เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: มีนาคม 26, 2017, 01:43:21 pm 
เริ่มโดย thansettakij - กระทู้ล่าสุด โดย thansettakij


ก.ล.ต. ถอยแก้กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ขอศาลสั่งเรียกประชุมผู้ถือหุ้นปลดกรรมการแทน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณี ก.ล.ต.กระทรวงการคลัง ผลักดันแก้ไขพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพิ่มอำนาจให้ก.ล.ต.เข้าไปปลดกรรมการและผู้บริหารบริษัทที่ขัดแย้งจนบริษัทเสียหายว่า ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการขอความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆ ว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะประเด็นที่จะให้ก.ล.ต.มีอำนาจในการปลดผู้บริหารหรือกรรมการในกรณีที่มีความขัดแย้งกันจนไม่สามารถประชุมผู้ถือหุ้นได้

เบื้องต้น อาจระบุในตัวพ.ร.บ.ให้อำนาจ ก.ล.ต.สามารถขออำนาจศาลแพ่งเพื่อสั่งให้บริษัทเปิดการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่หรืออาจเป็นผู้บริหารชุดเดิม

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายประชาชนปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นตลาดทุนไทย ได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการก.ล.ต. เพื่อขอให้ทบทวนการแก้ไข

กฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้ก.ล.ต.มีอำนาจปลดผู้บริหารบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดและมีความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารบริษัท หรือ มีการบริหารงานผิดพลาดนั้น ทางเครือข่ายฯ เห็นว่า เป็นการลิดรอนสิทธิ์ของผู้ถือหุ้นบริษัท และขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดี ในการดูแลกิจการบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งจะเป็นประเด็นที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ จึงกังวลว่า ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงการบริหารงานของบริษัทมหาชนได้ และขัดต่อหลักการลงทุนเสรีทั่วโลก โดยเครือข่ายฯ เห็นว่า ก.ล.ต. มีเครื่องมือในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว โดยไม่ต้องลิดรอนสิทธิ์ของภาคเอกชน จึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มอำนาจให้สำนักงานก.ล.ต.

http://www.thansettakij.com/content/136934

 2 
 เมื่อ: มีนาคม 25, 2017, 12:37:13 pm 
เริ่มโดย UFATH003 - กระทู้ล่าสุด โดย UFATH003

ยูฟ่าเบท
เว็บไซต์แหล่งรวมการพนันออนไลน์ การละเล่นการเสี่ยงโชค คาสิโนออนไลน์ บาคาร่าออนไลน์ แทงบอลออนไลน์ สวรรค์ของนักพนันออนไลน์ มือฉมังระดับคุณ เมื่อคุณพบกับเว็บไซต์ของเรา คุณจะหลงรัก และ หลงไหลกับมัน เพราะ ยูฟ่าเบท เป็นเว็บไซต์ ที่น่าเชื่อถือที่สุดและดีที่สุด เนื่องจากมีระบบฝาก-ถอนที่ดีที่สุดรวดเร็ว และ ปลอดภัย รับรองว่าเงินของคุณที่ได้มา เข้ากระเป๋าของคุณอย่างปลอดภัยแน่นอน และ สามารถถอนเงินได้อย่างอิสระตลอดเวลา สะดวกสบาย ฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดๆที่คุณจะไม่มาใช้บริการ เว็บการพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดอย่างเรา มาใช้บริการของเรากันเถอะ
 
สมัครufabet
ลูกค้าที่ต้องการ สมัครสมาชิก UFABET กับทาง UFA-TH.COM เรายินดีบริการตลอด24ชม. เราช่องทางสมัครดังนี้ สมัครมาชิก
ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการ สมัครสมาชิก ได้ 3 ช่องทาง   
1. ผ่านทาง call center
2. ผ่านทาง line id
3. ผ่านทาง หน้าเว็บไซต์

ufabet 
เว็บไซต์ แทงบอลเงินสด ที่ให้บริการ พนันออนไลน์ อันดับหนึ่ง
ให้บริการ  แทงบอลเงินสด คาสิโนออนไลน์ มวย หวย ไม่ผ่านเอเย่น เราให้บริการด้านการเดิมพันแบบครบวงจรตลอด 24ชม.

CALL CENTER ตลอด 24 ชั่วโมง

088 287 8223
088 287 8224

ID LINE : @ufathai
ID LINE : ufath

 3 
 เมื่อ: มีนาคม 25, 2017, 11:43:54 am 
เริ่มโดย keekimaru - กระทู้ล่าสุด โดย keekimaru




ใช้โปรแกรมคลิกที่นี่ http://rent108.com/cashier/

โปรแกรมขายของ หน้าร้าน ยิงบาร์โค้ตได้ด้วยมือถือ เป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานผ่านเว็บไซต์ง่ายๆ โดยที่คุณไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ซึ่งโปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างง่ายดายไม่ซับซ้อน สามารถช่วยคุณสต๊อกสินค้าและคิดเงินได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถใช้โทรศัทพ์เป็นตัวยิงสแกนบาร์โค้ดได้อย่างแม่นยำและง่ายต่อการใช้งาน นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ร่วมกับตัวยิงสแกนบาร์โค้ดได้อีกด้วย

โปรแกรมขายของ หน้าร้าน ยิงบาร์โค้ตได้ด้วยมือถือ สามารถนำมือถือของคุณที่มีอยู่ทำการโหลดแอพสแกนบาร์โค๊ดเพื่อให้มือถือของคุณสามารถทำหน้าที่เป็นตัวยิงสแกนบาร์โค๊ดได้ ความสะดวกที่ของการใช้มือถือเป็นตัวยิงสแกนบาร์โค๊ดคือ มันสามารถยิงที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของที่ร้านก็สามารถยิงสแกนได้ ข้อมูลสินค้าจะถูกส่งเข้าโปรแกรมคิดเงินได้อย่างอัตโนมัติ

จะดีแค่ไหน ถ้าหากร้านค้าของคุณกว้างขวาง แล้วให้พนักงานของคุณนำมือถือยิงสแกนบาร์โค๊ดให้กับลูกค้าที่มาซื้อของในร้านค้าตามจุดต่างๆ แล้วคุณที่เป็นเจ้าของร้านนั่งเฉยๆอยู่ที่แคทเชียร์ แล้วค่อยคิดเงินอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องลุกไปไหน ซึ่งข้อมูลสินค้าที่ถูกยิงสแกนบาร์โค๊ดด้วยมือถือจากพนักงานจะถูกส่งเข้ามาที่โปรแกรมคิดเงินหน้าร้านทันที คุณผู้เป็นเจ้าของร้านก็มีหน้าที่แค่ทอนเงินกับเช็คสินค้าอย่างเดียวว่าลูกค้าหยิบสินค้าตามจำนวนหรือมือ

และนี่เองคือความสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นกับการนำมือถือมาใช้งานร่วมกับโปรแกรมคิดเงินหน้าร้าน Rent108 ที่จะทำให้ร้านค้าของคุณสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันใจ

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมยิงสแกนบาร์โค๊ดและโปรแกรมขายของหน้าร้านอย่างง่าย

คุณสามารถเข้าไปทดลองใช้โปรแกรมได้ฟรีก่อนใคร

ที่นี่ http://rent108.com/cashier/

ที่จะทำให้ร้านค้าของคุณสามารถคิดเงินลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและฉับไว


ดูเพิ่มเติม : http://webtumwai.com/detail.php?id_detail=592

 4 
 เมื่อ: มีนาคม 25, 2017, 11:14:06 am 
เริ่มโดย tanalraj - กระทู้ล่าสุด โดย tanalraj
ลักษณะของการทำงาน
เป็นงานคีย์ข้อมูลที่ทางทีมงานได้จัดเตรียมไว้ ผ่านระบบ Internet โดยทางทีมงานมีการสอนงานให้ไม่เสียค่าใช้
จ่าย เพียงใช้งาน Internet วันละ 2 – 3 ชั่วโมง ในการทำงาน ซึ่งทำได้ทั้งที่บ้าน,ที่ทำงาน,สถานศึกษาและร้าน
อินเตอร์เน็ต หรือทุกๆที่สามารถต่อเชื่อมสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ เหมาะสำหรับ นักเรียน,นักศึกษา,พนักงานประจำ,ข้าราชการ,ท่านที่สนใจ และผู้ว่างงาน โดยจำเป็นต้องมีประสบการณ์


คุณสมบัติ
- ต้องมีอายุ 18 ขึ้นไป
- พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หรือท่านที่สะดวกในการเดินทาง เข้ามาเรียนรู้งาน
- รักการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
- สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นได้


เอกสารที่ต้องนำมา
- สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
- สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก 1 ฉบับ
(ธ.ไทยพาณิชย์,ธ.กรุงไทย,ธ.กรุงเทพ หรือ ธ.กสิกรไทย)

สนใจติดต่อ    คุณภาสิณี
Tel. 094-5162296 , 094-5162269 , 061-9959859   

กรุณาจดหมายเลขนี้        BY 2502      มาด้วยนะครับ   
ที่ตั้ง : ซอยลาดพร้าว 81 ถนนลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น.   

 5 
 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 08:11:10 pm 
เริ่มโดย Ponginvest - กระทู้ล่าสุด โดย Ponginvest
เปิดรับนักลงทุน ปันผลรายเดือน

- เป็นการลงทุนในหุ้น ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์
- มีเงินหลักหมื่น ก็สามารถลงทุนได้
- ติดต่อศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ก่อนการลงทุนได้
- เปิดรับจำนวนจำกัด

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
TEL 0632022694
หรือ https://www.facebook.com/pong.nothingeasyปิดรับนักลงทุน ปันผลรายเดือน

- เป็นการลงทุนในหุ้น ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์
- มีเงินหลักหมื่น ก็สามารถลงทุนได้
- ติดต่อศึกษาข้อมูลโดยละเอียด ก่อนการลงทุนได้
- เปิดรับจำนวนจำกัด

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
TEL 0632022694
หรือ https://www.facebook.com/pong.nothingeasy

 6 
 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 07:21:24 pm 
เริ่มโดย thansettakij - กระทู้ล่าสุด โดย thansettakij


"น่าเศร้า! ประเทศไทย" ที่ความคิดของคนระดับเสนาบดีจะผลักดันกฎหมายที่รอนสิทธิผู้อื่นและเข้าข่ายกฎหมายอำนาจนิยม เพียงเพราะต้องการแก้ไขปัญหาความวุ่นวายของบริษัทเพียงบริษัทเดียว

ปัญหาของ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC กลายเป็นหัวข้อสนทนาของขาใหญ่ที่กุมชะตาเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ เมื่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจถึงกับต้องเรียก" อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์" รมว.คลัง" รพี สุจริตกุล "เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) "สมชัย สัจจพงษ์" ปลัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียอีก 2-3 คน มาหาหนทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทั้งๆที่เป็นเรื่องของภาคเอกชนล้วนๆ ที่กำลังต่อสู้ขัดแย้งงัดข้อกฎหมายห้ำหั่นกันระหว่าง กลุ่มของ"หมอวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ "กับ "ทวิช เตชะนาวากุล"ที่ต่างฝ่ายต่างงัดเทคนิคทั้งนอกและในเกมสู้กัน เพื่อแย่งชิงซากของบริษัทแห่งนี้

น่าแปลกใจที่ขุนพลทางเศรษฐกิจของประเทศ แทนที่จะเอาเวลาทั้งหมดทุ่มเทกับปัญหาปากท้องของประชาชน แต่กลับให้ความสนใจกับปากท้องคน 2 กลุ่มนี้

น่าประหลาดใจเข้าไปอีกเมื่อ" อภิศักดิ์ "ผู้เป็นถึงเสนาบดีกระทรวงการคลังสั่งในที่หารือให้ "รพี "แก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจก.ล.ต.จัดการปัญหาจนเป็นที่มาของ "แนวคิดติดหนวด" ดังที่กำลังผลักดันกันอยู่

ความขัดแย้งของบริษัทเดียวที่ "รพี" บอกว่าไม่มีอำนาจแก้ จนต้องยกร่างกฎหมายขึ้นมาละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น และเข้าข่ายขัดต่อหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ขุนพลเศรษฐกิจในยุคทหารเรืองอำนาจก็ยังทำ

อาจเป็นเพราะไม่สันทัดกับการบริหารงานในระบบประชาธิปไตย เคยชินแต่การบริหารในยุคเผด็จการจึงนิยมกฎหมายลักษณะนี้

ถ้าอยู่ในยุคประชาธิปไตยเต็มใบ การสั่งการแบบนี้ของ "อภิศักดิ์"คงเข้าข่ายที่ส.ส.จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไล่ออกจากการเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว

หากยังขืนผลักดันกฎหมายอำนาจนิยมในตลาดหุ้นแบบนี้มีหวัง"อภิศักดิ์ "พานาวารัฐบาล" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ตกเหวก่อนเข้าเกียร์ถอย เพราะจะเป็นการสร้างความไม่เชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่หวั่นวิตกว่าภาครัฐสามารถแทรกแซงภาคเอกชนได้

นี่ถ้ายังดึงดันผ่านกฎหมายนี้ รับรองว่าจะมีผู้ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า กฎหมายอำนาจนิยมนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ถ้าถึงเวลานั้น" อภิศักดิ์ " จะรับผิดชอบอย่างไรในการใช้อำนาจเสนาบดีอันไม่ชอบธรรมครั้งนี้

มีคน 2 คนที่จะยับยั้งแนวคิดอันไม่ชอบธรรมนี้ได้ คือ "ดร.สมคิด " ผู้ที่นั่งหัวโต๊ะในวันนั้น และ "พล.อ.ประยุทธ์"ที่จะไม่ให้ขุนพลเศรษฐกิจพาเข้ารกเข้าพงไปมากกว่านี้

 

คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3247 ระหว่างวันที่ 26-29 มี.ค.2560
http://www.thansettakij.com/content/136785


 7 
 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 12:26:11 pm 
เริ่มโดย thansettakij - กระทู้ล่าสุด โดย thansettakij

เครือข่ายประชาชนยื่นคัดค้านแก้ไขกฎหมาย ก.ล.ต. เพิ่มอำนาจปลดผู้บริหารบริษัท

 วันที่ 24 มี.ค. 60 — เครือข่ายประชาชนปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นตลาดทุนไทย ได้ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอให้ทบทวนการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีอำนาจปลดผู้บริหารบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารบริษัท หรือ มีการบริหารงานผิดพลาด

 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวคิดการแก้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเครือข่ายฯ เห็นว่า เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้นบริษัท และขัดต่อหลักธรรมาภิบาลที่ดี ในการดูแลกิจการบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 รวมทั้งจะเป็นประเด็นที่มีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ซึ่งจะกังวลว่า ภาครัฐจะเข้ามาแทรกแซงการบริหารงานของบริษัทมหาชนได้ และขัดต่อหลักการลงทุนเสรีทั่วโลก โดย เครือข่ายฯ เห็นว่า ก.ล.ต. มีเครื่องมือในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว โดยไม่ต้องลิดรอยสิทธิของภาคเอกชน จึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มอำนาจให้สำนักงาน ก.ล.ต.

ด้าน นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า การแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มีแนวคิดที่จะให้ศาลเป็นผู้มีอำนาจชี้ขาดในการแก้ไขปัญหาบริษัทจดทะเบียนที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใน จากเดิมที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะให้สำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้ชี้ขาด โดยคาดว่า จะเสนอคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ในวันที่ 30 มี.ค. นี้





 8 
 เมื่อ: มีนาคม 24, 2017, 10:35:36 am 
เริ่มโดย นกฮูกผี - กระทู้ล่าสุด โดย นกฮูกผี
เป็นไง  ไม่มีใครสนดัชนีขึ้นเลยซินะ 
สงสัย คนอ่านเวปรวยหุ้น กลัวดัชนีกันหมด ไม่มีใครกล้าเข้าใจ

กลัวเฟค ไม่กล้าเล่น แต่มันก็เอาไว้ชี้นำอารมณ์ตลาดได้.....ไม่รู้จักอารมณ์ตลาดหรอ

อยากรวยหุ้น แต่โน่นก็กลัว นี่ก็ไม่กล้า...แล้วชาติได้จะได้ - รวยหุ้น-  ......อ่านอย่างเดียว มันก็ไม่รวยหรอกน๊า

 9 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2017, 03:57:55 pm 
เริ่มโดย คนหมายจันทร์ - กระทู้ล่าสุด โดย คนหมายจันทร์
Focus ลุยขยายตลาดกระจกและฟิล์มกันรอย คลอดผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายออพชั่นตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง


      Focus ลุยขยายตลาดกระจกและฟิล์มกันรอย คลอดผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายออพชั่นตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง มั่นใจครองแชมป์มาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง ตั้งเป้ายอดขายโตอย่างน้อย 50% พร้อมมอบ 3 ล้านบาท ร่วมสมทบทุนสร้างห้องผ่าตัดตา โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ช่วยเหลือผู้ป่วยต้อกระจก ผ่านโครงการเพื่อสังคม “Focus เปลี่ยนกระจก เปลี่ยนโลก”

นายอมรศักดิ์ แดงแสงทอง รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและกระจกกันรอยอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้แบรนด์ “Focus” เปิดเผยว่า ในปีนี้ภาพรวมตลาดฟิล์มและกระจกกันรอยยังสามารถขยายตัวได้ จากการที่ผู้บริโภคหันมานิยมใช้กระจกกันรอยเพิ่มมากขึ้น แม้แนวโน้มตลาด Smart Phone และ Tablet จะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เริ่มชะลอตัว  อย่างไรก็ตามคาดว่าตลาดในภูมิภาคยังมีการเติบโตที่ดี ตามพฤติกรรมการเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือเป็น Smart Phone รุ่นหน้าจอใหญ่ที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายของ Focus เติบโตอย่างน้อย 50% หรือมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นกระจกกันรอย 70% ฟิล์มกันรอย 30% ขณะที่ยอดขายรวมของทั้งบริษัท ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มอุปกรณ์เสริมอื่นๆ  เช่น Rizz, BEWELL และ WHY อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

 “ปัจจุบันยอดขายผลิตภัณฑ์กระจกกันรอยโตขึ้นอย่างชัดเจน ตามพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภค “Focus” ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 ของตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านของมาร์เก็ตแชร์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งโฟกัสได้เน้นพัฒนากระจกกันรอยกลุ่มพรีเมียมให้ตอบโจทย์และตรงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีกระจกกันรอยให้เลือกถึงกว่า 15 แบบ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของแบรนด์ที่เจ้าอื่นไม่มีรูปแบบที่หลากหลาย อีกทั้งกลุ่มผู้บริโภคและตัวแทนจัดจำหน่ายมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ยอดจัดจำหน่ายอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาตลอด” นายอมรศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามสถานการณ์การแข่งขันในตลาด ยังคงมีความรุนแรงทั้งด้านราคา การลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ การนำเข้าผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่าย บริษัทจึงต้องรักษาภาพลักษณ์ของแบรนด์ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง
           
นายอมรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า “Focus ได้จัดแคมเปญออนไลน์ Focus เปลี่ยนกระจก เปลี่ยนโลก รณรงค์ให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงคุณค่าของการมองเห็น โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านหนังสั้น 2 เวอร์ชั่น “Focus เบลอว่ารักแถบ” และ “Focus แบบว่ารักเธอ” ได้กระแสตอบรับในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก มีการรับชมและส่งต่อ มากกว่า 3 ล้านครั้ง ซึ่งไม่เพียงจะทำให้ผู้ชมได้รับชมหนังสั้นในเวอร์ชั่นที่ชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่ผู้ชมทุกคนยังมีส่วนร่วมในการส่งต่อความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยโรคต้อกระจกอีกด้วย จากความสำเร็จของแคมเปญดังกล่าว โฟกัสได้ร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างห้องผ่าตัดตา เป็นจำนวนเงิน 3 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ทางบริษัทถือโอกาสครั้งนี้ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการสร้างสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์แก่สังคมด้วยกัน” นายอมรศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจร่วมสมทบทุนกับโครงการดังกล่าว สามารถร่วมบริจาคเพิ่มเติมได้ที่บัญชีออมทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี “บจก. ดีพลัส อินเตอร์เทรด ช่วยผู้ป่วยต้อกระจก (Dplus Intertrade For Cataract Patients) เลขที่บัญชี 022-8-70027-4” ได้จนถึงเมษายนนี้ หรือติดตามข่าวสารโครงการได้ทาง Facebook แฟนเพจ “Focus ฟิล์มและกระจกกันรอย”
.......................................................

 10 
 เมื่อ: มีนาคม 23, 2017, 02:26:30 pm 
เริ่มโดย PRinter - กระทู้ล่าสุด โดย PRinter

ทีเส็บเผยกลยุทธ์กระตุ้นตลาดประชุมอินเซนทีฟแดนมังกร เน้นลูกค้าไมซ์คุณภาพ เจาะเมืองเศรษฐกิจใหม่

22 มีนาคม 2560 เซี่ยงไฮ้ สาธารณประชาชนจีน – สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดแผนตลาดและส่งเสริมการขายธุรกิจการประชุมและอินเซนทีฟสำหรับกลุ่มไมซ์ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดอันดับ 1 ชูกลยุทธ์เจาะกลุ่มเป้าหมายคุณภาพ เดินหน้ารุก 4 ตลาดใหม่ พ่วง 3 โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ตั้งเป้าหมายเติบโตร้อยละ 5

นางสาวนุช หอมรสสุคนธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล ทีเส็บ เปิดเผยว่า ตลาดจีนเป็นตลาดหลักที่ทีเส็บให้ความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นตลาดอันดับ 1 ของนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่มายังประเทศไทย ในปี 2559 ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 1,273,465 คน  สร้างรายได้ 102,936 ล้านบาท ในจำนวนนี้คิดเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์จีน จำนวน 127,390 คน สร้างรายได้ 10,252 ล้านบาท สำหรับตลาดไมซ์อื่นๆ ที่รองจากตลาดจีน ได้แก่อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เกาหลี อินโดนีเซีย และเวียดนาม

ในส่วนของธุรกิจไมซ์ในองค์รวมนั้น ตลาดการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล หรือ อินเซนทีฟ มีสัดส่วนของจำนวนนักเดินทางไมซ์จากจีนมากที่สุด ดังนั้นในส่วนของกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดและการขายเพื่อเจาะไมซ์จีนในปี 2560 ทีเส็บจึงดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก

กลยุทธ์แรก เจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ และอุตสาหกรรมสำคัญ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ประเภทแรก กลุ่มเมกะไซส์ ที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ 2,000 รายขึ้นไป เน้นกลุ่มธุรกิจขายตรง ประกัน เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม ไอทียานยนต์ ประเภทที่ 2 กลุ่มการจัดประชุมองค์กร โดยมีลักษณะเป็นการประชุมบอร์ด ประชุมประจำปี ประชุมระดับภูมิภาค ในธุรกิจการธนาคารและการเงิน ยานยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และเภสัชภัณฑ์ และประเภทที่ 3 กลุ่มท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลในระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นกลุ่มขนาดเล็กแต่มีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูง ในธุรกิจขายตรง เทคโนโลยีสารสนเทศ โทรคมนาคม และยานยนต์

กลยุทธ์ที่สอง เจาะตลาดเมืองหลักและเมืองใหม่ในจีน โดยเมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ขณะที่เมืองใหม่มุ่งเจาะตลาดที่ เซินเจิ้น เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งของธุรกิจขายตรง หางโจ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของมณฑลเจ้อเจียงถือเป็นเมืองที่ใหญ่และรวยที่สุด อีกทั้งยังเป็นฐานที่ตั้งของธุรกิจไอทีและธุรกิจทางการเงินที่สำคัญ ชิงเต่า เป็นเมืองที่ตั้งของธุรกิจขายตรง และซูโจวซึ่งทีเส็บมีการวางแผนดำเนินงานในลักษณะ Sales Call โดยผู้แทนทางการตลาดของทีเส็บที่ประจำอยู่ในประเทศจีน

กลยุทธ์ที่สาม บูรณาการกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขาย ส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างคู่ค้าทางอุตสาหกรรมที่สำคัญ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและนำเสนอกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเข้าร่วมงานเทรดโชว์ IT&CM China 2017 งาน Thailand MICE Roadshows ที่ปักกิ่งและกวางโจวในเดือนมีนาคม และการจัดกิจกรรมการขายในตลาดใหม่อย่างซูโจวและบริษัทรายใหญ่ของจีน

พร้อมกันนี้ ยังวางแผนกระตุ้นการตลาดผ่านโปรโมชั่นแคมเปญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แคมเปญ Thailand BIG Thanks ซึ่งถือเป็นแคมเปญที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาดจีน โดยสนับสนุนทางด้านการเงินจำนวน 2 ล้านบาท ให้กับนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในกลุ่มอินเซนทีฟ ที่มีผู้เข้าร่วมงานที่มีขนาดตั้งแต่ 2,000 คนขึ้นไป และพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 3 คืน แคมเปญ Meet Double Cities สนับสนุนการเดินทางที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศอย่างน้อย 200 คน มีการพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 4 คืน และมีการเดินทางมากกว่า 1 จุดหมายปลายทาง โดยทีเส็บจะให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงสุด 100,000 บาท และ แคมเปญ Meet Sustainable Way สนับสนุนการเดินทางที่มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศอย่างน้อย 200 คน มีการพำนักในประเทศไทยอย่างน้อย 3 คืน และมีการจัดกิจกรรม CSR ในกำหนดการจัดงาน หรือจัดงานในสถานที่ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Thailand MICE Venue Standard (TMVS) โดยทีเส็บจะให้การสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงสุด 100,000 บาท

สำหรับงานไฮไลท์ไมซ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจการประชุมและการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลจากประเทศจีนในปีงบประมาณ 2560 ได้แก่ การประชุมและอินเซนทีฟของกลุ่มบริษัทใหญ่ในประเทศจีน อาทิ Infinitus (China) Overseas Training, Shenzhen Qi Li Enron Management Consulting Co., Ltd., Anran Nanometer Industry Development Co., Ltd, EZ Go Luck Study Tour in Thailand, 3SBio Inc. Annual Meeting and Nature International BKK-PTY 6D5N Incentives

“ตามแผนการตลาด ทีเส็บได้เข้าร่วมออกแสดงบูธนิทรรศการประเทศไทยในงานเทรดโชว์ระดับภูมิภาค IT&CM China 2017 พร้อมนำผู้ประกอบการไมซ์ไทยจำนวน 13 ราย ทั้งในกลุ่มโรงแรม ศูนย์นิทรรศการและการประชุม และบริษัทบริหารจัดการการดำเนินงานภาคพื้นดิน เข้าร่วมนำเสนอสินค้าและบริการด้านไมซ์แก่ลูกค้าไมซ์ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ซื้อได้สัมผัสกับกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพ ความพร้อม และจุดขายของประเทศไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การวาดระบายสีร่มแบบล้านนา การทำสลักดุน การทำเครื่องเงินแบบล้านนา และการสัมผัสมุมมองประเทศไทยผ่านภาพวิดีโอเสมือนจริง 360 องศา ที่นำเสนอชีวิตคนเมืองของกรุงเทพมหานคร ความสวยงามของธรรมชาติทางภาคใต้ของภูเก็ตและเกาะสมุย ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และวัฒนธรรมทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ เชียงราย ซึ่งแต่ละสถานที่จะแสดงสิ่งอำนวยความสะดวกของอุตสาหกรรมไมซ์ด้วย
######
เกี่ยวกับทีเส็บ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เป็นหน่วยงานภาครัฐชั้นนำที่มีบทบาทในการพัฒนาและเชื่อมโยงความสำเร็จของการจัดงานเชิงธุรกิจ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ภายใต้กระบวนทัศน์ผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จ (Growth Driver) มุ่งเน้นสู่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจสู่การจัดงานเชิงธุรกิจครอบคลุมทุกความต้องการที่แตกต่าง สู่ความสำเร็จที่เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้ ทีเส็บยังมุ่งเน้นการพัฒนาประสานเครือข่ายความร่วมมือ เปิดศักราชใหม่ในการต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจ เพื่อวางรากฐานการเติบโตในระยะยาว อันจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ส่วนงานสื่อสารองค์กร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นางสาวอริสรา ธนูแผลง   ผู้จัดการอาวุโส    โทรศัพท์ 02-694-6095   อีเมล arisara_t@tceb.or.th
นางสาวฐิติวัลยา ไทยมงคลรัตน์   ผู้จัดการ   โทรศัพท์ 02-694-6103   อีเมล titiwanlaya_t@tceb.or.th
นางสาวขวัญชนก อดทน    ผู้ปฏิบัติการ   โทรศัพท์ 02-694-6096   อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th
นางสาวปนิยดา มุลาลินน์   ผู้ปฏิบัติการ    โทรศัพท์ 02-694-6091   อีเมล paniyada_m@tceb.or.th


หน้า: [1] 2 3 ... 10