี"เป็นซีอีโอคนใหม่
    นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาถ่านหินที่ปรับลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงหันมาเน้นการขยายลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในปลายปีนี้ เนื่องจากต้องการขับเคลื่อนธุรกิจไฟฟ้าให้มีการเติบโตมากขึ้น โดยตั้งเป้ากำไรในปี 2560 จากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเป็น 35-40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ส่วนที่เหลือจะเป็นกำไรจากธุรกิจถ่านหิน
    โดยปัจจุบันบริษัทบ้านปูเพาเวอร์ฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 1 พันเมกะวัตต์ และตั้งเป้าภายในปี 2560 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายใต้บริษัทบ้านปูเพาเวอร์ฯ ขั้นต่ำที่ 2 พันเมกะวัตต์ โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นจะมาจากโรงไฟฟ้าหงสาขนาด 1.878 พันเมกะวัตต์  (บ้านปูถือหุ้น 40%) ของกำลังการผลิตทั้งหมด คิดเป็นประมาณ 700 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง ที่จีน กำลังการผลิตติงตั้ง 1.2 พันเมกะวัตต์ (บ้านปูถือหุ้น 30%) คิดเป็น 360 เมกะวัตต์
    อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตไฟฟ้าที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2560 ที่ 2 พันเมกะวัตต์ ยังไม่ได้รวมการเข้าซื้อกิจการและการขยายลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าอื่นๆ อาทิ การลงทุนโรงไฟฟ้าปากเหมืองในอินโดนีเซีย ขนาด 2 พันเมกะวัตต์ , โครงการลงทุนโรงไฟฟ้าเขื่อนพลังน้ำที่ สปป.ลาว ขนาด 70 เมกะวัตต์ขึ้นไป และโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ส่วนขยายอีก 1 พันเมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังสนใจลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และลม ด้วย
    สำหรับแผนลงทุนของบริษัทในปีนี้ เตรียมไว้ที่ 423 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ซึ่งยังไม่รวมการลงทุนในธุรกิจใหม่) ส่วนใหญ่จะนำมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายโรงไฟฟ้าหงสา ที่ สปป.ลาว โดยในปีนี้จะใช้เงินดังกล่าว 149 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปีถัดไปอีก 192 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนเงินลงทุนสำหรับธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาจะพิจารณาถึงความเหมาะสม โดยบริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ ส่วนวงเงินยังไม่ได้กำหนด
    นายชนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ส่วนปริมาณการขายถ่านหินปีนี้ตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 48.5 ล้านตัน โดยในปีนี้บริษัทได้วางแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ซึ่งบริษัทได้ปูพื้นฐานและเตรียมความพร้อมของผู้สืบทอดตำแหน่งในหน้าที่สำคัญๆหลายตำแหน่ง ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทไ ด้เสนอชื่อนางสมฤดีชัยมงคล ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยคณะกรรมการบริษัทมีกำหนดอนุมัติการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,030  วันที่  26 - 28  กุมถาพันธ์  พ.ศ. 2558
Source:
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=266734:2015-02-25-03-47-54&catid=88:2009-02-08-11-23-46&Itemid=418#.VPRTS-F36gt
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: เมษายน 04, 2015, 08:06:46 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: เมษายน 30, 2015, 10:46:25 pm »

บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2015, 12:41:21 am »

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ LH

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000265664/BANPU_%2020150506.pdf

บทวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ Phillip Capital

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000265621/banpu050615_t.pdf

บทวิเคราะห์จาก KKTrade

http://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000265592/Earnings%20Preview_BANPU_060515.pdf
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2015, 09:28:41 pm »

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)                     
                     บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

                                    (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม                                       
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2558         2557
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                   69,259    1,804,942
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    0.027        0.699
     ต่อหุ้น (บาท)           


งบการเงินเฉพาะกิจการ                               
                                   ไตรมาสที่ 1
                                      สอบทาน
       สิ้นสุดวันที่                            31 มีนาคม
             ปี                             2558         2557
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                3,350,275    3,292,306
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    1.298        1.275
     ต่อหุ้น (บาท)           
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2015, 01:41:04 pm »

BANPU คาดกำลังการผลิตไฟฟ้าอีก 2 ปี แตะ 2,750 MW

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 พ.ค. 58 8:58: น.
   BANPU คาดธุรกิจไฟฟ้าในอีก 2 ปีนับจากนี้ หรือในปี 2560 เป็นต้นไป บ้านปูฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนที่ถือครองในประเทศไทย จีน และ ลาว รวมทั้งสิ้นกว่า 2,750 เมกะวัตต์

  นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บ้านปูฯ มองแผนการลงทุนในระยะยาว และให้ความสำคัญกับการต่อยอดจุดแข็งของธุรกิจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งกิจการเดิมที่บริษัทฯ มีอยู่ และกิจการใหม่ที่ซื้อเข้ามา นับตั้งแต่ที่บ้านปูฯ ได้ซื้อกิจการเหมืองถ่านหิน บริษัท Centennial Coal Co., Ltd. ในออสเตรเลีย บริษัทฯ ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งหลายมาตรการเริ่มเห็นผลในปัจจุบัน อาทิ ราคาขายถ่านหินเฉลี่ย (ASP) ของ Centennial Coal ปรับตัวสูงขึ้น และปริมาณการผลิตต่อปีที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ต้นทุนการผลิต การขาย และการกระจายสินค้าในทุกตลาดปรับลดลง”

  ด้วยมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุนของเหมืองในประเทศออสเตรเลียและอินโดนีเซียที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2558 ต้นทุนเฉลี่ยต่อตันของเหมืองในประเทศออสเตรเลียลดลง 6.73 เหรียญออสเตรเลีย (หรือประมาณ 172.83 บาท โดย 1 เหรียญออสเตรเลีย เทียบเท่า 25.68 บาท) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการผลิตถ่านหินในไตรมาสนี้ทำได้ดีกว่าแผนที่วางไว้ และผลิตได้มากกว่าปีก่อน ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยต่อตันของเหมืองในประเทศอินโดนีเซียลดลง 6.38 เหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 208.31 บาท โดย 1 เหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 32.65 บาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดอัตราส่วนการขุดขนดินต่อถ่านหิน 1 ตัน (Stripping Ratio) จากเดิม 10.2 เท่า เป็น 8.8 เท่า และการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในการขนส่ง
  “ปัจจุบันนี้ ธุรกิจถ่านหินของบ้านปูฯ มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่งทั้งในด้านแหล่งทรัพยากรที่หลากหลายและระบบซัพพลายเชนที่กว้างขวางครอบคลุมหลายตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราผนึกกำลังด้านการตลาด และใช้กลยุทธ์การผสมถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลียเพื่อรุกตลาดส่งออกระดับพรีเมี่ยม เราพร้อมเสมอที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทายต่างๆ และโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยมุ่งเป้าที่การบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพในภาวะที่ราคาถ่านหินผันผวน และยกเครื่องประสิทธิภาพการผลิตและดำเนินงานในทุกด้าน เพื่อพร้อมสำหรับการสร้างสัดส่วนกำไรให้ได้มากที่สุดทันทีที่ราคาถ่านหินดีดตัวขึ้น” นางสมฤดี กล่าว
  ในไตรมาส 1/2558 บ้านปูฯ มีกำไรขั้นต้นรวมจำนวน 245 ล้านเหรียญสหรัฐ ( หรือประมาณ 7,991.50 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราส่วนการทำกำไรขั้นต้นต่อยอดขายรวม (Gross Profit Margin)สำหรับไตรมาส 1/2558 คิดเป็นร้อยละ 36 ขณะที่ต้น
ทุนขายรวมลดลงร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 445 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 14,517.07 ล้านบาท)
  บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการจำหน่ายถ่านหิน จำนวน 631 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 20,602.15 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 92 ของรายได้จากการขายรวม และมีรายได้อีกร้อยละ 8 จากการจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำ และรายได้อื่นๆ จำนวน 58 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1,893.70 ล้านบาท) โดยธุรกิจถ่านหินมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ร้อยละ 36 ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้ามีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาที่ร้อยละ 42 จากเดิมที่ร้อยละ 33 ในไตรมาส 1/2557 ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคาถ่านหินปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนของธุรกิจไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงปรับลดลงตามไปด้วย
   “ด้านธุรกิจไฟฟ้า ทุกโครงการเดินหน้าไปตามแผน โครงการโรงไฟฟ้าหงสาจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายนนี้ และในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธุรกิจไฟฟ้าของบ้านปูฯ ในจีน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ก็สร้างผลกำไรถึง 14 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 457 ล้านบาท โดยในระยะเวลาอีก 2 ปีนับจากนี้ หรือในปี 2560 เป็นต้นไป บ้านปูฯ จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนที่ถือครองในประเทศไทย จีน และ ลาว รวมทั้งสิ้นกว่า 2,750 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบ้านปูฯ อย่างต่อเนื่อง ” นางสมฤดี กล่าวปิดท้าย


เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
บันทึกการเข้า

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 738
    • ดูรายละเอียด
Re: BANPU : บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 07:53:22 am »

BANPU-BBLเด่นเข้าตา ช้อปของดีโกยเงินเป๋าตุง

       ทันหุ้น – BANPU-BBL-SIRI เด่นเข้าตา ติดโผหุ้นที่มีการประเมินมูลค่าถูก และโชว์ผลงานปี 2559 กำไรเติบโตโดดเด่น เลือกตุนของดีเข้าพอร์ตโกยเงินเข้ากระเป๋า ลดเสี่ยงตลาดหุ้นไทยปีนี้ผันผวน BANPU การันตีผลงานปีนี้สดใส บุ๊กโรงไฟฟ้าหงสาเต็มสูบ 1,878 เมกะวัตต์ ด้าน BBL เด่นสุดกลุ่มแบงก์

                นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า เริ่มต้นผ่านปีใหม่ไปยังไม่ถึง 2 สัปดาห์ดี ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนและปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว จากความกังวลเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวกว่าคาด และราคาน้ำมัน Brent ที่ร่วงลงต่ำสุดในรอบ 12 ปี

                BANPU, BBL, SIRI เด่นเข้าตา

โดยเชื่อว่า 2 ปัจจัยดังกล่าวจะกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก (รวมถึงหุ้นไทย) ซ้ำเติมด้วยปัจจัยที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เริ่มส่งสัญญาณอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งปกติแล้วประเด็นนี้จะกดดันให้หุ้นทั่วโลกปรับตัวลงประมาณ 3-4 เดือนหลังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 5-6 ถึงเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

สำหรับประเด็นการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ แนะนำเลือกหุ้นที่มีการประเมินมูลค่าถูกและมีกำไรปี 2559 เติบโตโดดเด่น (พิจารณาจากหุ้นถูกที่ติดอันดับ 20% แรกของตลาด (Top 20%) ทั้งการประเมินมูลค่าด้าน PER, PBV และ Dividend Yield โดยต้องติดอันดับอย่างน้อย 2 ด้านขึ้นไป เด่นสุด ได้แก่ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI

                BANPU ผลงานสดใส

  นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายกำลังผลิตและจำหน่ายถ่านหินภายในปี 2559 คาดว่าจะมากกว่า 42 ล้านตันต่อปี ส่วนราคาถ่านหินคาดเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 58 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งถือว่าดีกว่าปี 2558 ที่มีกำลังผลิตน้อยกว่า 42 ล้านตัน และราคาถ่านหิน เฉลี่ยอยู่ที่ 57 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

นอกจากนี้บริษัทยังแสวงหาโอกาสที่จะลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงและโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศเมียนมาขนาดกำลังผลิต 200-1000 เมกะวัตต์ แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูนโยบายจากรัฐบาลใหม่ของเมียนมา รวมทั้งยังหาโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาวด้วย ซึ่งจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดไม่ใหญ่มาก

ทั้งนี้ภายในปี 2559 บริษัทจะมีการจ่ายไฟ เชิงพาณิชย์ (COD) ในส่วนของโรงไฟฟ้าหงสา ครบทั้งหมด 1,878 เมกะวัตต์ภายในเดือนมีนาคม 2559 และคาดว่าจะสามารถรองรับการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีการสำรองถ่านหินไว้ที่ 577 ล้านตัน คาดใช้ในการผลิตเพียง 370 ล้านตันตลอดอายุสัมปทาน 25 ปี คงเหลือราว 200 ล้านตัน สามารถรองรับแผนดังกล่าวได้ และอยู่ระหว่างขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในเมียนมา และญี่ปุ่น รวมถึงพลังงานน้ำในลาว อีกทั้งยังศึกษาโรงไฟฟ้าถ่านหินในจีน

*BBL เด่นสุดกลุ่มแบงก์

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้ฝ่ายวิจัยคาดว่าความเสี่ยงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL จะเพิ่มสูงขึ้นจะยังคงมีอยู่จากลูกค้าบางส่วนที่มีความสามารถในการผ่อนชำระลดน้อยลง จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปีก่อน  แต่มองว่ายังสามารถคาดหวังการเติบโตในปี 2559 ได้ โดยคาดว่าสินเชื่อรายใหญ่จะเป็นสินเชื่อหลักที่ทำให้สินเชื่อของกลุ่มเติบโต โดยโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากทั้งภาครัฐและเอกชน จะเป็นตัวกระตุ้นหลัก นอกจากนี้ยอดขายรถยนต์ที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น จะทำให้สินเชื่อเช่าซื้อที่หดตัวลงแรงในปี 2558 กลับมาฟื้นตัว

ทำให้ทางฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนจาก "ลงทุนปกติ" มาเป็น "ลงทุนมากกว่าปกติ" ยังคงเลือก BBL (ราคาพื้นฐาน 186 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม เนื่องจาก BBL เป็นธนาคารที่มีความเชี่ยวชาญสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ นอกจากนี้สัดส่วนสำรองต่อ NPL ที่ BBL มีอยู่สูงที่สุดในระบบธนาคารจะทำให้ BBL เป็นธนาคารที่รองรับความเสี่ยงได้มาก

ที่มา http://www.thunhoon.com/colum/26901/26901.html
บันทึกการเข้า