เว็บบอร์ดหุ้น และการลงทุน

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!



หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2017, 09:30:03 am 
เริ่มโดย thinkly - กระทู้ล่าสุด โดย thinkly
https://youtu.be/o-nc5ZYH3Rs

 2 
 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2017, 05:41:27 pm 
เริ่มโดย goalkeeper - กระทู้ล่าสุด โดย goalkeeper


เฮลิกซ์ฯ เปิดตัวนวัตกรรม AR ครั้งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย
เปิดประสบการใหม่ในการนำเสนอโครงการคอนโดมิเนียมผ่าน 3D


บริษัท เฮลิกซ์ จำกัด ในเครือบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เปิดตัวนวัตกรรม AR (Augmented reality) เทคโนโลยีที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค  ครั้งแรกของวงการอสังหาฯ กับการนำเสนอโครงการคอนโดมิเนียมผ่านแอพพลิเคชั่นโดยเป็นการดูข้อมูลโครงการเสมือนจริงผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในรูปแบบ 3D ด้วยจอทีวี การฉายสไลด์ และ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายรูปแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายของลูกค้าได้อย่างลงตัวที่สุด อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือการขายที่เน้นพิเศษยังตลาดต่างประเทศ อย่างฮ่องกง และ จีน เพราะสะดวกและสมจริง

ล่าสุด เตรียมนำเทคโนโลยี AR มาใช้กับโครงการยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2 เป็นโครงการแรก ซึ่งลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ในการดูข้อมูลโครงการเสมือนจริงผ่านสมาร์ทโฟนในรูปแบบ 3D สามารถชมรายละเอียดพื้นที่ส่วนกลางและรูปแบบขนาดห้องของโครงการได้ทุกซอกทุกมุม หลังจากกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ปิดการขาย ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 1 หรือ Sold out !! เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถปิดการขายได้ 100% หรือคิดเป็นมูลค่าโครงการกว่า 2,300 ล้านบาท

โครงการ ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 2
o   คอนโดสไตล์รีสอร์ทรูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ Beach Club อัดเต็มไปด้วยฟังก์ชั่น สมาร์ทเฟอร์นิเจอร์
o   ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า GEN Z
o   ภายใต้แบรนด์ ยูนิโอ คอนโดคุณภาพเยี่ยม ในราคาที่จับจองเป็นเจ้าของได้

พิเศษสุด!!! เปิดโอกาสให้ลูกค้าเก่ามีสิทธิ์ได้เลือกจับจองห้องก่อนใคร และรองรับความต้องการของลูกค้าที่สนใจเข้าชมโครงการ  บริษัทฯ ได้เตรียมยูนิตที่จะนำมาเปิดขายรอบพิเศษ และขอเชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับนวัตกรรม AR  ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ณ สำนักงานขายโครงการ ยูนิโอ สุขุมวิท 72 เฟส 1 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02 316 2222, www.ananda.co.th  หรือ Add Line @Helix



 3 
 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2017, 09:37:16 am 
เริ่มโดย thinkly - กระทู้ล่าสุด โดย thinkly
https://youtu.be/tXx4du0Xsg4

 4 
 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 08:17:35 pm 
เริ่มโดย นกฮูกผี - กระทู้ล่าสุด โดย นกฮูกผี
 C:-) C:-) C:-)

วันนี้  7-12-2017 EIC มาลงบันทึกราคากระดานไว้ให้ทราบ 
จากที่มีใครบางคน  พยายามขายที่ ATC ทุกวัน ราวๆ 30ล้านหุ้น
เพื่อเผาราคากระดาน ให้ลงนรก แหม สะใจ พะยะค่ะ .........รอนานจนปากแห้ง

เมื่อเข้าเขต 0.05 ตัง ก็ เป็น หุ้น 3ช่องไปแล้ว 
และเมื่อกดลงไป ที่ระดับ 0.02 หรือ 0.01  ก็ จะเป็น หุ้น แทงไฮโล 2ช่อง ทันที .....แบบ IEC ที่ร๊ากกก

ราคาแบบนี้ สนุกกันได้ทุก ฤดูกาล ........ได้เวลา ทำสงครามเปิดปิดกันแล้วนะท่าน
ไม่ว่าท่านจะมีอยู่กี่หุ้น  ติดมานานมากน้อยเท่าไหร่  มาสร้างมูลค่าหาเงินกันได้ทู๊กวัน ทำตามนี้ 

เชิญ ซื้อ-ขาย เปิด-เปิด ATO 2รอบ + ATC ปิดเย็น
-- ชักเข้า --ชักออก- กันให้สนุก--
ถือหุ้นไว้เยอะๆ ก็เมื่อยมือเปล่าๆ -- จะรอปันผลชาติหน้าหรือไง...ฮ่าฮ่า ฮ่า  ^-^ ^-^ ^-^

 5 
 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 11:45:08 am 
เริ่มโดย PRinter - กระทู้ล่าสุด โดย PRinter
xChainge ตั้งเป้าแทนที่การแลกเปลี่ยนเงินตราดิจิทัลด้วยธุรกรรม P2P ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน พร้อมเดินเครื่องระดมทุนจากมวลชน

xChainge [ https://xchainge.io/ ]แพลตฟอร์มแสดงผลเรียบง่ายสำหรับแลกเปลี่ยนเงินตราดิจิทัลในรูปแบบไม่เปิดเผยตัวตนและกระจายศูนย์กลางซึ่งอาศัยบล็อกเชนอีเธอเรียม ขอเสนอทางเลือกใหม่ในการแลกเปลี่ยนเงินตราดิจิทัลแบบรวมศูนย์ โดยไม่มีค่านายหน้า บริษัทคนกลาง หรือ KYC/AML ฟังก์ชั่นทั้งหมดในแพลตฟอร์มนี้มีอยู่ในแอปพลิเคชั่น xChainge Wallet ซึ่งเป็นแอปซื้อขายเงินตราดิจิทัลที่มีหน้าแสดงผลคล้ายคลึงกับแอปธนาคารยอดนิยม xChainge Wallet สำหรับ Windows จะเปิดตัวในไตรมาส 1 ปี 2561 ตามด้วยแอป iOS และ Android ในไตรมาส 2 ปี 2561

          ฟีเจอร์หลักของแอป xChainge Wallet ประกอบด้วย

          - พื้นที่เก็บเงินตราดิจิทัลอันปลอดภัย
          - การซื้อขายโดยตรงระหว่างสองฝ่าย (peer-to-peer) ที่ปลอดภัย
          - ส่วนผลิต smart contract ที่ใช้ง่าย เพื่อให้ปรับตั้งค่าการซื้อขายได้อย่างเต็มที่
          - การยุติข้อพิพาทอันชาญฉลาดโดยความช่วยเหลือจากคณะผู้ไกล่เกลี่ย
          - การสร้างตลาดซื้อขายที่ปรับตั้งค่าได้

          xChainge Wallet ไม่บังคับให้ผู้ใช้ยืนยันตัวตน และเปิดทางให้ผู้ใช้ควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้โดยสมบูรณ์ โดยมีการริเริ่ม xChainge Token (XCT) ขึ้นมาเพื่อใช้ชำระเงินบนแพลตฟอร์มนี้

          โทเคน xChainge คือ Utility Token ที่ซื้อขายด้วยอีเธอเรียมมาตรฐาน ERC-20 บนแพลตฟอร์มที่ใช้ในการจ่ายเงินให้กับ node services ของ Matcher และทำให้ Matcher เป็น node security deposits โทเคนดังกล่าวผลิตโดยกองทุนไม่แสวงหากำไรผู้สร้างแพลตฟอร์ม xChainge

          xChainge ก่อตั้งโดย Albert Ibragimov, Danil Popov, Artur Ustimov และ Egor Klimenko ผู้ร่วมก่อตั้งทุกคนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวในด้านหุ้นนอกตลาด การร่วมทุน ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และโซลูชั่นการตลาด ทีมผู้ก่อตั้งหลักและนักลงทุนยุคบุกเบิกคือผู้ถือหุ้นของ Aktivo ซึ่งเป็นบริการด้านการลงทุนร่วมในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

          การระดมทุนจากมวลชนของ xChainge จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 ถึง 30 ธันวาคมนี้ โดยทางทีมงานได้เลือกโมเดลการประมูลแบบดัตช์ที่มีความคล้ายคลึงกับ Raiden Network ในการระดมทุนจากมวลชนในช่วงต้น โทเคนแต่ละเหรียญมีราคาอยู่ที่ 0.05 ETH และราคาจะค่อยๆลดลงในอัตราคงที่ สำหรับเพดานขั้นสูงในการจำหน่ายโทเคน XCT นั้นอยู่ที่ 20,000,000 เหรียญ

          ที่มา: xChainge

 6 
 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 11:20:04 am 
เริ่มโดย PRinter - กระทู้ล่าสุด โดย PRinter

8 พฤศจิกายน 2560 กรุงเทพฯ: ทีเส็บเผยผลสำเร็จการทำตลาดไมซ์ออนไลน์ผ่านเครื่องมือดิจิทัล ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายผู้จัดงานและนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากทั่วโลก เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย สร้างความแตกต่างและดึงดูดนักเดินทางต่อเนื่อง ปั้น   แอปพลิเคชัน Smart BIZ Event และ Smart BIZ Organizer ดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่เอื้อผู้จัดงาน พร้อมอำนวยความสะดวกผู้เข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่สนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ด้วยการใช้เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม อันสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้านานาชาติ พ.ศ. 2560-2564 คือ การผลักดันความต้องการจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ และเพิ่มจำนวนงานด้านไมซ์ในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ตลอดจนการมีองค์ความรู้และข้อมูลสถิติที่ช่วยในการวางแผนอุตสาหกรรมไมซ์

“กลยุทธ์ของทีเส็บ เน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายผู้จัดงานไมซ์และนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในยุคดิจิตอล และก้าวทันเทรนด์การตลาด โดยใช้เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) เป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดออนไลน์ โดยภาพรวมการทำตลาดออนไลน์ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 นั้น ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย ทั้งจากการพัฒนาเว็บไซต์ของ    ทีเส็บ www.businesseventsthailand.com การจัดทำสื่อการตลาดและการขายแบบดิจิทัล และกิจกรรมการตลาดประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์


สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ของทีเส็บ www.businesseventsthailand.com จะเน้นรูปแบบคอนเท้นท์ มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) ให้มีข้อมูลที่ครอบคลุมเพื่อตอบโจทย์และให้บริการผู้ใช้ครบถ้วนตามความต้องการ มีบริการถึง 8 ภาษา มีจำนวนการเข้าชม (Pageviews) ทั้งสิ้น 2,701,958 ครั้ง แบ่งเป็นจากต่างประเทศ 1,000,449 ครั้ง จากในประเทศ 1,701,509 ครั้ง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์และแทปเลต จึงมีการต่อยอดเว็บไซต์มาเป็นแอปพลิเคชัน Biz Thailand เพื่อให้เข้าถึงง่าย โดยเป็นแอปพลิเคชัน 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ที่รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศ สถานที่จัดประชุมทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ไว้อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีการอัพเดทแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นและกิจกรรมพิเศษแบบ Real time โดยอ้างอิงกับตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้ (Location-based service) นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกในการแชร์ข้อมูลอีกด้วย แอปพลิเคชันนี้เหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทีเส็บและบุคคลทั่วไป ที่มีความสนใจในงานประชุม งานแสดงสินค้า และงานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยถูกดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วประมาณ 6,000 ครั้ง

การจัดทำสื่อการตลาดและการขายแบบดิจิทัล ในปีนี้ทีเส็บผลิตสื่อในรูปแบบ Virtual Reality 360 องศา เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่จัดประชุมและแสดงสินค้าของประเทศไทย ให้ผู้ประกอบการไมซ์ได้เข้าไปที่ Website:  www.businesseventsthailand.com/360virtualtour/ ตลอดจนสื่อการขายก็มีรูปแบบของภาพถ่ายแบบ Virtual Reality 360 องศาด้วยเช่นกัน ซึ่งให้บริการพร้อมแว่น 3 มิติ ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย สามารถสร้างการรับรู้ได้ถึงกว่า 1.6 ล้านวิว ภายในเวลา 2 เดือน คือ สิงหาคม-กันยายน 2560  ส่วน แผนงานกิจกรรมการตลาดประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ผ่านแคมเปญ Spice Up Thailand 2017 ซึ่งทีเส็บร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 แล้วนั้น มีการนำเสนอสิทธิพิเศษของสินค้าและบริการที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่เดินทางมาประชุมหรือมาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้จัดงานไมซ์ลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรโครงการ จำนวนประมาณ 70 งาน จาก 20 บริษัทผู้จัดงาน มีจำนวนการแลกรับคูปอง (Redeem Coupon) ประมาณ 70,000 ครั้ง สามารถสร้างการรับรู้ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ กว่า 14 ล้านวิว  โดยสินค้าและบริการที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับของการแลกรับได้แก่ ช้อปปิ้ง ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และสปา นักเดินทางกลุ่มไมซ์ที่มียอดการแลกรับคูปองเพื่อใช้สิทธิพิเศษของสินค้าและบริการต่างๆ ของแคมเปญสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เกาหลี และไทย”
ด้าน นางสริตา จินตกานนท์ ผู้ชำนาญการ ทีเส็บ กล่าวว่า เพื่อเป็นการยกระดับการจัดงานไมซ์แบบดิจิตอลในประเทศไทย และสนับสนุนด้านดิจิตอลแพลทฟอร์มให้แก่อุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทีเส็บจึงได้พัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุด สมาร์ท บิซ อีเว้นท์ (Smart Biz Event)  และ สมาร์ท บิซ ออร์แกไนเซอร์ (Smart BIZ Organizer) ที่จะสร้างมิติใหม่สำหรับการจัดงานและการเข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศไทย ที่รวบรวมข้อมูลของงานไมซ์ตั้งแต่การลงทะเบียน เอกสาร ไปจนถึงการรายงานสถิติแบบเรียลไทม์ (real time) โดยสามารถรองรับได้ทั้งภาษาไทย และอังกฤษ
“Smart BIZ Event จะเป็นแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้เข้าร่วมงานไมซ์  (Visitor) โดยจะมีระบบตรวจสอบ (verify) สถานะการลงทะเบียนร่วมงานและเช็คอินเข้างาน การติดตามอัพเดทข้อมูลอีเว้นท์ทั้งหมดตั้งแต่ปฏิทินอีเว้นท์ กำหนดการ วิทยากร แผนผังของงาน ระบบรับเอกสารของงานอีเว้นท์อัตโนมัติออนไลน์ถึงผู้เข้าร่วมงานผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด มีระบบสำรวจและเก็บความคิดเห็นหลังการมาร่วมงาน เป็นต้น ส่วน Smart BIZ Organizer สำหรับผู้จัดงาน มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ระบบพร้อมใช้งานที่ง่ายต่อการเตรียมการและเริ่มใช้ระบบลงทะเบียนเข้าร่วมงาน การจัดเตรียมอัพเดทข้อมูลของงานอีเว้นท์แบบครบถ้วน สามารถรองรับและตรวจสอบการเข้างานของผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มปฏิสัมพันธ์ภายในงานให้กับผู้เข้าร่วมงาน รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มาร่วมงาน ทั้งยังสามารถรายงานและสถิติแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้จัดงานรับรู้และประเมินผลการจัดงานเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนารูปแบบอีเว้นท์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที โดยอีเว้นท์ออร์แกไนเซอร์สามารถสมัครแอปพลิเคชั่นนี้ได้ที่ http://contact.smartbizevent.com/ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“การพัฒนาเครื่องมือทางดิจิทัลต่างๆ ของทีเส็บนั้น จะช่วยยกระดับการจัดงานอุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมนานาชาติ และการจัดแสดงสินค้านานาชาติ ของประเทศไทยให้ทันสมัย มีความเป็นสากล สอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานไมซ์แห่งภูมิภาคได้มากขึ้น สำหรับแอปพลิเคชันล่าสุดนี้ตั้งเป้าว่าจะมีการใช้ถึง 10,000 ครั้งภายในปี 2561” นายจิรุตถ์ กล่าวโดยสรุป
#####

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ส่วนงานสื่อสารองค์กร  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
นางสาวอริสรา ธนูแผลง       ผู้จัดการอาวุโส    โทรศัพท์ 02-694-6095   อีเมล arisara_t@tceb.or.th
นางสาวขวัญชนก อดทน       ผู้ปฏิบัติการอาวุโส   โทรศัพท์ 02-694-6096   อีเมล kwanchanok_o@tceb.or.th
นางสาวปนิยดา มุลาลินน์      ผู้ปฏิบัติการ    โทรศัพท์ 02-694-6091   อีเมล paniyada_m@tceb.or.th

เอ พับลิซิสท์ โทร. 0 2101 6860  คุณธิษตยา (แจง) 094 323 5641, คุณสรศักดิ์ (เอิร์ธ) โทร. 089 406 5544

 7 
 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 09:26:56 am 
เริ่มโดย thinkly - กระทู้ล่าสุด โดย thinkly
https://youtu.be/N2smCIEjKao

 8 
 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2017, 09:55:54 pm 
เริ่มโดย goalkeeper - กระทู้ล่าสุด โดย goalkeeper


อนันดาฯ จัดโปรแรงส่งท้ายปี
เปิดแล้วโครงการ เอลลิโอ เดล มอสส์ พหลโยธิน 34
คอนโดมิเนียมคุณภาพเยี่ยมที่คุ้มค่าแก่การลงทุน


บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ เอลลิโอ เดล มอสส์ พหลโยธิน 34 ด้วยศักยภาพทำเลตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านเกษตร-รัชโยธิน ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า BTS ถึง 2 สถานี คือ สถานีเสนานิคม และ สถานี ม.เกษตรศาสตร์ ที่นับวันราคาเฉลี่ยย่านเสนานิคมมีแนวโน้นเพิ่มขึ้นทุกปี

ล่าสุด!! เตรียมจัดงาน Christmas Eve Event เปิดให้ชมห้องตัวอย่างเพิ่มอีก 2 ห้อง ก่อนใคร!! พร้อมของสมนาคุณและโปรโมชั่นพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่มาจองในวันงาน อาทิ Central Gift Voucher มูลค่า 5,000 - 10,000 บาท  จองเพียง 20,000 บาท ผ่อนสัญญา + ผ่อนดาวน์ ราคาสบายกระเป๋า*

โครงการ “เอลลิโอ เดล มอสส์” พหลโยธิน 34
•      พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 3 ไร่ ใหญ่ที่สุดในย่านเกษตร - เสนานิคม พร้อมสระว่ายน้ำฟรีฟอร์มขนาด 200 เมตร
•      ตอบโจทย์ชีวิต Urban Living Community ด้วย co-working space, private studying area , rock climbing fitness
•      เดินทางสะดวกสบาย ใกล้รถไฟฟ้า 2 สถานี  (BTS เสนานิคม , BTS ม.เกษตร)
•      แต่งครบ ราคาเริ่มต้นเพียง 1.59 ล้าน คุ้มค่ากว่าคอนโดในย่านเดียวกันที่ติดถนนใหญ่ ประหยัดกว่าถึง 50%

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถพบกันได้ในงานวันที่ 16 - 17 ธ.ค. นี้ ณ Sales Gallery โครงการ เอลลิโอ เดล มอสส์ พหลโยธิน 34  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 316 2222 หรือ เว็บไซต์ www.ananda.co.th


 9 
 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2017, 09:27:55 am 
เริ่มโดย thinkly - กระทู้ล่าสุด โดย thinkly
https://youtu.be/ssy8k8FdM_M

 10 
 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2017, 02:02:36 pm 
เริ่มโดย PRinter - กระทู้ล่าสุด โดย PRinter
     หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท้วมท้นในรอบพรีเซล บริษัทฟินเทค NAGA Group เตรียมเปิดจำหน่ายโทเคนรอบหลัก ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้ โดยสามารถ คลิกเพื่อเข้าร่วมได้ที่นี่

            ภูมิใจอย่างยิ่งที่มีสมาชิกมากกว่า 6,000 รายอยู่ในกลุ่มแชต  Telegram ทางการของบริษัท


          (รูปภาพ: http://mma.prnewswire.com/media/613899/Naga_Token_Sale.jpg )

          เข้าใจการจำหน่ายโทเคนให้มากขึ้น

          เป้าหมาย

          เป้าหมายของบริษัทคือระดมทุนให้ได้ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โทเคนที่จำหน่ายไม่ได้จะถูกกำจัด ดั้งนั้นระบบเศรษฐกิจโทเคนของเราจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการตั้งเพดานเอาไว้สูง

          NAGA Group สามารถระดมทุนวงเงิน 12.5 ล้านยูโรในรอบ Venture Capital ได้จาก FOSUN Group บริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากประเทศจีน และประสบความสำเร็จจากการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO) ด้วยราคาที่ทะยานถึง 600% ทั้งนี้ IPO เป็นที่ต้องการกว่าจำนวนที่เปิดขายถึงกว่า 300% ก่อนที่การเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลใดๆจะถือกำเนิดขึ้น

          พลังแห่งไฮบริด

          Toyota Prius ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและได้พิสูจน์แนวคิดที่ว่ายุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าและน้ำมันเบนซินสามารถ "หลอมรวมกัน" ภายในบริษัทและไลน์การผลิตเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกับ NAGA ที่แสวงหาแนวทางการสร้างเศรษฐกิจสกุลเงินดิจิทัลแบบไฮบริดในระยะเปลี่ยนผ่านระหว่างสองช่วงยุค

          NAGA มี "ถังน้ำมัน" หรือ "คลังเงินกระดาษ" ซึ่งก็คือทุนสำรองเงินสดก้อนใหญ่ที่ได้รับมาจากการระดมทุนรอบ Venture Capital และ IPO รวมไปถึงมีมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับสูง

          นอกจากนี้ NAGA Group ยังมี "แบตเตอรีไฟฟ้า" นั่นคือผู้สนับสนุนมากกว่า 15,000 ราย ซึ่งสมทบเงินกว่า 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดจากเสนอขาย ICO ในรอบพรีเซลที่ผ่านมา และจะมีผู้สนับสนุนเพิ่มขึ้นอีกในรอบการจำหน่ายหลักที่กำลังจะมาถึง

          สิ่งที่ทำให้ NAGA แตกต่างจากผู้เสนอขาย ICO ทั่วไป

          1. ทุน: เราระดมทุนได้หลายรอบ อาทิ รอบ IPO เมื่อเร็วๆนี้ที่ราคาพุ่งทะยาน 400% และรอบ Venture Capital ที่เราได้รับเงินจาก FOSUN Group ซึ่งเป็นบริษัทมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากประเทศจีน
          2. ความน่าเชื่อถือ: NAGA เป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีความน่าเชื่อถืออย่างสูง เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบความมั่นคงและกฎระเบียบอันเข้มงวดในการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
          3. ผลิตภัณฑ์ที่มีความพร้อม: เราพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักเสร็จแล้ว และเรามีผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลายล้านดอลลาร์

          โมเดลเศรษฐกิจของเรา

          ศึกษาแนวทางที่เงินทุนก้อนใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโทเคนของเราได้จาก เอกสารแผนการ ในรูปแบบ Excel

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NAGA Ecosystem และ Token Sale ได้ที่ เว็บไซต์ ของเรา และที่ Telegram

          ติดต่อ: The Naga Group AG, โทร. +49-40-524-77-91-0

          ที่มา: Naga Token Sale

หน้า: [1] 2 3 ... 10